ตอนที่ 250. ประกาศสงครามเซ็กเพ็ก

 “ปราชญ์ซุนหวู่กล่าวว่า การรณรงค์สงครามเป็นงานใหญ่ของประเทศชาติ เป็นจุดความเป็นความตาย เป็นวิถีทางอันนำไปสู่ความยืนยงคงอยู่ หรือดับสูญหายนะ พึงพินิจพิเคราะห์จงหนักทีเดียว”

            คัมภีร์พิชัยสงครามของซุนหวู่ได้วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการประมาณการสงครามไว้ว่า เหตุแห่งชัยชนะและปราชัยในการสงครามให้พึงประเมินจากธรรมคือความร่วมจิตสมานฉันท์ของอาณาประชาราษฎรที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับผู้นำประการหนึ่ง ฤดูกาลร้อนหนาวและความผันแปรแห่งกาลอากาศประการหนึ่ง ภูมิประเทศคือความใกล้ไกล ความทุรกันดาร หรือราบเรียบแห่งภูมิประเทศ ความกว้างแคบของแนวรบตลอดจนยุทธภูมิว่าอยู่ในลักษณะเป็นตายประการใดประการหนึ่ง และขุนพลคือผู้นำทัพซึ่งมีสติปัญญาทรงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรม ความเมตตา ความกล้าหาญ และความเข้มงวดเด็ดขาดอีกประการหนึ่ง และระเบียบวินัยคือระบอบการจัดพลรบ วินัยแห่งทหาร การส่งกำลังบำรุง ยุทโธปกรณ์ และค่าใช้จ่ายของกองทัพอีกประการหนึ่ง ทั้งห้าประการนี้ผู้ใดรู้จริงทั้งฝ่ายเขาและฝ่ายเรา ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะ ผู้ใดไม่รู้จริงหรือรู้เราแต่ไม่รู้เขา หรือรู้เขาแต่ไม่รู้เรา ฝ่ายนั้นเป็นผู้ปราชัย

            ด้วยห้าประการนี้ก็สามารถหยั่งทราบแพ้ชนะในการสงครามได้แล้ว จิวยี่และ  ขงเบ้งได้ประมาณการสงครามระหว่างฝ่ายโจโฉกับฝ่ายกังตั๋งและเล่าปี่สอดคล้องต้องกัน ว่าผลบั้นปลายของสงครามนั้นโจโฉจะต้องเป็นฝ่ายปราชัย ดังนั้นเมื่อประมาณการสงครามแล้วจิวยี่จึงมีความมั่นใจในชัยชนะ และขออาสาเป็นแม่ทัพทำสงครามกับโจโฉในครั้งนี้

            ขงเบ้งนั่งฟังในฐานะแขกเมืองด้วยสีหน้าอันราบเรียบ ราวกับไร้อารมณ์ความรู้สึกใด ๆ แต่ซุนกวนได้ฟังคำจิวยี่แล้วเห็นสอดคล้องต้องกับความคิดของขงเบ้งที่ได้สนทนากันเมื่อวันก่อน และตรงกับความปรารถนาของตนเองที่จะปกปักรักษาแคว้นกังตั๋งไว้ให้ปลอดภัย จึงว่าโจโฉเป็นศัตรูราชสมบัติ คิดตั้งตนเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวในแผ่นดิน หลังจากปราบปรามลิโป้ อ้วนเสี้ยว อ้วนสุด เล่าเปียวแล้ว อ้ายศัตรูราชสมบัติจึงมีใจกำเริบคิดจะฮุบเมืองกังตั๋งซึ่งเป็นการเพ้อฝัน เราจะไม่มีวันยอมจำนนต่อโจโฉเป็นอันขาด ทั้งจะไม่ยอมอ่อนข้อใด ๆ ให้กับโจโฉ ความอันท่านกล่าวทั้งนี้ต้องด้วยใจเรานัก มิเสียแรงที่ซุนเซ็กพี่เราวางใจท่านเป็นหลักชัยของแผ่นดินกังตั๋ง

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ยินดี แต่เกรงว่าซุนกวนจะมีน้ำใจลังเล จึงกล่าวย้ำว่าข้าพเจ้ามั่นใจว่าสงครามครั้งนี้ฝ่ายกังตั๋งจะเป็นฝ่ายชนะ โจโฉจะต้องเป็นฝ่ายปราชัย ข้าพเจ้าขออาสานำทัพกำจัดโจโฉให้จงได้ แต่ยังวิตกอยู่ด้วยถ้อยคำคนจะเจรจาให้ท่านลังเลเป็นสองใจสืบไปเมื่อหน้า การสงครามก็จะไม่ราบรื่น

            ซุนกวนได้ฟังดังนั้นจึงหยิบเอากระบี่อาญาสิทธิ์สำหรับเจ้าเมือง ชักกระบี่ออกแล้วฟันลงที่มุมโต๊ะที่ว่าราชการจนขาดร่วงลงไปเสี้ยวหนึ่ง แล้วประกาศว่าเราขอประกาศสงครามกับทรราชโจโฉตั้งแต่บัดนี้  ขุนนางและข้าราชการทั้งปวงทั่วทั้งกังตั๋งจงพร้อมใจกันทำสงครามไปจนกว่าจะได้ชัยชนะ หากผู้ใดกล่าวความให้เรายินยอมอ่อนน้อมต่อโจโฉอีกจะต้องถูกลงโทษประหารอย่างเฉียบขาดเหมือนที่เราได้ฟันโต๊ะที่ว่าราชการขาดไปบัดนี้

            ว่าแล้วซุนกวนจึงประกาศแต่งตั้งให้จิวยี่เป็นผู้บัญชาการใหญ่ในการทำสงครามกับโจโฉ มีอำนาจบังคับบัญชากองทัพบก กองทัพเรือ และขุนนางข้าราชการทั้งปวงของแคว้นกังตั๋ง ให้เทียเภาเป็นรองแม่ทัพ ให้โลซกเป็นเสนาธิการ หากผู้ใดมิเชื่อฟังคำสั่งก็ให้เอากระบี่อาญาสิทธิ์นี้ตัดศีรษะเสีย

            ศึกสามเส้าทางการทูตระหว่างซุนกวน โจโฉ และเล่าปี่ปิดฉากลงแล้ว เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในสงครามทางการทูตของขงเบ้งต่อซุนกวนและโจโฉ เพราะในบัดนี้เมื่อซุนกวนได้ประกาศสงครามเซ็กเพ็กแล้ว เท่ากับว่าเมืองกังตั๋งได้เข้าสู่สงครามและกลายเป็นคู่หลักแห่งสงครามกับโจโฉโดยตรง โดยเล่าปี่เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนและนอนพักฟื้นอย่างสุขสบายอยู่ที่เมืองกังแฮ ผลของการประกาศสงครามครั้งนี้ทำให้เล่าปี่สามารถถอนตัวออกจากสงครามได้อย่างง่ายดาย และได้ผลักสถานการณ์สงครามสู่กังตั๋งอย่างเต็มที่ เพราะเมื่อซุนกวนประกาศสงครามเซ็กเพ็กแล้ว กำลังกองทัพฝ่ายกังตั๋งก็ย่อมตรึงกำลังฝ่ายโจโฉมิให้ยกไปทำร้ายเล่าปี่ที่เมืองกังแฮได้

            ซุนกวนได้ลุกขึ้นยืน ยื่นกระบี่อาญสิทธิ์แก่จิวยี่ และประสาทพรแก่จิวยี่ว่าให้มีชัยชนะแก่ข้าศึกทุกทิศานุทิศ พิทักษ์กังตั๋ง พิทักษ์อาณาประชาราษฎร กำจัดและขับไล่โจโฉให้จงได้

            จิวยี่คำนับซุนกวนแล้วน้อมศีรษะเอามือทั้งสองรับกระบี่อาญาสิทธิ์มาจากซุนกวน แล้วหันหน้ามายังเหล่าที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองและบรรดาขุนนางข้าราชการทั้งปวง และประกาศก้องว่า “บัดนี้เราได้อาญาสิทธิ์แล้ว ผู้ใดอย่าประมาทต่อหน้าที่ที่จะทำการรบพุ่งโจโฉครั้งนี้ จงไปพร้อมกันที่ชายทะเล ถ้าผู้ใดขาดช้าอยู่จะเกณฑ์เอาราชการมิทัน เราจะเอาโทษแก่ผู้นั้น”

            จิวยี่ประกาศให้บรรดาแม่ทัพนายกองและบรรดาขุนนางข้าราชการทั้งปวงของแคว้นกังตั๋งไปพร้อมกันที่ชายทะเลในตอนบ่ายในวันรุ่งขึ้นเพื่อรับคำสั่งในการยาตราทัพสู่แนวหน้าเผชิญกับกองทัพของโจโฉแล้วจึงคำนับลาซุนกวนออกมา

            ซุนกวนจึงสั่งเลิกประชุม บรรดาที่ปรึกษา แม่ทัพนายกองและขุนนางข้าราชการทั้งปวงของเมืองกังตั๋งต่างคำนับซุนกวนแล้วกลับไปจัดแจงเตรียมการเพื่อร่วมชุมนุมรับฟังคำสั่งตามบัญชาของจิวยี่

            จิวยี่ออกจากที่ว่าราชการแล้วกลับไปที่เรือนรับรองอันเป็นที่พัก แล้วสั่งทหารให้ไปเชิญขงเบ้งมาปรึกษา ขงเบ้งเพิ่งออกมาจากที่ว่าราชการ พอมาถึงเรือนพักแขกเมืองทหารของจิวยี่ก็มาเชิญตัวแล้วพาไปพบจิวยี่

            พอจิวยี่เห็นขงเบ้งมาถึงก็ออกมาคำนับต้อนรับขงเบ้ง และเชิญขงเบ้งเข้าไปสนทนากันภายในห้องโถง แล้วว่าบัดนี้ซุนกวนนายเราได้ประกาศสงครามกับโจโฉแล้ว ขอสติปัญญาท่านช่วยคิดอ่านการสงครามเพื่อเอาชัยชนะโจโฉต่อไป

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่า “ซึ่งท่านจะให้เราช่วยคิดการนั้นก็จะเป็นไรมี พอจะช่วยคิดตามสติปัญญาได้บ้างอยู่ แต่ทว่ายังมิวางใจเลยด้วยเห็นอารมณ์นายท่านยังรวนเรนัก”

            จิวยี่หลังได้ยินคำประกาศสงครามเซ็กเพ็กจากปากซุนกวนและรับกระบี่อาญาสิทธิ์จากซุนกวนมาแล้ว ก็มั่นใจว่าซุนกวนได้ตัดสินใจเป็นเด็ดขาดที่จะทำสงครามกับโจโฉ คาดคิดไม่ถึงว่าขงเบ้งจะตั้งข้อสงสัยเอากับความในใจของซุนกวนในลักษณะเช่นนี้ เพราะจิวยี่เป็นขุนนางของเมืองกังตั๋งมาช้านาน ก็ยังอ่านความในใจว่าซุนกวนยังมีความรวนเรอยู่มิได้ ไฉนขงเบ้งเพิ่งก้าวย่างเข้าสู่กังตั๋งเพียงไม่กี่วันจึงกล้าทักท้วงว่าซุนกวนยังลังเลใจอยู่ดังนี้ จึงถามขงเบ้งว่าเพราะเหตุใดท่านจึงกล่าวความฉะนี้เล่า

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่า ข้าพเจ้าเห็นว่าในใจของนายท่านนั้นยังคงหวาดวิตกอยู่ด้วยแสนยานุภาพทางการทหารของโจโฉว่ามีกำลังถึงร้อยหมื่น เมืองกังตั๋งมีกำลังทหารน้อยกว่ามาก เกรงว่าจะไม่ชนะแก่กองทัพของโจโฉ ดังนั้นก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไปขอให้ท่านกลับเข้าไปว่ากล่าวกับซุนกวนอีกครั้งหนึ่ง ปลอบประโลมให้กำลังใจอย่าให้หวั่นไหวกับแสนยานุภาพของโจโฉ แม้นเมื่อใดที่ซุนกวนตัดสินใจมั่นคงหนักหน่วงแล้ว ท่านก็จะทำการสงครามได้โดยสะดวกใจ

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็นิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่าซุนกวนจะมีความลังเลสงสัยอยู่อีก แต่จิวยี่นั้นเป็นผู้เจนจบในเชิงชั้นแห่งพิชัยสงคราม ตระหนักดีว่าการตัดสินใจที่หนักแน่นมั่นคงของผู้นำเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งของความแพ้ชนะ และถ้อยคำของขงเบ้งก็มีเหตุผลหนักแน่นอยู่ ชอบที่จะหยั่งท่าทีของซุนกวนให้เป็นที่เด็ดขาดสักครั้งหนึ่งก่อน

            ดังนั้นจิวยี่จึงว่า ความอันท่านกล่าวนี้ก็ชอบกลอยู่ ท่านจงกลับไปก่อน ข้าพเจ้าจะเข้าไปหาซุนกวนอีกครั้งหนึ่ง ขงเบ้งจึงคำนับลาจิวยี่กลับไปที่พัก ส่วนจิวยี่ได้ไปที่จวนของซุนกวน

            ซุนกวนทราบว่าจิวยี่มาหาทั้งที่เป็นเวลาค่ำมืดก็ประหลาดใจ จึงถามจิวยี่ว่าเวลานี้ค่ำมืดแล้ว ท่านมีธุระร้อนด้วยสิ่งใดหรือจึงมาหาเรา

            จิวยี่จึงว่าในวันพรุ่งนี้แล้วข้าพเจ้าก็จะชุมนุมทหาร ตรวจพล และยาตราทัพขึ้นสู่แนวหน้า แต่ยังเกรงว่ามีประการหนึ่งประการใดที่ค้างคาในหัวใจท่านให้เป็นที่วิตกอยู่บ้างหรือไม่ จึงหวังมาสอบถามให้ทราบความกระจ่างสักครั้งหนึ่ง

            ซุนกวนได้ฟังดังนั้นจึงว่า ท่านมาถามความดังนี้ก็ดีแล้ว ตัวเราเองยังมีความหวาดวิตกอยู่อีกประการหนึ่ง ซึ่งกองทัพโจโฉยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก มีกำลังพลนับร้อยหมื่น แต่ทหารเมืองกังตั๋งเรามีน้อยกว่า เกรงว่าจะสู้โจโฉมิได้ หากพลาดพลั้งเสียทีมิรู้การข้างหน้าจะเป็นประการใด

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็สะดุ้งใจที่ซุนกวนยังมีความลังเลอยู่จริงดังคำขงเบ้ง จึงกล่าวปลอบใจซุนกวนว่า ประการนี้แล้วที่ข้าพเจ้าคิดว่าท่านอาจมีความวิตกกังวลอยู่ จึงมาสอบถามเพื่อจะชี้แจงให้ท่านมีความมั่นใจ ซึ่งท่านสำคัญว่าโจโฉมีกองทัพถึงร้อยหมื่นนั้นหาจริงไม่ โจโฉเสกสร้างข่าวลวง ปั้นข่าวลือว่ามีทหารมาก ทั้งที่แท้มีทหารเพียงสิบห้าสิบหกหมื่นเท่านั้น ในจำนวนนี้ได้รวมเอาทหารอ้วนเสี้ยวและทหารเมืองเกงจิ๋วไว้ด้วยแล้ว ทั้งทหารอ้วนเสี้ยวและทหารเมืองเกงจิ๋วล้วนเป็นทหารเชลย ไม่เต็มใจทำการศึก ทนอยู่กับโจโฉด้วยความจำใจ โอกาสเปิดเมื่อใดก็คิดจะหนีโจโฉอยู่ทุกวันเวลา เห็นจะไม่พร้อมใจที่จะสู้รบอย่างเต็มฝีมือ อีกประการหนึ่งเล่าทหารโจโฉเดินทัพมาแต่ทางไกล เสบียงอาหารก็ขัดสน เมืองกังตั๋งเราเสบียงอาหารและผู้คนพร้อมเพรียงบริบูรณ์ โจโฉมีทหารมากจึงเสมือนหนึ่งมีทหารน้อย เรามีทหารน้อยก็เหมือนหนึ่งมีทหารมาก เมื่อวันเวลาผ่านไปความได้เปรียบของเราก็จะเพิ่มพูนขึ้น ความเสียเปรียบของโจโฉก็ยิ่งเพิ่มพูนตาม โจโฉจะต้องปราชัยในสงครามครั้งนี้เป็นมั่นคง

            แล้วจิวยี่จึงยืนยันมั่นคงว่า การสงครามครั้งนี้ข้าพเจ้าขอเอาแต่ทหารเพียงห้าหมื่นก็จะเอาชนะต่อกองทัพโจโฉได้ ท่านอย่าวิตกสืบไปเลย

            ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็โล่งอก ดีใจ ตรงเข้าไปกอดจิวยี่แล้วว่าความอันท่านชี้แจงทั้งนี้ทำให้จิตใจเราสว่างไสว ความสงสัยสร่างสิ้นแล้ว นับเป็นคุณแก่เรายิ่งนัก การสงครามครั้งนี้เรามีความมั่นใจถึงสิบส่วนเพราะได้สติปัญญาความคิดอ่านท่านเป็นที่พึ่ง มิเสียแรงที่วางใจ น้อยใจก็แต่เตียวเจียวเราร้อนก็มิร้อนด้วยเรา เป็นที่พึ่งให้แก่เรามิได้เลย

            แล้วซุนกวนจึงย้ำว่าเราตัดสินใจเป็นเด็ดขาดแล้ว ตัวท่าน เทียเภา และโลซกจงร่วมแรงร่วมใจกันคิดอ่านการสงครามกำจัดโจโฉให้สำเร็จสมความปรารถนานั้นเถิด เมื่อท่านจัดแจงทหารพร้อมแล้วก็จงรีบยกไป ตัวเราจะยกเป็นกองทัพหนุนตามไปภายหลัง หากขัดข้องขัดสนประการใด ก็ให้แจ้งข่าวมายังกองทัพหนุน เราก็จะรีบยกไปสมทบ

            จิวยี่เห็นซุนกวนยืนยันมั่นเหมาะดังนี้ก็วางใจ ทั้งเห็นเป็นเวลาค่ำมืดแล้วจึงรีบคำนับลาซุนกวนกลับไปที่เรือนรับรอง

            ระหว่างขี่ม้าเดินทางกลับ จิวยี่ครุ่นคิดคำนึงว่าขงเบ้งเพิ่งย่างก้าวเข้าเมืองกังตั๋งเพียงไม่กี่วันกลับล่วงรู้น้ำใจเจ้านายเรากระจ่างยิ่งไปกว่าเรานัก ทั้งมีสติปัญญาหลักแหลม คิดการสิ่งใดก็ล้ำหน้าเราไปอยู่เสมอ คนแบบขงเบ้งนี้หากปล่อยละนานช้าไว้ก็จะเป็นภัยแก่เมืองกังตั๋ง สมควรกำจัดตัดรอนเสี้ยนหนามเสียแต่ต้นมือเพื่อมิให้กังตั๋งเป็นอันตราย

            เมื่อกลับถึงที่พักจิวยี่จึงให้ทหารไปเชิญโลซกมาพบ แล้วเล่าความที่คิดจะสังหารขงเบ้งให้โลซกฟังทุกประการ โลซกได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ ทักท้วงจิวยี่ในทันทีว่าท่านคิดอ่านสังหารขงเบ้งเสียนี้มิชอบ ด้วยยามนี้เป็นหน้าศึกสงคราม การศึกข้างโจโฉก็ติดพันอยู่ ยังมิรู้ผลที่สุดว่าจะเป็นฉันใด หากท่านสังหารขงเบ้งเสียแล้วจะได้ใครเล่าช่วยคิดอ่านปรึกษาการศึก การของนายเราจะมิเสียไปหรือ อนึ่งแม้นเล่าปี่รู้ว่าขงเบ้งถูกท่านสังหารเสียแล้วก็จะผูกพยาบาทเมืองกังตั๋ง ครั้นเห็นว่าสิ้นขงเบ้งเป็นคู่คิดก็จะหมดน้ำใจต่อสู้ด้วยโจโฉ ดีร้ายก็จะยอมสวามิภักดิ์แก่โจโฉรุมทำร้ายเมืองกังตั๋งเรา จะมิหนักอกชาวเมืองกังตั๋งแล้วละหรือ

            แล้วโลซกจึงยกเหตุผลต่อไปว่า ขงเบ้งนี้มีสติปัญญาเป็นอันมาก ความคิดแลสติปัญญาของขงเบ้งจะช่วยท่านให้ทำการสงครามกับโจโฉอย่างเบาแรง แทนที่ท่านจะคิดอ่านสังหารขงเบ้ง เหตุไฉนไม่คิดที่จะดึงตัวขงเบ้งไว้เป็นพวก เพราะบัดนี้จูกัดกิ๋นพี่ชายของขงเบ้งก็รับราชการอยู่ด้วยเมืองกังตั๋ง ชอบที่ท่านจะให้ไปว่ากล่าวชักชวนขงเบ้งให้อยู่รับราชการกับเมืองกังตั๋ง การสำเร็จแล้วประโยชน์ปัจจุบันและประโยชน์อนาคตก็จะมีบังเกิดแก่กังตั๋งทั้งสองสถาน ท่านจงใคร่ครวญให้จงดี

            ขงเบ้งได้รับชัยชนะในศึกการทูตจนกังตั๋งประกาศสงครามเซ็กเพ็กกับโจโฉ แต่กลับตกอยู่ในอันตรายจากความคิดอ่านวางแผนสังหารของจิวยี่เสียแล้ว.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓