ตอนที่ 214. ยุทธภูมิทุ่งพกบ๋อง

 บ่ายวันเดียวกันนั้นเสียงกลองระดมพลดังกระหึ่มขึ้น ณ กองบัญชาการทหารของเมืองซินเอี๋ย เหล่านายและพลต่างทยอยเข้าประจำที่ตามตำแหน่งที่ได้ฝึกซ้อมไว้เป็นอย่างดี ธงทิวประจำกองทัพของเล่าปี่ปลิวไสวลู่ล้อสายลมในฤดูใบไม้ผลิ

            ครั้นได้เวลาเล่าปี่ ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย ได้ขึ้นมาบนศาลาบัญชาการ เหล่าทหารทำความเคารพและโห่ร้องกึกก้อง ใกล้แท่นบัญชาการตั้งเก้าอี้ไว้สองตัว ตัวหนึ่งอยู่ตรงกลาง อีกตัวหนึ่งอยู่ด้านข้าง เล่าปี่ได้เชิญให้ขงเบ้งซึ่งในมือถือกระบี่อาญาสิทธิ์เข้าประจำที่ตรงกลางของโต๊ะบัญชาการ ส่วนเล่าปี่เลี่ยงมานั่งอยู่ทางด้านข้างโดยมีกวนอู เตียวหุย ยืนอยู่ด้านหลัง

            อาการดั่งนี้บ่งบอกความหมายชัดเจนว่าการบัญชาการศึกครั้งนี้ เล่าปี่ได้มอบหมายและวางใจให้ขงเบ้งถืออาญาสิทธิ์บังคับบัญชาทหารอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

            ขงเบ้งคำนับเล่าปี่และเชิญให้เล่าปี่นั่ง จากนั้นจึงให้สัญญาณให้สงบเสียงฆ้องกลอง และเสียงโห่ร้องของทหาร แล้วประกาศว่าบัดนี้โจโฉได้สั่งให้แฮหัวตุ้นกรีฑาทัพใหญ่หมายจะเหยียบเมืองซินเอี๋ยเสียให้ราบเป็นหน้ากลอง ดังนั้นเล่าปี่จึงมีบัญชามอบหมายให้ตัวเราบัญชาการศึกครั้งนี้เพื่อทำลายล้างกองทัพแฮหัวตุ้นให้วายวอดไปจงได้ ขอให้ทหารทั้งปวงรักษาระเบียบวินัย เคร่งครัดในพระอัยการศึก และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ผู้ใดฝ่าฝืนบิดพลิ้วเพิกเฉยจะต้องได้รับโทษประหารชีวิตโดยไม่เห็นแก่หน้าผู้หนึ่งผู้ใด ผู้ใดทำความชอบในการสงครามก็จะได้รับการปูนบำเหน็จตามควรแก่ความชอบนั้นโดยเสมอหน้ากัน

            ว่าแล้วขงเบ้งจึงร้องถามเหล่าทหารว่าพร้อมที่จะเข้าสู่สงครามช่วงชิงชัยชนะหรือไม่

            บรรดาเหล่าทหารได้ขานตอบพร้อมเพรียงกันว่าพวกเราพร้อมพลีชีพเพื่อมาตุภูมิ เพื่อราชวงศ์ฮั่น

            จากนั้นขงเบ้งจึงเชิญทหารเอก ทหารรอง ขึ้นมาบนศาลาบัญชาการ ในขณะนั้นจูล่งซึ่งขงเบ้งได้ให้ม้าเร็วมีหนังสือไปเรียกตัวมาจากเมืองห้วนเสียได้เดินขึ้นมาบนศาลาบัญชาการ คำนับทักทายเล่าปี่ ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย แล้วจึงเดินเข้าไปยืนประจำที่

            เมื่อบรรดานายทหารขึ้นมาพร้อมบนศาลาบัญชาการแล้วขงเบ้งจึงกล่าวว่าเดือนกว่ามานี้เราได้สำรวจภูมิประเทศโดยรอบเมืองซินเอี๋ยอย่างละเอียดถี่ถ้วน การศึกครั้งนี้แฮหัวตุ้นยกมามีกำลังพลถึงสิบหมื่น ในขณะที่กองทัพเมืองซินเอี๋ยมีกำลังพลเพียงหมื่นเศษ ดังนั้นหากรบซึ่งหน้ากำลังน้อยย่อมไม่อาจต้านทานกำลังมากได้ แต่โดยสภาพภูมิประเทศและโดยการบัญชาการที่มีอานุภาพก็จะสามารถทำลายล้างข้าศึกให้วายวอดเป็นจุณไปได้ ขอให้ท่านทั้งปวงมีความมั่นใจว่ากองทัพเมืองซินเอี๋ยจะทำลายกองทัพของแฮหัวตุ้นให้พินาศไปได้ อย่าได้ลังเลหรือสงสัยในชัยชนะแม้แต่สักน้อย

            บรรดานายทหารทั้งปวงฟังคำขงเบ้งด้วยความสนใจ ในขณะที่มีความแปลกประหลาดใจว่าจะเอาชัยชนะแก่กองทัพของแฮหัวตุ้นได้ด้วยวิธีใด

            ขงเบ้งจึงกล่าวต่อไปว่าที่ตำบลทุ่งพกบ๋องนอกเมืองซินเอี๋ย มีภูมิประเทศที่เป็นชัยภูมิ มีเขาอีสันอยู่ข้างขวา มีป่าอันหลิมซึ่งเป็นป่าแขมสูงท่วมหัวอยู่ทางด้านซ้าย มีทางเดินอันจำกัดอยู่ระหว่างกลาง สภาพภูมิประเทศที่จำกัดจะทำให้ข้าศึกมากก็เหมือนน้อย ตัวเราจะอาศัยธาตุไฟแห่งพลังจักรวาลเผาผลาญกองทัพแฮหัวตุ้นให้วายวอดเป็นจุณไปโดยไม่ทันได้เห็นกำแพงเมืองซินเอี๋ย

            ขงเบ้งได้กล่าวต่อไปว่าทุกคนจงฟังคำสั่งต่อไปนี้ให้จงดี

            ข้อแรก ให้กวนอู เตียวหุย คุมทหารคนละพัน โดยให้กวนอูยกไปตั้งซุ่มอยู่ ณ เชิงเขาอีสัน ให้เตียวหุยยกไปตั้งซุ่มอยู่ ณ ชายป่าอันหลิม เมื่อกองทัพแฮหัวตุ้นยกมาถึงก็ให้สงบนิ่งไว้ ปล่อยให้กองทัพแฮหัวตุ้นยกล่วงเข้ามา ถ้าเห็นแสงเพลิงไหม้ป่าอันหลิมข้างทิศใต้เมื่อใด ก็ให้ยกทหารออกมาโจมตีกองหลังซึ่งเป็นกองเสบียงของแฮหัวตุ้นจงพร้อมกัน

            ข้อสอง ให้กวนเป๋งกับเล่าฮองคุมทหารห้าร้อยพร้อมคบเพลิงจงมาก ยกไปตั้งซุ่มอยู่ในป่าอันหลิมข้างทิศใต้ชายทุ่งพกบ๋อง เวลาพรุ่งนี้ประมาณยามแรกกองทัพแฮหัวตุ้นก็จะยกมาถึงป่าอันหลิม เมื่อได้ยินเสียงกองทัพแฮหัวตุ้นปะทะกับกองหน้าของเมืองซินเอี๋ยครั้งที่สองก็ให้จุดเพลิงเผาป่าอันหลิม

            ข้อสาม ให้จูล่งคุมทหารหนึ่งพันยกไปเป็นกองหน้าและสั่งว่าการศึกครั้งนี้ท่านต้องทำหน้าที่พ่ายแพ้ จะเห็นแก่ชนะไม่ได้เป็นอันขาด เมื่อกองทัพของแฮหัวตุ้นยกล่วงเข้ามาในป่าอันหลิมแล้วให้ท่านเข้ารบแล้วทำทีเป็นพ่ายแพ้แตกถอยมาด้านหลัง

            ข้อสี่ ให้เล่าปี่คุมทหารหนึ่งพันยกเป็นกองหนุนจูล่ง เมื่อจูล่งถอยหนีมาแล้วให้เล่าปี่ยกหนุนเข้าไป แต่ให้ทำทีเป็นพ่ายแพ้ถอยกลับมา

            ขงเบ้งออกคำสั่งยุทธการสี่ข้อแล้วถามว่ามีผู้ใดไม่เข้าใจหรือสงสัยในคำสั่งนี้

            กวนอูได้ถามขึ้นว่าตรงจุดที่ท่านจะให้ข้าพเจ้ายกไปซุ่มอยู่นั้น สภาพภูมิประเทศจะสามารถซุ่มทหารม้านับพันนายได้ละหรือ

            คำถามของกวนอูดั่งนี้แสดงให้เห็นว่ากวนอูนั้นหาได้มีความเชื่อถือวางใจในสติปัญญาของขงเบ้งไม่ ทั้งยังไม่แน่ใจว่าขงเบ้งจะประจักษ์แจ้งในภูมิประเทศ จึงเกรงว่าการบัญชาการของขงเบ้งจะผิดพลาด เพราะถ้าหากตำแหน่งที่ให้ไปวางจุดซุ่มไม่มีป่าที่รกชัฏพอแล้วก็จะไม่สามารถวางกำลังกองซุ่มได้

            ขงเบ้งได้ฟังคำถามของกวนอูก็รู้ที แต่เมื่อเห็นกวนอูยังกระด้างนักจึงคิดข่มกวนอูให้เป็นบทเรียนไว้ คิดดังนี้แล้วขงเบ้งจึงเรียกหัวหน้านายทหารลาดตระเวนเข้ามาแล้วสั่งว่าให้รายงานสภาพพื้นที่ตำบลทุ่งพกบ๋องให้บรรดานายทหารทั้งปวงได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

            นายทหารลาดตระเวนจึงได้บรรยายสภาพตำบลทุ่งพกบ๋องตรงตามที่ขงเบ้งได้กล่าวไว้แต่ต้นทุกประการ กวนอูได้ฟังดังนั้นจึงนิ่งอยู่

            บรรดานายทหารทั้งปวงต่างสงสัยว่าคำสั่งยุทธการเพียงสี่ข้อเท่านี้นะหรือจะสามารถเอาชัยชนะแก่กองทัพสิบหมื่นของแฮหัวตุ้นได้ เพราะบรรดาคนเหล่านั้นต่างไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นสติปัญญาของขงเบ้งมาแต่ก่อน แต่เนื่องจากเกรงอาญาสิทธิ์ในมือของขงเบ้ง ทุกคนจึงกล่าวพร้อมกันว่าน้อมรับคำสั่ง

            กวนอูเห็นขงเบ้งออกคำสั่งมอบหมายหน้าที่แก่แม่ทัพ นายกอง แต่ไม่ปรากฏว่าตัวขงเบ้งรับภาระหน้าที่ประการใดก็สงสัย ในขณะที่ใจหนึ่งก็คิดว่าขงเบ้งรักตัวกลัวตายไม่กล้าเข้าสู่สมรภูมิ จึงคิดที่จะหักหน้าประจานขงเบ้งต่อหน้าเหล่าทหาร จึงถามขึ้นว่า “ท่านจัดแจงเราทั้งปวงให้ยกไปทำการทั้งนี้ก็เห็นชอบอยู่แล้ว แลตัวท่านนั้นจะทำเป็นประการใดเล่า”

            ขงเบ้งได้ยินคำถามก็แจ้งในความมุ่งหมายของกวนอู แต่แทนที่จะคิดแก้ตัวเป็นอย่างอื่น ขงเบ้งกลับตอบไปในลักษณะที่ท้าทายว่า “ท่านทั้งปวงยกไปแล้วเราก็จะอยู่รักษาเมือง”

            ขงเบ้งไม่ได้แลเห็นว่าการที่ตัวอยู่รักษาเมืองนั้นคือการแสดงออกถึงความรักตัวกลัวตาย แต่กลับท้าทายเอาซึ่งหน้าให้เป็นที่เข้าใจว่าถึงแม้จะนั่งอยู่ภายในเมืองก็ยังสามารถกำจัดกองทัพสิบหมื่นให้วายวอดเป็นจุณไปได้

            เตียวหุยได้ฟังดังนั้นไม่แจ้งความนัยแห่งสติปัญญาของขงเบ้ง จึงตบมือหัวเราะแล้วว่า “ซึ่งท่านว่ากล่าวทั้งนี้ก็เห็นว่าท่านมีสติปัญญาจริง คิดเอาความสบายแต่ตัว ท่านจะอยู่รักษาเมืองจงแต่งโต๊ะกินเล่นให้สบายใจเถิด”

            ขงเบ้งได้ฟังคำเตียวหุยก็ยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก แล้วว่าท่านพูดมาก็ไม่ผิด เราอยู่รักษาเมืองจะแต่งโต๊ะกินเล่นให้เป็นที่สบายใจ และจะแต่งโต๊ะไว้เลี้ยงดูพวกท่านเมื่อได้รับชัยชนะกลับมา

            ขงเบ้งตอบเตียวหุยในลักษณะที่สุดแสนจะทระนงและท้าท้ายซึ่งหน้า แต่ก็กล่าวสืบไปว่า “บัดนี้เล่าปี่ให้กระบี่อาญาสิทธิ์อยู่กับมือเรา แลท่านมาบิดพลิ้วขัดขวางอยู่ฉะนี้เห็นไม่ชอบ แม้เราไม่ทำตามอาญาสิทธิ์ นานไปเบื้องหน้าที่ไหนจะบังคับทหารสืบไปได้ ก็จะเสียการไป”

            ขงเบ้งกล่าวสิ้นคำแล้วก็ลุกขึ้นยืนหยิบป้ายสั่งประหารที่วางอยู่เบื้องหน้าโต๊ะบัญชาการ ในขณะเดียวกันก็เบือนหน้าไปทางเพชรฆาตที่ยืนประจำที่อยู่ตามระเบียบ ส่ออาการชัดเจนว่าจะออกคำสั่งให้เพชรฆาตจับตัวเตียวหุย เล่าปี่เห็นอาการดังนั้นก็พรั่นใจรีบกล่าวขัดขึ้นโดยขงเบ้งมิทันได้ออกคำสั่งประการใดว่า น้องรอง น้องเล็กเจ้า “ไม่รู้หรือว่าท่านผู้มีสติปัญญานั้นถึงมาตรว่าจะนั่งนอนหลับตาอยู่ในเรือน มิได้เห็นกิจการทั้งปวงเลยก็ดี ก็อาจสามารถจะคิดเอาชัยชนะข้าศึกร้อยพันได้ น้องเราทั้งสองอย่าได้ขัดขวางขงเบ้งเลย”

            การที่ขงเบ้งแสร้งเบือนหน้าไปทางเพชรฆาตนั้น ย่อมคาดหมายได้กระจ่างอยู่แล้วว่าเล่าปี่คงดูอาการแล้วทราบความนัยเป็นอย่างดี ครั้นได้ยินเล่าปี่กล่าวกับกวนอู เตียวหุยดังนั้น จึงวางป้ายสั่งประหารไว้ที่เดิมแล้วนั่งลง มือหนึ่งลูบหนวด อีกมือหนึ่งโบกพัดขนนกไปมา

            กวนอู เตียวหุย เห็นอาการของขงเบ้งดังนั้นก็ประจักษ์ว่าคนผู้นี้แม้มีวาจาถ้อยคำราบเรียบนักแต่ก็มีความเด็ดขาด ทรงอำนาจหนักหน่วง และใช้อำนาจเป็น ก็รู้สึกยำเกรง ครั้นได้ฟังคำเล่าปี่ดังนั้นจึงกล่าวกับเตียวหุยว่าพี่ใหญ่มอบหมายขงเบ้งให้บัญชาการศึกครั้งนี้ หากจะบิดพลิ้วหน่วงเหนี่ยวก็จะขัดใจพี่ใหญ่ การสงครามก็จะเสียไป ดังนั้นเราควรจะปฏิบัติตามคำสั่งของขงเบ้งให้เต็มที่เสียก่อน หากแม้นไม่สมคำเหมือนที่พี่ใหญ่ได้วางใจเชื่อถือความคิดแลสติปัญญาจึงค่อยว่ากล่าวในภายหลังก็ยังไม่สายเกินแก้

            ขงเบ้งสังเกตเห็นบรรดานายทหารทั้งปวงเข้าใจและรับคำสั่งพร้อมเพรียงกันแล้วจึงสั่งว่า ให้ผู้รับคำสั่งทุกคนจัดแจงทหารให้พร้อมและยกออกจากเมืองซินเอี๋ยไปประจำการอยู่ตามจุดที่มอบหมายให้แล้วเสร็จก่อนเวลาค่ำในวันนี้

            บรรดานายทหารทั้งปวงจึงคำนับลาเล่าปี่ ขงเบ้ง ส่วนขงเบ้งได้เชิญเล่าปี่ไปที่ศาลาว่าราชการเมืองซินเอี๋ยเพื่อปรึกษาการสงครามต่อไป

            ครั้นไปถึงศาลาว่าราชการเมืองซินเอี๋ยแล้ว ขงเบ้งจึงว่าข้าพเจ้าคำนวณระยะทางเดินทัพของแฮหัวตุ้นแล้ว วันพรุ่งนี้เวลาใกล้พลบกองทัพแฮหัวตุ้นจะยกล่วงมาถึงแดนตำบลทุ่งพกอ๋อง ขอให้ท่านยกทหารไปเป็นกองหนุนของจูล่ง ณ เชิงเขาอีสัน ส่วนตัวข้าพเจ้ากับบิต๊กและบิฮองจะคุมทหารอยู่รักษาเมืองไว้ให้ปลอดภัย ยามสายวันมะรืนนี้ข้าพเจ้าจะให้ซุนเขียนกับกันหยงแต่งโต๊ะยกไปต้อนรับท่านที่กลางทาง ให้ทหารได้ฉลองชัยกันให้เป็นที่สำราญ

            เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็รับคำขงเบ้ง แม้ว่าในใจจะสงสัยเป็นอันมากว่าแผนการครั้งนี้จะสามารถได้ชัยชนะต่อกองทัพแฮหัวตุ้นได้จริงหรือ แต่ด้วยความเกรงอกเกรงใจขงเบ้งเล่าปี่จึงมิกล้าไต่ถาม

            ครั้นสิ้นความที่ปรึกษาแล้ว ต่างฝ่ายต่างคำนับลากลับไปจัดแจงทหารและการรับมือกองทัพแฮหัวตุ้น

            ครั้นใกล้พลบ เล่าปี่และบรรดานายทหารทั้งปวงได้ยกกำลังออกจากเมืองซินเอี๋ยและเข้าตั้งประจำที่ในยุทธภูมิทุ่งพกบ๋องตามที่ขงเบ้งมอบหมายสั่งการทุกประการ

            ฝ่ายกองทัพแฮหัวตุ้นเคลื่อนพลสิบหมื่นมาจากเมืองฮูโต๋อย่างรีบเร่งด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะได้รับชัยชนะและสามารถจับตัวขงเบ้ง เล่าปี่ ได้โดยง่าย เพราะแฮหัวตุ้นนั้นเป็นขุนศึกเก่าแก่ของโจโฉ เคยการสงครามและรู้ฝีมือการสงครามของเล่าปี่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นอย่างดีว่าไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่เล่าปี่จะสามารถรับมือกับกองทัพของโจโฉได้

            ดังนั้นกองทัพสิบหมื่นของแฮหัวตุ้นที่ยกมาในครั้งนี้ ด้านหนึ่งมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับตั้งอยู่ในความประมาทอันต้องด้วยลักษณะปราชัยแห่งพิชัยสงครามแล้ว.
 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘