ตอนที่ 252. อุบาย "ทำใจดีสู้เสือ"

จูกัดกิ๋นเกลี้ยกล่อมขงเบ้งตามที่รับธุระมาจากจิวยี่ โดยยกเอาตัวอย่างของสองพี่น้องขุนนางในอดีตคือแป๊ะอี้ ซกแจ๋ เพื่อชักจูงขงเบ้ง แต่ขงเบ้งกลับเล่าความในประวัติศาสตร์ที่สองพี่น้องนี้ภักดีต่อเจ้าคนเดียวไม่ยอมเป็นข้าของคนอื่น กระทั่งยอมตายพร้อมกันเพื่อลบล้างเหตุผลที่จูกัดกิ๋นชักชวนให้ออกจากเล่าปี่ไปอยู่กับซุนกวน

            จูกัดกิ๋นได้ฟังคำขงเบ้งดังนั้นก็งุนงง ขงเบ้งจึงกล่าวสืบไปว่า “ซึ่งพี่ว่าทั้งนี้ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ด้วยเราพี่น้องเกิดในแผ่นดินพระเจ้าเหี้ยนเต้ ควรที่จะถือความกตัญญูต่อแผ่นดิน ข้าพเจ้าจึงสู้ไปอยู่ด้วยเล่าปี่ เพราะว่าเป็นเชื้อสายของพระเจ้าเหี้ยนเต้ หวังมิให้เสียประเพณีโบราณ เหุตใดตัวพี่จึงทิ้งแผ่นดินพระเจ้าเหี้ยนเต้เสีย มาอยู่ในเมืองกังตั๋งนี้ให้ไกลพี่น้องทั้งปวง หาความอาลัยมิได้ ควรที่พี่จะทิ้งเมืองกังตั๋งเสีย ไปอยู่ทำราชการด้วยข้าพเจ้า จะได้เห็นหน้ากันอีก”

            ขงเบ้งได้สรุปว่าปราชญ์แต่โบราณได้อบรมสั่งสอนราษฎรให้ประพฤติปฏิบัติสืบมาว่าคนเรานั้นพึงมีน้ำใจดีงามอย่างหนึ่ง และพึงรักษาความสัตย์กตัญญูอีกอย่างหนึ่ง การที่ท่านพี่มีความปรารถนาให้เราสองพี่น้องได้อยู่รับราชการด้วยกันนั้นเป็นเรื่องของความดีงามแห่งจิตใจ แต่การอยู่รับราชการภายใต้พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกันซึ่งเราพี่น้องเป็นข้าแผ่นดินอยู่เป็นเรื่องของความสัตย์กตัญญูต่อแผ่นดิน หากท่านพี่ละเมืองกังตั๋งเสียแล้วไปรับราชการอยู่กับเล่าปี่ ซึ่งเป็นเชื้อสายของพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็จะได้ชื่อว่าปฏิบัติให้ถึงพร้อมซึ่งน้ำใจที่ดีงามและความสัตย์กตัญญูต่อพระมหากษัตริย์ดังนี้

            ขงเบ้งเดินแต้มเกลือจิ้มเกลือย้อนศรอุทาหรณ์ในประวัติศาสตร์ที่จูกัดกิ๋นยกเอาความผูกพันของสองพี่น้องมาจูงใจให้ถอนตัวจากเล่าปี่แล้วอยู่ด้วยซุนกวน โดยเอาตัวอย่างของแป๊ะอี้ ซกแจ๋นั้นเป็นอุทาหรณ์ย้อนกลับว่าการที่สองพี่น้องทำราชการร่วมกันจนตัวตายก็เพราะความกตัญญูต่อเจ้านายเดียว การที่จูกัดกิ๋นทิ้งแผ่นดินพระเจ้าเหี้ยนเต้เสียต่างหากที่สวนทางกับตัวอย่างของวีรชนในอดีต

            จูกัดกิ๋นได้ฟังดังนั้นก็จำนนต่อเหตุผลของขงเบ้ง ทั้งรู้สึกละอายใจในความที่   ขงเบ้งกล่าวเพราะได้แสดงหลักแห่งความรักภักดีต่อแผ่นดินอันชอบที่จูกัดกิ๋นจะต้องละเมืองกังตั๋งไปทำราชการอยู่กับเล่าปี่ จูกัดกิ๋นจึงรำลึกว่าตัวเรารับอาสาจิวยี่มาเกลี้ยกล่อมขงเบ้งไม่สมความปรารถนาแล้วกลับจะถูกขงเบ้งเกลี้ยกล่อมให้ไปทำราชการอยู่ด้วยเล่าปี่ ครั้นจะหักหาญบังคับขงเบ้งก็เกรงต่ออำนาจแห่งธรรม จูกัดกิ๋นมิรู้ที่จะทำประการใดก็อัดอั้นตันใจจึงรีบบอกลาขงเบ้ง

            ขงเบ้งตามออกมาส่งจูกัดกิ๋นถึงนอกประตู คำนับผู้พี่แล้วว่าต่อวันหลังข้าพเจ้าจะไปเยี่ยมเยือนท่านพี่ จูกัดกิ๋นรับคำนับขงเบ้งแล้วจึงรีบกลับไปรายงานให้จิวยี่ทราบความซึ่งได้สนทนากับขงเบ้งทุกประการ

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นจึงถามจูกัดกิ๋นว่าเมื่อขงเบ้งชักชวนท่านไปทำราชการกับเล่าปี่ดังนี้ ท่านจะตัดสินใจประการใด

            จูกัดกิ๋นจึงว่าชีวิตการทำงานของข้าพเจ้าอยู่กับราชการเมืองกังตั๋งมาช้านาน คิดถึงคุณข้าวแดงแกงร้อนของเมืองกังตั๋งอยู่มิได้ขาด แม้นขงเบ้งเป็นน้องชายก็จริง แต่ในทางราชการคือข้าคนละเจ้า บ่าวคนละนาย ข้าพเจ้าต้องถือหลักและประโยชน์ของเมืองกังตั๋งเป็นที่ตั้ง และจะอยู่ที่เมืองกังตั๋งจนวันตาย

            จิวยี่จึงว่าท่านกล่าวความทั้งนี้ขอบใจนัก สมแล้วกับที่เจ้านายเราไว้วางใจ วันนี้ท่านกลับไปก่อนเถิด จูกัดกิ๋นเห็นดังนั้นจึงคำนับลาจิวยี่ออกไป

            จิวยี่ทอดสายตามองตามจูกัดกิ๋น ในขณะที่ในใจนั้นโกรธแค้นขงเบ้งที่ไม่ยอมรับไมตรีที่ทอดให้ จิวยี่คิดว่าขืนปล่อยขงเบ้งไว้ วันหน้าก็จะเป็นภัยยิ่งใหญ่แก่กังตั๋ง ดังนั้นจึงฝังใจที่จะต้องกำจัดขงเบ้งเสียตั้งแต่อยู่ที่เมืองกังตั๋งนี้ให้จงได้

            วันรุ่งขึ้นจิวยี่จึงเข้าไปในจวนของซุนกวน คำนับกันตามธรรมเนียมแล้วจึงว่า ช่วงสายวันนี้ข้าพเจ้าจะยาตราทัพออกไปตั้งอยู่ที่เมืองสำกั๋ง จึงมาขออำลาท่าน ซุนกวนจึงว่าเราขออวยพรให้ท่านประสบชัยชนะ ให้ท่านยกล่วงหน้าไปก่อน เราจะยกกองหนุนตามไปต่อภายหลัง

            จิวยี่ได้คำนับลาซุนกวนแล้วออกไปที่กองบัญชาการทหารที่ชายทะเล ตรวจพลพรักพร้อมแล้วจึงสั่งให้กองทัพบก ทัพเรือยกไปที่ปากน้ำเมืองสำกั๋ง สั่งการแล้วจิวยี่จึงมาหาขงเบ้ง ชักชวนว่า “ทัพโจโฉยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวง น้ำใจเรานี้จะใคร่ชวนท่านไปด้วย” ขอให้ท่านออกเดินทางพร้อมกับข้าพเจ้าแต่เพลานี้

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี แล้วว่าข้าพเจ้าพร้อมใจที่จะไปด้วยท่านจะได้ช่วยเหลือคิดอ่านตามควรแก่สติปัญญา ว่าแล้วขงเบ้งจึงจัดข้าวของสัมภาระออกจากเรือนรับรองไปพร้อมกับจิวยี่ ขึ้นเรือธงของกองทัพหลวงแล้วยกออกจากฐานทัพเมืองชีสอง

            กองทัพบกและกองทัพเรือของเมืองกังตั๋งได้เคลื่อนพลออกจากที่ตั้งพร้อมกัน

            กองทัพบกได้เคลื่อนไปตามทางหลวง ส่วนขบวนเรือรบเมื่อชักใบขึ้นสู่เสาพร้อมกันแล้ว กองทัพเรือเมืองกังตั๋งได้แล่นออกจากฐานทัพเป็นขบวนยาวเหยียด ธงทิวปลิวไสวเต็มไปทั้งน่านน้ำ เสียงม้าล่อฆ้องกลองและเสียงโห่ร้องของทหารดังก้องกระหึ่มท้องทะเล เสียงประทัดจุดเอาฤกษ์เอาชัยทั้งจากฝ่ายกองทัพบกและกองทัพเรือดังกึกก้อง

            กองทัพเรือของจิวยี่ยกไปตั้งที่ปากน้ำสำกั๋งใกล้เขตแดนเมืองกังแฮแล้วทอดสมอเรียงรายเป็นค่ายน้ำตลอดแนวฝั่งอันยาวเหยียด จิวยี่ตั้งค่ายหลวงไว้ตรงกลางเป็นกองบัญชาการใหญ่ ส่วนกองทัพบกให้ตั้งค่ายรายเรียงตามชายทะเลเป็นแนวยาวไปจนถึงเนินเขาทางทิศตะวันตก

            เมื่อกองทัพบก กองทัพเรือ ตั้งค่ายบก ค่ายน้ำพร้อมสรรพแล้ว ขงเบ้งจึงกล่าวกับจิวยี่ว่าหากข้าพเจ้าอยู่บนเรือธงสืบไปก็จะไม่สะดวกต่อท่านในการปรึกษาบัญชาการ จะขอแยกไปอยู่อาศัยในเรือน้อยใกล้กับเรือธงของท่านจะเป็นการสะดวกกว่า

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงสั่งการให้จัดเรือน้อยลำหนึ่งสำหรับเป็นที่พำนักของขงเบ้งและคนรับใช้ ขงเบ้งขอบคุณจิวยี่แล้วมาลงเรือน้อยที่จัดให้ ทอดสมออยู่ที่ชายตลิ่งใกล้กับเรือธงของจิวยี่เป็นที่สุขสบาย 

            สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ระบุว่ากองทัพของจิวยี่ “ยกกองทัพข้ามอ่าวไปถึงปากน้ำเมืองกังแฮ ทางไกลปากน้ำสำกั๋งหกร้อยเส้น จิวยี่จึงให้หยุดกองทัพเรือทอดไว้” ในขณะที่สามก๊กฉบับสมบูรณ์ระบุว่า “ขบวนเรือรบต่อเนื่องกันยาวเหยียดแล่นสู่เมืองแฮเค้า ห่างจากปากน้ำสำกั๋งอีกประมาณห้าหกสิบลี้ แม่ทัพจิวยี่จึงออกคำสั่งให้เรือรบทอดสมอพักตามลำดับไว้”

            พิจารณาดูความตอนนี้แล้วดูสับสนว่าจิวยี่ตั้งทัพที่ใดกันแน่ ทั้งนี้เกิดแต่การแปลความที่สับสน จึงถือเอาแผนการเดินทัพที่ได้ปรึกษากันตั้งแต่ต้นที่เมืองชีสองคือให้กองทัพทั้งปวง ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือเข้าสู่สมรภูมิ ตั้งรับกองทัพโจโฉที่ปากน้ำเมืองสำกั๋งซึ่งอยู่ห่างจากเมืองแฮเค้าหกร้อยเส้น โดยที่เมืองแฮเค้านั้นเป็นหัวเมืองขึ้นของเมืองกังแฮ

            ครั้นตั้งทัพบก ทัพเรือตามกระบวนศึกและตำราพิชัยสงครามแล้ว วันรุ่งขึ้นจิวยี่จึงให้ทหารไปเชิญขงเบ้งมาปรึกษาว่าเมื่อครั้งที่โจโฉรบกับอ้วนเสี้ยวนั้น อ้วนเสี้ยวมีทหารมากกว่าโจโฉถึงสิบเท่า แต่โจโฉก็สามารถวางแผนทำสงครามเอาชัยชนะต่อกองทัพของอ้วนเสี้ยวได้ ท่านทราบความนัยของชัยชนะและปราชัยในการศึกครั้งนั้นหรือไม่

            ขงเบ้งได้ฟังคำจิวยี่ดังนั้นก็รู้สึกว่าจิวยี่ปรึกษาความดังนี้น่าจะมีความนัยแอบแฝง จึงแสร้งกล่าวว่าการศึกระหว่างอ้วนเสี้ยวกับโจโฉนั้นเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน ต่างรุกต่างรับกัน ดังนั้นจะกล่าวความนัยประการใดประการหนึ่งว่าเป็นเหตุแห่งแพ้แลชนะนั้นไม่ได้

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นสำคัญว่าขงเบ้งไม่เข้าใจถึงความนัยอันเป็นหลักของการแพ้แลชนะในการศึกระหว่างโจโฉกับอ้วนเสี้ยว ประกอบทั้งความใจร้อนไม่อยากเสียเวลาในการเจรจาให้ยืดยาว จิวยี่จึงว่า “แลโจโฉทำการสงครามชนะอ้วนเสี้ยวนั้นเพราะเหตุด้วยฟังคำเขาฮิวบอกให้ไปตีเสบียงตำบลอัวเจ๋าได้ ครั้งนี้โจโฉยกมาทหารมากถึงร้อยหมื่นเศษ อันทหารเรายกมาบัดนี้ห้าหมื่นเศษ เห็นจะรบเอาชนะโจโฉนั้นขัดสน จำจะคิดอ่านให้ทหารไปตัดเสบียงโจโฉเสียให้ได้ก่อนจึงจะทำการรบพุ่งโจโฉได้  บัดนี้โจโฉซ่องสุมเสบียงไว้ ณ เขากีสาน แดนเมืองซงหยง อันตัวท่านนี้ก็อยู่ในแดนเมืองซงหยง แล้วชำนาญทางป่าเขาทุกตำบล อันการสงครามครั้งนี้เล่าไซร้จะเป็นการซุนกวนนายเราฝ่ายเดียวหามิได้ก็เป็นการของเล่าปี่ผู้นายท่านด้วย เราจะเกณฑ์ทหารให้ท่านพันหนึ่งเร่งยกทัพกลับไปบอกแก่เล่าปี่ ขอเอากวนอู เตียวหุย จูล่ง รีบยกไปตัดเอาเสบียงโจโฉเสียให้ได้ เราจะได้คิดการรบพุ่งสะดวก”

            ขงเบ้งพอฟังคำจิวยี่สิ้นความก็ตระหนักว่าที่ตั้งความระแวงต่อคำปรารภของจิวยี่มาแต่ต้นนั้นมิผิดแล้ว การทั้งนี้เกิดแต่จิวยี่ส่งจูกัดกิ๋นมาเกลี้ยกล่อมเราให้เข้าด้วยกังตั๋งแล้วการไม่สมความคิด จึงพาลเอาผิดคิดฆ่าตัวเราเสีย ความอันจิวยี่กล่าวทั้งนี้เป็นแผนการยืมมือโจโฉให้ฆ่าเราเสีย เพราะทหารพันเดียวที่จิวยี่จะเกณฑ์ให้นี้ไหนเลยจะตีฝ่ากองทัพโจโฉเข้าไปเผาเสบียงได้ ทั้งตัวโจโฉเล่าก็ชำนาญการศึกมีความถนัดในแผนการทำลายเผาเสบียงเห็นประจักษ์อยู่ ไหนเลยจะประมาทไม่ป้องกันคลังเสบียงไว้เป็นอย่างดี

            ขงเบ้งตระหนักดังนี้จึงคิดการว่าหากแม้นว่าเราบิดพลิ้วขัดขืนไม่ยอมไปจิวยี่ก็ย่อมคิดอ่านแผนการอื่นสังหารเราต่อไปอีก ทั้งจะดูหมิ่นน้ำใจเราว่าขี้ขลาดตาขาว ครั้นจะยอมรับเอาคำสั่งไปตีคลังเสบียงโจโฉจิวยี่ก็จะหัวเราะว่ารู้เท่าไม่ทัน  แต่สถานการณ์เฉพาะหน้านี้สมควรจะยอมรับเอาไว้ก่อนแล้วค่อยคิดอ่านผันผ่อนแก้ไขในภายหลัง

            ขงเบ้งคิดดังนั้นแล้วจึงตีสีหน้ายิ้มแย้มกล่าวกับจิวยี่ว่าการศึกทั้งนี้เป็นการของนายเราทั้งสองข้าง ข้าพเจ้าขอรับเอาเป็นธุระยกไปปล้นคลังเสบียงของโจโฉตามคำสั่งท่าน อย่าได้วิตกเลย

            เสร็จธุระแล้วขงเบ้งจึงคำนับลาจิวยี่กลับมาที่เรือน้อย

            เมื่อขงเบ้งออกไปแล้ว โลซกซึ่งอยู่ในที่นั้นด้วยมีความสงสัยในแผนการที่จิวยี่ให้ขงเบ้งไปตีคลังเสบียงของโจโฉ จึงพาซื่อถามจิวยี่ว่าแผนการที่ท่านคิดอ่านมอบหมายให้ขงเบ้งไปโจมตีคลังเสบียงของโจโฉครั้งนี้ ท่านคิดหรือว่าจะสำเร็จดังปรารถนา

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็รู้ว่าโลซกไม่รู้เท่าทันจึงหัวเราะ แล้วว่าตัวท่านนี้พาซื่อนักหนา อันขงเบ้งผู้นี้หากไม่ฆ่าเสียในวันหน้าก็จะเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อเมืองกังตั๋ง แต่ครั้นเราจะฆ่าเสียเองบัดนี้เล่า ความครหานินทาก็จะมีแก่เราเป็นอันมาก

            แล้วจิวยี่จึงเปิดเผยความนัยให้โลซกทราบว่าเรา “จึงแกล้งใช้ขงเบ้งไปตีเสบียงหวังจะยืมอาวุธโจโฉให้ฆ่าขงเบ้งเสีย สืบไปภายหน้าเราจึงจะไม่มีภัย แล้วคนทั้งปวงก็จะไม่ติเตียนเราได้”

            จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่าแผนการใช้ขงเบ้งไปตีเสบียงโจโฉในครั้งนี้หาใช่ความประสงค์ที่แท้จริงที่หวังเอาความสำเร็จในการทำลายคลังเสบียงของโจโฉแต่ประการใดไม่ เจตนาที่แท้จริงคือการยืมมือโจโฉฆ่าขงเบ้งเพื่อป้องกันความครหาที่จะมีต่อจิวยี่เท่านั้น และความทั้งนี้ขงเบ้งก็รู้กระจ่างใจ แต่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับกลอุบายของจิวยี่ครั้งนี้ได้ จึงรับคำไว้ก่อนแล้วไปนอนรับลมเล่นอยู่บนเรือน้อยซึ่งทอดสมออยู่ริมฝั่ง

            โลซกได้ฟังดังนั้นในใจก็นึกสงสารขงเบ้ง คิดว่าขงเบ้งไม่รู้เท่าทัน ตกในกลอุบายของจิวยี่แล้วจะเสียทีแก่โจโฉ หากขงเบ้งเป็นไปประการใดเมืองกังตั๋งก็จะเสียกำลังแห่งสติปัญญาอันสำคัญ แต่ใจหนึ่งโลซกก็คิดว่าสติปัญญาของขงเบ้ง ไหนเลยจะไม่รู้เท่าทันความคิดจิวยี่ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงควรที่เราจะไปดูท่าทีของขงเบ้งสักครั้งหนึ่ง

            คิดดังนั้นแล้วโลซกจึงกล่าวกับจิวยี่ว่า “ข้าพเจ้าจะขอไปดูท่วงทีกิริยาขงเบ้งว่าจะรู้ตัวหรือไม่”

            จิวยี่เองก็คลางแคลงใจอยู่เช่นเดียวกันว่าขงเบ้งจะอ่านแผนการความคิดของตัวออกหรือไม่ ได้ฟังโลซกดังนั้นก็เห็นชอบแล้วว่าท่านจงไปฟังท่าทีขงเบ้งดูสักครั้งหนึ่งก่อน ได้ความประการใดให้รีบมาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบ

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็คำนับลาจิวยี่ แล้วตรงไปที่เรือน้อยของขงเบ้ง

            ขงเบ้งทำใจดีสู้เสือ ยอมรับแผนของจิวยี่ทั้งที่รู้ว่าเป็นแผนส่งตัวไปให้โจโฉสังหารโดยไม่ลังเล ก็เพราะมีความมั่นใจในสติปัญญาตัวว่าจะรับมือแก้ไขได้โดยไม่ต้องไปให้เสือกิน.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘