ตอนที่ 253. แผนล่อพรานเบ็ดไปติดเบ็ด

 ขงเบ้งแม้รู้ว่าจิวยี่วางแผนใช้ให้ไปตีคลังเสบียงของกองทัพโจโฉเป็นกลอุบายยืมมือโจโฉสังหารตัว แต่ก็เต็มใจรับแผนการนั้นโดยไม่ประหวั่นพรั่นพรึง เพราะมั่นใจในสติปัญญาตัวว่าสามารถคิดอ่านแผนการเอาตัวรอดได้ ดังนั้นเมื่อขงเบ้งกลับมาถึงเรือแล้วจึงเดินไปนั่งที่หัวเรือ ทอดสายตาดูไปข้างทิศเหนือที่กองทัพโจโฉตั้งอยู่

            ในขณะที่ขงเบ้งทอดสายตาจินตนาการเรื่องราวต่าง ๆ รับลมทะเลเป็นที่สบายใจอยู่นั้น พลันรู้สึกว่าข้างท้ายเรือโคลงเล็กน้อย อันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีแขกมาเยือน ขงเบ้งมองมาทางท้ายเรือเห็นโลซกกำลังก้าวลงเรือก็ดีใจ คิดว่าแผนการซึ่งกำหนดไว้รับมือกับอุบายของจิวยี่จะสำเร็จได้เพราะการมาของโลซกครั้งนี้แล้ว

            ขงเบ้งจึงเดินเข้ามาในประทุนเรือ และออกไปต้อนรับโลซกที่ท้ายเรือ เชิญเข้ามานั่งสนทนากันในประทุนด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นปกติราวกับว่าไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น

            โลซกเห็นขงเบ้งยังเป็นปกติไม่มีความทุกข์ร้อนก็สำคัญว่าขงเบ้งมิรู้กลจิวยี่จึงมีความสงสารขงเบ้งยิ่งนัก ถามขึ้นว่าท่านได้เตรียมการเพื่อจะยกไปตีเสบียงโจโฉตามคำสั่งของจิวยี่แล้วหรือไม่

            ขงเบ้งจึงว่าข้าพเจ้าได้เตรียมการในส่วนตัวของข้าพเจ้าไว้พร้อมแล้ว รอแต่ทหารที่จิวยี่จะเกณฑ์ให้ยกข้ามอ่าวไปข้างทิศเหนือ พร้อมเมื่อใดก็จะเดินทางได้เมื่อนั้น

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็แน่ใจว่าขงเบ้งมิรู้กลจิวยี่ จึงแสร้งถามต่อไปว่าซึ่งท่านรับคำสั่งของจิวยี่จะยกทหารไปตีคลังเสบียงของโจโฉนั้น ท่านมีความมั่นใจว่าการจะสำเร็จสักกี่ส่วน

            ขงเบ้งแสร้งหัวเราะแล้วโอ่ว่า “อันตัวเรานี้ชำนาญการสงคราม ทั้งทางบก ทางเรือ แลกระบวนม้า กระบวนรถทั้งสี่อย่างสันทัดสิ้น อันในเมืองกังตั๋งนี้หาคนชำนาญรบบกน้อยตัวนัก ชำนาญการสงครามแต่ข้างเรือรบ ถึงตัวจิวยี่ก็เหมือนกัน”

            โลซกได้ฟังดังนั้นไม่ทันกลลวงของขงเบ้งและรู้สึกว่าขงเบ้งกำลังหมิ่นกำลังฝีมือความคิดของชาวเมืองกังตั๋งว่าไม่ชำนาญในการสงครามอย่างครบถ้วนกระบวนศึก จึงถามขงเบ้งว่าเหตุไฉนท่านจึงกล่าวหาว่าจิวยี่ไม่สันทัดการรบทางบกเล่า

            ขงเบ้งจึงว่าความทั้งนี้ใช่เราจะยกกล่าวขึ้นตามอำเภอใจก็หาไม่ หากเป็นความที่รู้กันทั่วไป แม้ข้าพเจ้าเพิ่งมาเมืองกังตั๋งก็ยังได้ยินเสียงเพลงพื้นบ้านที่เด็กเล็กเด็กน้อยก็ร้องกันได้ทั่วทุกตัวคนว่า “ตัวท่านชำนาญการสงครามฝ่ายบก อันจิวยี่นั้นได้แต่ฝ่ายเรือท่าเดียว เราจึงคิดว่าธรรมดาเป็นชาติทหาร จำเรียนไว้ให้ครบทุกอย่างจึงจะควร”

            สามก๊กฉบับสมบูรณ์ได้บรรยายความตอนนี้ว่า ชาวเมืองทั่วภาคใต้ล้วนสามารถขับร้องเพลงพื้นบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งตัวขงเบ้งได้ฟังแล้วก็ยังจำได้ และได้ท่องเพลงพื้นบ้านนั้นให้โลซกฟัง เป็นความว่า

            “ซุ่มกำลังตามทางเชี่ยวชาญ การรักษาด่านนั้นคือโลซก
            ใกล้แม่น้ำทำศึก ยุทธนาวีมีจิวนึ๊ง”

            ขงเบ้งจ้องมองหน้าโลซกเป็นเชิงหมิ่นแล้วว่าตัวท่านชำนาญการรบก็แต่เพียงการซุ่มโจมตีและการรบทางบกอันผิวเผิน ส่วนจิวยี่ก็รบได้แต่เฉพาะทางเรือ ไม่สามารถรบทางบกได้ อุปมาดั่งปลาจะว่ายได้ก็แต่อยู่ในน้ำ หากขึ้นบกแล้วก็มีแต่จะเป็นเหยื่อของแร้งกา หาสมกับเป็นชายชาติทหารอันชอบที่จะต้องรู้การสงครามครบถ้วนสี่กระบวนนั้นไม่

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกไม่ชอบใจ คิดว่าขงเบ้งนี้หยาบช้านัก ปล่อยให้ไปตายเสียได้นั่นแหละดี คิดดังนี้แล้วโลซกจึงคำนับลาขงเบ้งกลับไปหาจิวยี่

            จิวยี่ตั้งตารอคอยโลซกเพื่อฟังข่าวคราวว่าขงเบ้งรู้ทันอุบายของตัวหรือไม่ ในขณะที่ในใจนั้นก็ลังเลเป็นสองความคิด ใจหนึ่งก็กระหยิ่มเพราะสำคัญว่าขงเบ้งไม่รู้ทันกลอุบาย แต่ใจหนึ่งก็ประหวั่นว่าขงเบ้งอาจรู้ทันความคิดตัวและมิรู้ว่าการข้างหน้าจะเป็นประการใด

            ครั้นเห็นโลซกเข้ามาพบ จิวยี่จึงรีบถามขึ้นว่าท่านไปฟังความกับขงเบ้งแล้วเป็นประการใด

            โลซกจึงเล่าความตามที่ได้สนทนากับขงเบ้งให้จิวยี่ฟังทุกประการ

            จิวยี่ได้ฟังความสิ้นแล้วความโกรธขงเบ้งก็พลันพลุ่งขึ้นอย่างหนักหน่วง รู้สึกว่าขงเบ้งหมิ่นประมาทศักดิ์ศรีชายชาติทหารอย่างรุนแรง จึงกล่าวกับโลซกว่าขงเบ้งพูดจาทั้งนี้ดูหมิ่นน้ำใจเรานัก ดังนั้นที่เราสั่งขงเบ้งให้ไปตีเสบียงโจโฉเป็นอันยกเลิกไม่ต้องไปแล้ว เราจะยกทหารหมื่นหนึ่งไปตีกองเสบียงโจโฉเอง มิให้ขงเบ้งหมิ่นน้ำใจเราได้อีกต่อไป

            จิวยี่วางเบ็ดดักขงเบ้ง แต่ในที่สุดจิวยี่ซึ่งเป็นผู้วางเบ็ดกลับต้องติดเบ็ดเสียเองดั่งนี้

            ว่าแล้วจิวยี่จึงสะบัดแขนเสื้อเดินกลับเข้าไปที่ข้างใน โลซกเห็นดังนั้นก็กังวลใจ เพราะรู้ดีว่าหากจิวยี่ขืนยกไปก็จะได้รับอันตราย และตกไปในกลอุบายที่วางแผนสังหารขงเบ้งเสียเอง โลซกคิดไปคิดมาก็ตกใจ เพราะหากเป็นเช่นนั้นการสงครามก็จะเสียทีแก่โจโฉ และส่งผลกระทบให้เสียเมืองกังตั๋งแก่โจโฉด้วย ครั้นจะตามเข้าไปเตือนจิวยี่ก็เห็นจิวยี่ยังมากด้วยโทสะ โลซกมิรู้ที่จะคิดประการใดจึงกลับออกไปจากค่ายพักของจิวยี่กลับไปหาขงเบ้งอีกครั้งหนึ่ง

            พอมาใกล้ที่จอดเรือน้อยเห็นขงเบ้งขึ้นมายืนอยู่ที่ชายตลิ่ง ทอดสายตามองไปในทะเลข้างเหนือด้านกองทัพของโจโฉ สายลมทะเลพลิ้วโชยเป็นที่สบายยิ่งนัก โลซกจึงตรงเข้าไปหาขงเบ้งแล้วร้องมาแต่ไกลว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว

            ขงเบ้งได้ยินเสียงก็เหลียวหลังกลับมา เห็นโลซกแล้วจึงว่าข้าพเจ้าคอยท่าท่านอยู่ที่นี่พักหนึ่งแล้ว คาดหมายว่าท่านคงกลับมาเป็นแน่แท้ ที่ท่านว่าเกิดเรื่องราวใหญ่นั้นเป็นประการใดหรือ ว่าแล้วขงเบ้งก็อมยิ้ม

            โลซกจึงบอกขงเบ้งว่าบัดนี้จิวยี่มีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้ท่านไปตีคลังเสบียงของโจโฉโดยจิวยี่จะยกทหารหมื่นหนึ่งไปทำการด้วยตนเอง ข้าพเจ้าเกรงว่าจะเสียทีแก่โจโฉแล้วจะทำให้การของนายเราทั้งสองเสียไปจึงร้อนใจรีบรุดมาปรึกษาท่านว่าจะทำประการใด

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วว่าอันความคิดจิวยี่ที่ใช้เราไปปล้นคลังเสบียงของโจโฉนั้นหาสุจริตไม่ เราก็รู้แจ้งอยู่ว่าเป็นกลอุบายยืมดาบของโจโฉมาผลาญชีวิตเรา อันโจโฉยกมาครั้งนี้มีทหารเป็นจำนวนมาก จิวยี่จะให้เราเอาทหารเพียงพันหนึ่งไปปล้นคลังเสบียงของโจโฉจะได้หรือ ทั้งโจโฉนั้นก็ชำนาญการสงคราม มีความถนัดจัดเจนในการโจมตีคลังเสบียงของข้าศึก ไหนเลยจะไม่วางกำลังแน่นหนาเพื่อคุ้มกันคลังเสบียงให้ปลอดภัย แม้นจิวยี่จะยกทหารนับหมื่นไปมากกว่าจำนวนที่จะเกณฑ์ให้แก่เราถึงสิบเท่าก็ไม่มีทางที่จะตีฝ่าไปถึงคลังเสบียงของโจโฉได้ หากจิวยี่ยกไปครั้งนี้จะเสียทีแก่โจโฉเป็นมั่นคง

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็ประจักษ์ว่าขงเบ้งแจ้งในอุบายของจิวยี่อยู่ก่อนแล้ว สีหน้าจึงตื่นตระหนกอยู่ ขงเบ้งจึงกล่าวสืบไปว่าข้าพเจ้าแจ้งในอุบายของจิวยี่ดังนี้ “ซึ่งเราว่าจิวยี่ไม่สันทัดการบกนั้นเพราะจะแกล้งยั่วใจจิวยี่ หวังจะให้แจ้งว่าเรารู้เท่าอยู่ ครั้งนี้เราคิดจะให้ซุนกวนกับเล่าปี่คิดการเป็นใจเดียวกันอีก เราทั้งปวงผู้เป็นบ่าวจะตั้งใจประนอมช่วยคิดการจึงจะสำเร็จ เหตุใดจิวยี่จึงมาคิดร้ายต่อเราฉะนี้ การของนายเราจะมิเสียไปหรือ”

            ขงเบ้งได้ชี้แจงถูกผิดและผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้นแก่โลซกอย่างกระจ่างแจ้ง แล้วจึงว่า “ท่านจงไปว่ากล่าวแก่จิวยี่ให้คิดรบพุ่งป้องกันแต่ฝ่ายเรือ ด้วยทหารโจโฉนั้นชำนาญแต่การบกไม่สันทัดการเรือ แม้กองทัพเราต้านทานรบพุ่งอยู่ข้างเรือให้ทหารโจโฉบอบช้ำแล้วจึงคิดกลอุบายให้โจโฉเสียทีแก่เราจงได้”

            ขงเบ้งสำแดงปัญญาความคิดที่รู้เท่าทันให้โลซกเห็นกระจ่างแล้ว จึงได้ชี้แนะกลศึกในการทำสงครามกับโจโฉ ให้กำหนดการยุทธทางนาวีเป็นสำคัญในการเอาชนะสงคราม แล้วไหว้วานโลซกให้ไปว่ากล่าวกับจิวยี่ให้เห็นแก่การใหญ่ของทั้งสองฝ่าย แล้วร่วมมือกันทำสงครามกับโจโฉต่อไป

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็นึกสรรเสริญสติปัญญาความคิดของขงเบ้งว่าหลักแหลมลึกซึ้งยิ่งนัก ทั้งยังพิทักษ์ผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายมิให้เป็นอันตราย จึงว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าพเจ้าก็จะขอลาท่านกลับไปว่ากล่าวกับจิวยี่ให้ทันท่วงทีก่อนที่จิวยี่จะเตรียมการยกทหารไปปล้นเสบียงของโจโฉ ว่าแล้วโลซกจึงคำนับลาขงเบ้ง

            โลซกรีบกลับไปหาจิวยี่ตั้งแต่ค่ำวันนั้น จิวยี่แม้นยังขุ่นใจอยู่แต่หลังจากโลซกกลับออกไปแล้วก็ได้คิดว่าการจะยกทหารไปตีเสบียงโจโฉนั้นขัดสนนัก และนี่คือการตกลงไปในหลุมสังหารที่ตัวเราวางแผนสังหารขงเบ้งนั่นเอง ครั้นจะยกเลิกแผนการเสียก็เกรงขงเบ้งจะเยาะหยัน จิวยี่จึงวิตกอยู่ นั่งคิดหาทางออกอยู่แต่ลำพัง ครั้นทราบว่าโลซกมาพบก็คาดว่าอาจมีข่าวคราวมาจากทางขงเบ้งจึงรีบออกมาต้อนรับ

            โลซกเห็นจิวยี่มีท่าทีกังวลก็รู้ทันความคิดจิวยี่ว่ายังวิตกอยู่ด้วยเรื่องจะยกไปปล้นคลังเสบียงของโจโฉ จึงเล่าความที่ได้กลับไปหาขงเบ้งและคำบอกกล่าวที่ขงเบ้งฝากมาถึงจิวยี่ให้จิวยี่ฟังทุกประการ

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ส่ายศีรษะ ทอดถอนใจใหญ่ ใบหน้าก็เศร้าสลดลง แล้วกล่าวกับโลซกว่า “อันความคิดขงเบ้งนั้นลึกซึ้งหลักแหลมยิ่งกว่าเราสิบส่วน แม้เราไม่คิดอ่านกำจัดเสียให้ได้ ภายหน้าไปก็จะเป็นศัตรูแก่เราใหญ่หลวง”

            จิวยี่สำนึกและยอมรับในคำแนะนำของขงเบ้ง ดังนั้นแม้ไม่ได้กล่าวกับโลซกว่าจะเลิกล้มความคิดที่จะยกไปปล้นเสบียงโจโฉ แต่ในใจของจิวยี่ก็ได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วที่จะเลิกล้มแผนการดังกล่าวนั้น แต่ความคิดที่จะสังหารขงเบ้งไม่เพียงแต่จะไม่เลิกล้มเท่านั้น จิวยี่กลับมุ่งมั่นตัดสินใจแน่วแน่ที่จะต้องสังหารขงเบ้งเสียให้จงได้ เพราะคิดว่าหากละไว้ก็จะเป็นอันตรายยิ่งใหญ่แก่เมืองกังตั๋งในวันหน้า

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ รีบกล่าวขึ้นว่าอันบัดนี้การศึกกับโจโฉยังติดพันกันอยู่ ชอบที่จะคิดอ่านทำสงครามกับโจโฉให้ได้รับชัยชนะเป็นสำคัญ เพราะหากแผนการความคิดที่จะสังหารขงเบ้งรั่วไหลไปแล้ว ความทราบถึงขงเบ้งแล้วหลบหนีไปก็ดี หรือเพิกเฉยไม่ช่วยกันคิดอ่านการสงครามก็ดี ย่อมมีแต่ทำให้กำลังสติปัญญาในการสงครามของเมืองกังตั๋งเราอ่อนด้อยลง การของนายเราก็จะเสียไป ท่านจงไตร่ตรองให้จงดี

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ได้คิด จึงว่าความคิดของท่านก็ชอบอยู่ รอไว้เมื่อการสงครามกับโจโฉเสร็จสิ้นแล้วจึงค่อยคิดอ่านกำจัดขงเบ้งสืบไป

            โลซกเห็นการที่สับสนวุ่นวายได้ระงับลงแล้วก็มีความยินดีจึงคำนับลาจิวยี่กลับไปที่พัก

            ทางฝ่ายหน่วยลาดตระเวนของเมืองกังแฮได้ทำการลาดตระเวนตามชายทะเล ครั้นได้เห็นกองทัพเมืองกังตั๋งยกมาตั้งอยู่ที่ปากอ่าวเมืองสำกั๋งแน่นขนัดทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ ธงทิวปลิวไสวตระการตาไปตามแนวยาวของชายฝั่ง จึงนำความไปรายงานให้เล่าปี่ทราบ

            ครั้นเล่าปี่ทราบความจึงพาทหารออกไปสังเกตการณ์ที่ชายทะเล เห็นเรือรบของเมืองกังตั๋งทอดสมอเป็นแนวยาวแน่นขนัด ด้านหลังกองทัพเรือเป็นกองทัพบก ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาวตลอดไปถึงเชิงเขาด้านตะวันตกก็รู้ว่าบัดนี้เมืองกังตั๋งตัดสินใจประกาศสงครามกับโจโฉ บรรลุตามแผนการและกลอุบายของขงเบ้งแล้วก็มีความยินดี จึงพา ทหารกลับเข้าเมืองกังแฮ

            เล่าปี่ได้เรียกบรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองเข้ามาประชุมปรึกษา ปรารภความทั้งปวงให้คนทั้งนั้นทราบ แล้วว่าขงเบ้งไปเมืองกังตั๋งช้านานแล้วยังมิได้ข่าวคราวดีแลร้ายประการใด บัดนี้กองทัพเมืองกังตั๋งได้ยกมาตั้งที่ปากน้ำเมืองสำกั๋งแล้วดีร้ายขงเบ้งอาจติดตามมาในกองทัพครั้งนี้ด้วย ชอบที่จะสืบข่าวคราวเรื่องนี้ให้ประจักษ์ แล้วถามว่าจะมีผู้ใดอาสาไปที่กองทัพเมืองกังตั๋งสืบข่าวคราวขงเบ้งบ้าง

            บิต๊กที่ปรึกษาเล่าปี่ได้ฟังดังนั้นจึงขออาสาที่จะข้ามอ่าวไปปากน้ำเมืองสำกั๋ง   เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี สั่งให้จัดแจงเสบียงสัมภาระและสุราเป็นของขวัญไปบรรณาการแก่แม่ทัพของเมืองกังตั๋ง และสั่งการให้เกณฑ์ทหารจากเมืองกังแฮทั้งสิ้นยกไปตั้งอยู่ที่ตำบลแฮเค้าเพื่อเตรียมหนุนช่วยกองทัพเมืองกังตั๋งรบกับโจโฉต่อไป

            บิต๊กรับคำสั่งเล่าปี่แล้วจึงออกไปจัดแจงข้าวของสัมภาระแล้วล่องเรือไปที่กองทัพเรือเมืองกังตั๋ง ส่วนเล่าปี่ได้ยกทหารออกจากเมืองกังแฮไปตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลแฮเค้า

            บิต๊กล่องเรือข้ามอ่าว ขนข้าวของสัมภาระที่เล่าปี่มอบเป็นของขวัญแก่ผู้บัญชาการใหญ่กองทัพเมืองกังตั๋ง ถึงฐานทัพที่ปากน้ำเมืองสำกั๋งแล้วจึงแจ้งให้ทหารรักษาการณ์รายงานความให้แม่ทัพใหญ่ทราบ

            จิวยี่พอได้ทราบรายงานว่าเล่าปี่ส่งบิต๊กนำของขวัญมามอบก็นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พลันหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่โหดเหี้ยมอำมหิตว่า ครานี้กังตั๋งเราปลอดภัยแน่แล้ว!

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘