ตอนที่ 211. สู่เส้นทางตั้งตัว

ความศึกอันเป็นไประหว่างเมืองกังตั๋งกับเมืองกังแฮ ตลอดจนการเตรียมการทางการทหารของเมืองกังตั๋ง เพื่อเตรียมรับศึกกองทัพเมืองเกงจิ๋วตามแผนการของเตียวเจียวอยู่ในสายตาและการติดตามของหน่วยสอดแนมที่เล่าปี่ส่งมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

            เมื่อหน่วยสอดแนมเห็นกองทัพเมืองกังตั๋งยกไปตั้งอยู่ปากน้ำเองฮอ และซุนกวนยกทหารออกไปตั้งอยู่ที่ตำบลชีสองแล้ว จึงลอบลงเรือข้ามกลับไปแดนเมืองเกงจิ๋วและรีบเดินทางไปเมืองซินเอี๋ย รายงานความทั้งปวงให้เล่าปี่ทราบ

            เล่าปี่ทราบความแล้วจึงให้เชิญขงเบ้งมาปรึกษาและแจ้งข่าวสารการศึกให้ขงเบ้งทราบทุกประการ

            ขงเบ้งจึงว่าการที่กองทัพเมืองกังตั๋งยึดเมืองกังแฮได้แล้วทิ้งเมืองเสีย เลิกทัพกลับไปเมืองกังตั๋งดังนี้มีเจตนาจะล่อให้เล่าเปียวยกกองทัพไปตามตี และจะฉวยโอกาสนั้นโจมตีทำลายกองทัพเกงจิ๋ว หากเล่าเปียวหลงกลคงจะเสียทีแก่กังตั๋งเป็นมั่นคง เมื่อเล่าเปียวเสียทีแล้ว เมืองกังตั๋งก็จะอาศัยจังหวะนั้นรุกไล่ตามตีเข้ายึดเอาเมืองเกงจิ๋วไปพร้อมกัน

            ขงเบ้งกล่าวยังไม่ทันสิ้นความ ทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานเล่าปี่ว่ามีทหารนำสารจากเมืองเกงจิ๋วมามอบแก่ท่าน ว่าแล้วได้มอบสารของเล่าเปียวให้แก่เล่าปี่

            เล่าปี่เปิดสารออกอ่านดูจึงทราบว่าเล่าเปียวมีคำเชิญให้เล่าปี่เดินทางไปปรึกษาข้อราชการที่เมืองเกงจิ๋วเป็นการด่วน แต่ไม่ปรากฏความละเอียดว่าเป็นข้อราชการเรื่องใด

            เล่าปี่อ่านสารแล้วจึงส่งสารนั้นให้แก่ขงเบ้งเป็นทีถามความเห็นว่าจะมีความคิดเห็นเป็นประการใด

            ขงเบ้งรับสารมาอ่านดูแจ้งความตลอดแล้วจึงว่าเล่าเปียวมีหนังสือมาเชิญท่านไปเมืองเกงจิ๋วครั้งนี้เห็นจะไม่มีข้อราชการอื่นใดนอกจากเรื่องเมืองกังแฮ เล่าเปียวคงวิตกด้วยหองจอเจ้าเมืองกังแฮเสียทีแก่กองทัพกังตั๋งจนตัวตาย จึงคิดจะยกกองทัพไปตีเมืองกังตั๋ง ในขณะเดียวกันยังมีความลังเลสงสัยระแวงโจโฉ จึงเชิญท่านไปปรึกษา

            เล่าปี่จึงถามว่าข้าพเจ้าควรไปเมืองเกงจิ๋วตามคำเชิญของเล่าเปียวหรือไม่

            ขงเบ้งตอบว่ากรณีชอบที่ท่านจะต้องรับคำเชิญไปเมืองเกงจิ๋วในครั้งนี้ ตัวข้าพเจ้าจะขอติดตามท่านไปเพื่อช่วยคิดอ่านปรึกษาตามสถานการณ์

            เล่าปี่จึงถามต่อไปว่าเมื่อเทศกาลปีใหม่ชัวมอคิดอ่านลอบทำร้ายข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้หนีออกจากเมืองซงหยงโดยมิได้บอกกล่าวเล่าเปียว หากเดินทางไปเมืองเกงจิ๋วครั้งนี้จะให้เจรจาว่ากล่าวกับเล่าเปียวประการใด

            ขงเบ้งจึงว่าเมื่อท่านไปถึงเมืองเกงจิ๋วพบเล่าเปียวแล้ว จงถ้อยทีขออภัยโทษเล่าเปียวเสียก่อนว่ามีความจำเป็นต้องกลับเมืองซินเอี๋ยโดยที่มิได้บอกกล่าวแก่เล่าเปียวก่อน ทั้งเป็นการเดินทางกลับในขณะที่ยังไม่ทันเสร็จพิธีชุมนุมต้อนรับหัวเมืองและขุนนางของเมืองเกงจิ๋ว จึงทำให้การนั้นเสียไป หากเล่าเปียวทราบความนัยที่ชัวมอคิดร้ายต่อท่านก็จะต้องขอขมาท่าน แต่หากเล่าเปียวไม่ทราบความนัยก็คงจะสอบถามถึงต้นสายปลายเหตุ ขอให้ท่านแจ้งความไปตามจริง

            เล่าปี่พยักหน้ารับคำขงเบ้ง แล้วถามต่อไปว่าจะมีเรื่องอื่นที่จะต้องตอบโต้กับเล่าเปียวประการใดอีกหรือไม่

            ขงเบ้งจึงว่าถ้าหากเล่าเปียวจะสั่งให้ท่านยกกองทัพไปตีเมืองกังตั๋ง ขอให้ท่านบิดพลิ้วบ่ายเบี่ยงอย่าได้รับคำเป็นอันขาด แม้ขัดมิได้ก็ให้หน่วงเวลาว่าขอกลับมาจัดกองทัพที่เมืองซินเอี๋ยก่อน จากนั้นขงเบ้งจึงชี้แจงเหตุผลเพื่อให้เล่าปี่ใช้อ้างในการโต้ตอบกับเล่าเปียวจนกระจ่าง

            วันรุ่งขึ้นเล่าปี่จึงพาขงเบ้ง เตียวหุย และทหารห้าร้อยออกเดินทางจากเมืองซินเอี๋ยไปเมืองเกงจิ๋วตามคำเชิญของเล่าเปียว

            ครั้นถึงเมืองเกงจิ๋วเล่าปี่จึงให้เตียวหุยคุมทหารอยู่นอกประตูเมือง แล้วพาขงเบ้งเดินทางเข้าไปที่จวนของเล่าเปียว ในขณะนั้นเล่าเปียวได้รับทราบรายงานจากนายประตูอยู่ก่อนแล้ว จึงแต่งตัวรอรับเล่าปี่อยู่ที่ห้องโถงหน้า

            เล่าปี่เข้าไปถึงจวน จึงตรงเข้าไปคำนับเล่าเปียวตามธรรมเนียม หลังจากไต่ถามทุกข์สุขตามประสาคนแซ่เดียวกันแล้ว จึงกล่าวขอขมาลาโทษเล่าเปียวในกรณีที่ทิ้งงานชุมนุมบรรดาเจ้าเมืองที่ขึ้นต่อเมืองเกงจิ๋วกลับไปเมืองซินเอี๋ยโดยที่ไม่ได้แจ้งให้เล่าเปียวทราบเสียก่อน และขอรับผิดทั้งปวง

            เล่าเปียวทราบความที่เกิดขึ้นที่เมืองซงหยงในเทศกาลปีใหม่จากเล่ากี๋ผู้บุตรอยู่ก่อนแล้วว่าเกิดแต่เหตุที่ชัวมอวางแผนสังหารเล่าปี่ ครั้นได้ฟังเล่าปี่ยกเรื่องนี้ขึ้นเป็นข้อขมาลาโทษ เล่าเปียวก็รู้สึกอัปยศยิ่งนักจึงว่า “ซึ่งเกิดเหตุทั้งปวงนั้นเราไม่ได้คิดอ่านด้วย ครั้นภายหลังเราแจ้งเนื้อความ เราจะให้ตัดศีรษะชัวมอคนผิดไปขมาท่าน แลที่ปรึกษากับทหารทั้งปวงขอไว้ ซึ่งน้องเราได้ความขัดเคืองทั้งนี้อย่าได้ถือโทษโกรธเราเลย”

            เล่าเปียวเข้าใจว่าการที่เล่าปี่ยกเรื่องนี้ขึ้นขอขมาลาโทษเป็นการแสดงถึงความรู้สึกของเล่าปี่ที่ยังขุ่นเคืองและคงจะมีความระแวงอยู่ในใจว่าเล่าเปียวรู้เห็นเป็นใจในการกระทำของชัวมอด้วย จึงรีบชี้แจงว่าเหตุการณ์ทั้งนั้นเป็นเรื่องที่ชัวมอคิดอ่านโดยลำพัง และเล่าเปียวเองก็จะเอาโทษตาย เป็นแต่บรรดาขุนนางแลทหารได้ร้องขอชีวิตไว้ ดังนั้นเล่าเปียวจึงต้องขอขมาเล่าปี่

            เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็คิดอ่านผูกใจชัวมอและบรรดาขุนนางข้าราชการทหารเมืองเกงจิ๋ว จึงว่า “ซึ่งเกิดเหตุทั้งนี้ใช่ชัวมอจะล่วงทำการนั้นหามิได้ ด้วยชัวมอเป็นผู้ใหญ่ทั้งน้ำใจสัตย์ซื่อ เกลือกจะเป็นแต่พรรคพวกบ่าวไพร่ชัวมอคบคิดกันทำเอง ข้าพเจ้าก็หาถือโทษไม่”

            เล่าปี่แก้ตัวให้กับชัวมอแล้วโยนบาปให้กับบ่าวไพร่ผู้น้อยให้เป็นแพะรับบาปตามธรรมเนียมการเมือง ซึ่งแม้จะเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองในสมัยโบราณ แต่ก็ยังเป็นวิธีการที่ทันสมัยและใช้กันแพร่หลายในทางการเมืองยุคทาสี มีผิดคิดร้ายประการใดผู้เป็นใหญ่ก็หลีกภัยลอยตัวเอาตัวรอด โยนบาปให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยเป็นแพะรับบาป แล้วบูชายัญสังเวยความชั่วช้าของตัวอย่างอำมหิต

            เล่าเปียวได้ฟังเล่าปี่ไม่ติดใจเอาโทษจึงกล่าวตอบไปว่า กองทัพเมืองกังตั๋งได้ยกมาโจมตีเมืองกังแฮแล้วฆ่าหองจอเสีย ตัวเรามีความแค้นเคืองซุนกวนในเรื่องนี้เป็นอันมาก จึงเชิญท่านมาปรึกษาเพื่อจะขอให้ท่านยกกองทัพไปตีเมืองกังตั๋ง แก้แค้นแทนตัวเราให้จงได้

            เล่าปี่จึงว่าหองจอเป็นคนหยาบ มิได้เอาใจใส่การทหาร ปกครองโดยไม่ยุติธรรมทำให้ราชการเมืองกังแฮผันแปรไม่ปกติสุข เหตุนี้จึงเสียทีแก่ซุนกวนโดยง่าย ซุนกวนยึดได้เมืองกังแฮแล้วละเมืองเสีย เลิกทัพกลับไปเมืองกังตั๋ง เตรียมพร้อมที่จะรับศึกอย่างแข็งขัน หากกองทัพเมืองเกงจิ๋วยกไปคงไม่ได้ชัยชนะในเร็ววัน

            แล้วว่าเมื่อข่าวเมืองเกงจิ๋วยกไปตีเมืองกังตั๋งล่วงรู้ไปถึงเมืองฮูโต๋ โจโฉก็จะฉวยเอาโอกาสนั้นรีบยกมาตีเมืองเกงจิ๋ว กองทัพของเราติดพันนุงนังอยู่กับกองทัพข้างเมืองกังตั๋ง หากจะเลิกทัพก็จะขัดสนเพราะเมืองกังตั๋งจะฉวยโอกาสเข้าตามตี หากไม่เลิกทัพเมืองเกงจิ๋วก็จะเสียทีแก่โจโฉ เหตุนี้จึงขอให้ท่านดำริดูให้จงหนัก

            เล่าเปียวตั้งความหวังจะไหว้วานให้เล่าปี่ยกกองทัพเมืองเกงจิ๋วไปล้างแค้นเมืองกังตั๋งแทนตัว แต่พอได้ฟังเหตุผลตามที่เล่าปี่ชี้แจงดังนั้นก็เห็นสมจริง เล่าเปียวนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่แล้วว่า “เราทุกวันนี้ก็แก่ชราแล้ว ทั้งโรคก็เบียดเบียนเนือง ๆ เจ้าจงมาอยู่ช่วยว่าราชการเมืองเกงจิ๋วไปพลาง แม้เราหาบุญไม่แล้วตัวเจ้าจงเป็นเจ้าเมืองแทนเราเถิด”

            เหตุการณ์แบบเมื่อครั้งโตเกี๋ยมเจ้าเมืองชีจิ๋วขอให้เล่าปี่มาช่วยราชการแล้วยกเมืองชีจิ๋วให้แก่เล่าปี่กำลังเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้งหนึ่ง โดยที่เล่าปี่ไม่ได้คาดคิดมาแต่ก่อน แต่ด้วยวิสัยของคนผู้ไม่เคยคิดหมายปองทรัพย์สิ่งสินของผู้อื่น หรือฉวยโอกาสแสวงหาอำนาจวาสนาจากคนที่วางใจตัว เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ ละล่ำละลักรีบกล่าวว่า “ตัวข้าพเจ้าสติปัญญาแลกำลังก็น้อย แลได้มาพึ่งบุญท่านอยู่นี้ คุณหาที่สุดมิได้ ซึ่งจะให้ข้าพเจ้าว่าราชการแทนท่านนั้นไม่สมควร แต่คุณของท่านมีอยู่แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะช่วยทำนุบำรุงไปตามสติปัญญา”

            เล่าปี่ปฏิเสธไม่ยอมรับเอาเมืองเกงจิ๋วตามเจตนาของเล่าเปียว คงยอมรับแต่เฉพาะการช่วยเหลือเล่าเปียวในการบริหารราชการเมืองเกงจิ๋วเพื่อทดแทนคุณของเล่าเปียวเท่านั้น 

            ขงเบ้งนั่งฟังเล่าเปียว เล่าปี่โต้ตอบกันด้วยความสนใจ ครั้นได้ยินความว่าเล่าเปียวจะยกเมืองเกงจิ๋วแก่เล่าปี่ ขงเบ้งก็จ้องมองหน้าเล่าปี่เป็นทีเตือนให้รำลึกถึงแผนการที่ได้ว่ากล่าวกันไว้แต่ครั้งอยู่ที่โงลังกั๋งว่าเล่าปี่จะต้องตั้งตัวที่เมืองเกงจิ๋วก่อน บัดนี้เมื่อเล่าเปียวออกปากจะยกเมืองเกงจิ๋วแล้ว ก็สมควรรับคำเล่าเปียว

            เล่าปี่สบตาขงเบ้งก็แจ้งความนัย แต่น้ำใจยังมั่นคงในความกตัญญูต่อเล่าเปียวซึ่งได้ให้ที่อยู่อาศัยในยามยาก ทั้งยังเป็นคนแซ่เดียวกัน เล่าปี่จึงเมินหน้าไปจากสายตาของขงเบ้ง แล้วกล่าวปฏิเสธข้อเสนอของเล่าเปียว

            เล่าเปียวได้ยินคำปฏิเสธของเล่าปี่ก็เสียน้ำใจ  แต่ก็ยังยินดีที่เล่าปี่จะช่วยว่าราชการเมืองเกงจิ๋วในยามที่เล่าเปียวป่วย จึงว่าเมื่อเจ้ามีเจตนาเช่นนี้ เราก็จะไม่ฝืนน้ำใจ วันนี้เดินทางมาเหนื่อยแล้ว จงกลับไปพักผ่อน ณ ที่อันเคยอยู่มาแต่ก่อน

            ว่าแล้วเล่าเปียวจึงสั่งทหารให้พาเล่าปี่กลับไปที่อยู่ เล่าปี่จึงคำนับลาเล่าเปียวแล้วพาขงเบ้งกลับไปยังที่พักซึ่งเคยอยู่อาศัยมาแต่ก่อนนั้น และสั่งให้ทหารไปแจ้งความแก่เตียวหุยให้พาทหารเข้ามาในเมือง ตั้งกองรักษาการณ์อยู่ในบริเวณที่พักของเล่าปี่นั้น

            ครั้นถึงเรือนพัก ขงเบ้งจึงถามเล่าปี่ว่าเวลาวันนี้เล่าเปียวว่ากล่าวจะยกเมืองเกงจิ๋วแก่ท่านเป็นทีแล้ว ไฉนท่านจึงปฏิเสธอยู่ฉะนี้

            เล่าปี่จึงว่าเล่าเปียวมีคุณแก่ข้าพเจ้า ให้พึ่งพาอาศัยในยามยาก ข้าพเจ้าจะคิดเอาบ้านเมืองของเล่าเปียวก็เหมือนกับเป็นคนอกตัญญู จะเป็นที่ครหาแก่คนทั้งปวง ทั้งเล่าเปียวก็ยังมีลูกหลานว่านเครืออยู่เป็นอันมาก หากรับคำจะเอาเมืองเกงจิ๋ว บรรดาลูกหลานว่านเครือของเล่าเปียวก็จะโกรธแค้นพยาบาทให้เดือดร้อนในวันหน้า

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่าน้ำใจท่านนี้สัตย์ซื่อต่อผู้อื่นนัก เพราะน้ำใจดังนี้หนทางข้างหน้าจะต้องประสบความยากลำบากเป็นอันมาก ว่าแล้วขงเบ้งก็ส่ายหน้า

            ขณะนั้นทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่าบัดนี้เล่ากี๋บุตรผู้ใหญ่ของเล่าเปียวมาขอพบ เล่าปี่ได้ฟังรายงานแล้วจึงสั่งให้ทหารไปเชิญเล่ากี๋เข้ามาที่ห้องรับรอง

            เล่ากี๋คำนับเล่าปี่ตามธรรมเนียม ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาญาติผู้น้อยผู้ใหญ่แล้วร้องไห้

            เล่าปี่เห็นอาการเล่ากี๋ดังนั้นก็ตกใจ จึงถามว่าท่านมีความคับข้องหมองใจประการใด หรือมีความร้ายสิ่งใดเกิดขึ้นจึงร้องไห้ฉะนี้

            เล่ากี๋จึงว่าความอันเป็นนี้เนื่องมาแต่เรื่องเก่า คือนางชัวฮูหยินผู้เป็นมารดาเลี้ยงคิดอ่านกำจัดข้าพเจ้าซึ่งเป็นบุตรผู้ใหญ่ หวังจะให้เล่าจ๋องบุตรผู้น้อยของเล่าเปียวอันเกิดแต่อุทรของนางได้ครองอำนาจเมืองเกงจิ๋วต่อไป บัดนี้อันตรายคุกคามใกล้ตัวข้าพเจ้าเข้ามาทุกที เห็นว่ายากจะรักษาชีวิตไว้ได้แล้ว ไม่เห็นที่พึ่งอื่นใด จึงมาคำนับท่านอา หวังเอาความกรุณาช่วยคิดอ่านรักษาชีวิตข้าพเจ้าไว้ด้วยเถิด

            เล่าปี่ฟังเล่ากี๋แล้วมองไปที่ขงเบ้ง เห็นขงเบ้งนั่งอมยิ้มอยู่ จึงกล่าวขึ้นว่าเล่ากี๋หลานข้าพเจ้ามีความทุกข์เป็นอันมาก ขอสติปัญญาท่านช่วยคิดอ่านช่วยชีวิตเล่ากี๋อย่าให้ต้องอันตรายเลย

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่าตัวข้าพเจ้าเป็นคนไกล ไม่ชอบที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยความในครัวเรือนของผู้อื่น กล่าวดังนี้แล้วขงเบ้งก็หยุดคำพูดไว้แต่เพียงนั้น และเอาพัดขนนกโบกไปมาเป็นทีวางเฉยต่อเหตุการณ์ทั้งปวงที่เกิดขึ้น

            เล่ากี๋สนทนาอยู่กับเล่าปี่อีกครู่หนึ่งจึงคำนับลา เล่าปี่ได้เดินออกมาส่งเล่ากี๋แล้วกระซิบว่าในวันพรุ่งนี้อาจะแกล้งให้ขงเบ้งไปหาเจ้า จงอ้อนวอนว่ากล่าวให้ขงเบ้งคิดอ่านช่วยเหลือก็จะรอดจากอันตราย เล่ากี๋รับคำเล่าปี่แล้วกลับไปที่อยู่

            คำพยากรณ์เส้นทางแห่งอำนาจของเล่าปี่ที่จะเริ่มต้นที่เมืองเกงจิ๋วได้ส่อเค้าว่าจะเป็นจริงขึ้นแล้ว.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓