ตอนที่ 163. แผนเชิญนกกระสามาช่วยปลา

 อ้วนถำเชื่อความคิดของกัวเต๋า วางแผนเชิญอ้วนชงและสิมโพยมากินโต๊ะที่ค่ายนอกเมืองกิจิ๋วแล้วจะฉวยโอกาสนั้นสังหารทั้งอ้วนชงและสิมโพยเสียเพื่อแย่งชิงอำนาจเป็นใหญ่ในเมืองกิจิ๋ว

            ทางฝ่ายอ้วนชงครั้นได้รับคำเชิญของอ้วนถำจึงปรึกษากับสิมโพยว่าการที่อ้วนถำเชิญเราท่านออกไปกินโต๊ะครั้งนี้ท่านจะมีความเห็นประการใด

            สิมโพยได้ฟังดังนั้นก็แจ้งในแผนการของกัวเต๋า จึงว่าอ้วนถำนั้นคิดชิงอำนาจเป็นใหญ่ในเมืองกิจิ๋วมาแต่ต้น เสียทีแก่โจโฉแล้วยกมาตั้งอยู่ในเมือง ไม่ทันไรก็รีบยกออกไปตั้งค่ายอยู่นอกเมือง การทั้งนี้เป็นเพราะกัวเต๋าระแวงว่าท่านจะคิดอ่านทำร้าย

            แล้วว่าการเชิญไปกินโต๊ะครั้งนี้เป็นแผนการของกัวเต๋าเป็นแน่แท้ เป็นแผนการลวงท่านและข้าพเจ้าออกไปสังหาร ทั้งอ้วนถำและกัวเต๋าคิดอ่านทำร้ายท่านในครั้งนี้หากละนิ่งเฉยไว้ก็จะคิดอ่านแผนการอื่นสืบไป วันหนึ่งท่านก็อาจจะเพลี่ยงพล้ำได้ บัดนี้โจโฉได้เลิกทัพกลับไปแล้ว จึงควรถือโอกาสนี้กำจัดอ้วนถำเสีย ท่านจะได้สิ้นกังวลสืบไป

            อ้วนชงได้ฟังก็เห็นชอบกับความคิดของสิมโพย จึงปรึกษาว่าท่านจะคิดอ่านประการใด

            สิมโพยจึงว่าขณะนี้อ้วนถำคงเตรียมการซุ่มทหารไว้ด้านหลังค่าย หวังว่าเมื่อท่านและข้าพเจ้าออกไปกินโต๊ะก็จะทำการได้สมความคิด อ้วนถำทำการทั้งนี้จึงไม่ระแวงระวังว่าท่านจะยกกองทัพไปโจมตี ดังนั้นจึงให้ท่านจัดกองทัพยกไปกำจัดอ้วนถำเสียในครั้งนี้ก็จะได้รับชัยชนะโดยง่าย

            อ้วนชงฟังแผนการของสิมโพยก็เห็นชอบด้วย สั่งให้จัดแจงทหารเตรียมที่จะยกไปกำจัดอ้วนถำโดยไม่ให้ทันรู้ตัว

            ทางด้านกัวเต๋านั้นหลังจากอ้วนถำให้คนไปเชิญอ้วนชงออกมากินโต๊ะแล้วก็มิได้ประมาท เกรงความคิดของสิมโพยว่าจะรู้เท่าทันแล้วซ้อนแผนยกกองทัพมาโจมตีมิให้ทันรู้ตัว จึงแต่งทหารคอยลาดตระเวนฟังข่าวคราวความเคลื่อนไหวในเมืองกิจิ๋ว

            ดังนั้นพออ้วนชงเคลื่อนทัพออกจากเมืองกิจิ๋ว กัวเต๋าก็ได้รับทราบข่าวจากหน่วยสอดแนม จึงรายงานให้อ้วนถำทราบ อ้วนถำได้ฟังดังนั้นก็ตกใจรีบแต่งตัวใส่เสื้อเกราะและให้ทหารเตรียมพร้อม

            ในขณะที่อ้วนถำให้ทหารเตรียมพร้อมอยู่นั้น กองทัพของอ้วนชงก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ อ้วนถำเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ยกทหารออกไปเผชิญหน้ากับกองทัพของอ้วนชง

            อ้วนถำขี่ม้านำหน้าทหาร ยืนม้าอยู่ตรงข้ามกับอ้วนชงแล้วด่าอ้วนชงว่าเป็นคนเนรคุณ วางยาพิษอ้วนเสี้ยวจนถึงแก่ความตาย แล้วยึดอำนาจครองเมืองกิจิ๋ว

            แล้วว่าตัวเราเป็นพี่ มีสิทธิและความชอบธรรมที่จะครองเมืองกิจิ๋วตามอย่างธรรมเนียม ตัวจงคืนอำนาจปกครองเมืองกิจิ๋วแก่เราเสียโดยดี จะได้ไม่เป็นที่เดือดร้อนแก่ไพร่พลทั้งปวง

            อ้วนชงได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ชักม้าตรงเข้าไปรบกับอ้วนถำ ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้กันเป็นสามารถ แต่พอล่วงเพลงที่ยี่สิบอ้วนถำก็ทานกำลังฝีมือของอ้วนชงไม่ได้ กระตุกม้าหนีออกจากลานรบ ทหารของอ้วนถำเห็นดังนั้นก็พากันแตกหนีตามอ้วนถำไป

            อ้วนชงเห็นได้ทีจึงสั่งทหารไล่ตามตี ทหารของอ้วนชงได้ฆ่าฟันทหารของอ้วนถำบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก อ้วนชงนำทหารไล่ตามตีอ้วนถำไปเป็นระยะทางสามสิบเส้นเห็นว่าจะไล่ตามไม่ทันแล้วจึงยกกองทัพกลับเมืองกิจิ๋ว

            อ้วนถำพาทหารหนีอ้วนชงมาเป็นระยะทางสองร้อยเส้นเห็นอ้วนชงไม่ติดตามมาจึงให้ปลงทัพไว้แล้วรวบรวมทหารที่แตกมานั้นคุมกันเข้าเป็นกองทัพอีกครั้งหนึ่ง

            จากนั้นจึงให้เงียมเพ็กเป็นกองหน้า ตัวอ้วนถำเป็นกองทัพหลวง ยกกลับไปเมืองกิจิ๋ว

            อ้วนชงทราบว่าอ้วนถำยกกองทัพกลับมาอีกครั้งหนึ่งจึงจัดแจงทหารยกออกไปนอกเมือง เงียมเพ็กกองหน้าของอ้วนถำเห็นอ้วนชงยกทหารออกมาจึงขับม้าเข้ารบด้วยอ้วนชง

            ลิกองนายทหารของอ้วนชงเห็นดังนั้นจึงห้ามอ้วนชงว่าตัวเงียมเพ็กเป็นแต่เพียงเม็ดหน้าม้า ไม่ชอบที่ท่านซึ่งเป็นประหนึ่งขุนจะออกไปรบด้วยตนเอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าพเจ้าออกไปตัดศีรษะเงียมเพ็กเถิด ว่าแล้วลิกองจึงขับม้าแซงหน้าอ้วนชงออกไปรบกับเงียมเพ็ก

            กลองรบของทั้งสองฝ่ายลั่นขึ้นได้ห้าเพลง ลิกองก็เอาทวนแทงเงียมเพ็กตกม้าตาย อ้วนชงเห็นได้ทีจึงสั่งให้ทหารตะลุยเข้าโจมตีกองทหารของอ้วนถำ ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้กันอย่างชุลมุน บาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            อ้วนถำเห็นว่าจะต่อสู้รับมือกับกองทัพของอ้วนชงไม่ได้จึงชักม้าหนี บรรดาทหารของอ้วนถำเห็นดังนั้นจึงพากันแตกหนีตามตัวนายไป อ้วนชงเห็นอ้วนถำหนีไปแต่โดยง่ายเกรงว่าจะเป็นกลศึกจึงไม่ได้ยกตามตี

            อ้วนถำพาทหารหนีไปตั้งหลักอยู่ที่เมืองเพงง้วนก๋วน ซึ่งเป็นหัวเมืองที่ขึ้นต่อเมืองกิจิ๋วแล้วให้ทหารรักษาค่ายคูหอรบเชิงเทินไว้

            ทางด้านอ้วนชงพอทราบว่าอ้วนถำหนีไปจริงโดยไม่มีกลอุบายซุ่มซ่อนทหารไว้โจมตีจึงสั่งให้เคลื่อนทัพตามไปที่เมืองเพงง้วนก๋วน ตั้งค่ายล้อมเมืองเพงง้วนก๋วนไว้สามด้าน

            อ้วนถำเห็นดังนั้นจึงปรึกษากับกัวเต๋าว่าเมืองเพงง้วนก๋วนนี้เป็นเมืองเล็ก จะตั้งรับกองทัพเมืองกิจิ๋วได้ไม่นาน ท่านจะคิดอ่านประการใด

            กัวเต๋าจึงว่าสถานการณ์สงครามขณะนี้จริงดังคำท่าน ขอให้ท่านมีหนังสือขอเข้าสวามิภักดิ์ด้วยโจโฉ และขอให้โจโฉยกกองทัพยกไปตีเมืองกิจิ๋ว อ้วนชงทราบข่าวศึกคงจะถอนทัพกลับไปป้องกันเมืองกิจิ๋วเป็นมั่นคง ในขณะที่อ้วนชงถอยทัพนั้นย่อมเป็นโอกาสที่เราจะยกกองทัพไล่ตามตีทำลายกองทัพอ้วนชงเสีย

            แล้วว่ากองทัพโจโฉเพิ่งเลิกทัพกลับไป เสบียงอาหารคงยังไม่บริบูรณ์ เมื่อรีบยกมาตีเมืองกิจิ๋วครั้งนี้ทหารก็ยังอิดโรยอยู่ ฝ่ายเราได้ชัยชนะต่ออ้วนชงแล้ว ก็จะสามารถทำลายทัพโจโฉได้โดยง่ายเช่นเดียวกัน ดังนี้เท่ากับทำศึกครั้งเดียวได้ชัยชนะถึงสองทาง ทั้งเมืองกิจิ๋วก็จะตกเป็นสิทธิแก่ท่าน

            แผนการและความคิดของกัวเต๋าครั้งนี้เป็นผลจากทัศนะความคิดแบบอัตตะวิสัย ที่คิดเองเออเองโดยหาได้ประมาณการศึกอย่างรอบคอบไม่ เพราะมองข้ามสติปัญญาความคิดอ่านของโจโฉว่าจะหลวมตัวหลงกลแบบคนไร้สติปัญญา และเพราะคิดเองเออเองแบบความคิดของฝูงปลาที่อยู่ในบึงน้ำแห้งขอด แล้วคิดอ่านเชิญนกกระสาให้มาช่วยพาไปที่บึงน้ำอื่น ในที่สุดนกกระสาก็พาปลาไปกินเสียทีละตัวจนหมดทั้งฝูงฉะนั้น                                   

            แต่อ้วนถำฟังความคิดของกัวเต๋าแล้วกลับเห็นดีเห็นงาม เห็นความสำเร็จรอคอยอยู่เบื้องหน้าก็ดีใจ ปรึกษากัวเต๋าว่าท่านเห็นผู้ใดมีสติปัญญาสมควรที่จะเป็นทูตไปเจรจาความเมืองกับโจโฉได้บ้าง

            กัวเต๋าจึงว่าซินผีซึ่งเป็นเจ้าเมืองเพงง้วนก๋วนเป็นน้องของซินเบ้ง มีไหวพริบเฉลียวฉลาด สมควรมอบหมายหน้าที่ให้ไปทำการครั้งนี้ได้

            อ้วนถำได้ฟังดังนั้นก็เชื่อตามข้อเสนอของกัวเต๋า จึงแต่งหนังสือขอสวามิภักดิ์ด้วยโจโฉ และขอให้โจโฉยกกองทัพไปตีเมืองกิจิ๋ว แล้วให้ซินผีเป็นทูตนำหนังสือไปเจรจาความกับโจโฉต่อไป

            ฝ่ายโจโฉหลังจากเห็นชอบตามแผนการความคิดของกุยแก เลิกทัพกลับจากเมืองกิจิ๋วแล้วได้กรีฑาทัพลงใต้ พอยกล่วงเข้าเขตแดนเมืองเกงจิ๋วจึงให้ตั้งค่ายลงไว้ที่เมืองเซเปงก๋วน ณ ชายแดนเมืองเกงจิ๋วนั้น

            ทางฝ่ายเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋ว พอทราบข่าวศึกจึงสั่งให้เล่าปี่ยกทหารเมืองเกงจิ๋วออกไปตั้งขัดตาทัพโจโฉไว้

            ทั้งสองฝ่ายต่างคุมเชิงกันอยู่ ซินผีทูตของอ้วนถำก็ได้เดินทางมาถึงค่ายของโจโฉ

            โจโฉทราบว่าซินผีเป็นทูตมาแต่อ้วนถำจึงออกมาต้อนรับ คารวะทักทายกันตามอย่างธรรมเนียมแล้วซินผีจึงแจ้งความตามที่รับหน้าที่มาจากอ้วนถำแล้วมอบหนังสือให้แก่โจโฉ

            โจโฉรับหนังสือมาอ่านทราบความแล้วสั่งทหารให้นำซินผีไปพักผ่อนที่ค่ายนอก แล้วเชิญบรรดาแม่ทัพนายกองมาปรึกษาว่าอ้วนถำมีหนังสือมาขอเข้าเป็นพวก และขอให้ยกกองทัพไปตีเมืองกิจิ๋ว ท่านทั้งปวงจะมีความคิดอ่านประการใด

            เทียหยกฟังปรารภของโจโฉแล้วจึงว่า อ้วนถำมีหนังสือมาอ่อนน้อมครั้งนี้เกิดจากอ้วนถำทำศึกแล้วเสียทีแก่อ้วนชง ดังนั้นจะถือเป็นจริงเป็นจังว่าอ้วนถำจะเข้าสวามิภักดิ์ไม่ได้

            ลิยอยกับหมันทองได้สนับสนุนข้อเสนอของเทียหยกและเสนอว่าให้ทำศึกทางด้านเมืองเกงจิ๋วให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วค่อยคิดอ่านยกไปปราบภาคเหนือต่อไป

            แต่ซุนฮิวที่ปรึกษาคนสำคัญได้คัดค้านว่าความคิดของทั้งสามท่านนี้ดูเหมือนว่าจะมีเหตุผล แต่ข้าพเจ้าไม่เห็นพ้องด้วยเพราะทุกวันนี้แผ่นดินเป็นจลาจล ขุนศึกต่าง ๆ ล้วนคิดตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่ อันเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋วนั้นโอบอ้อมอารีแก่คนทั้งปวง ครองเมืองเกงจิ๋วมาเป็นเวลานาน เป็นหัวเมืองใหญ่ มีเมืองขึ้นหลายหัวเมือง แต่ตัวเล่าเปียวกลับมิได้คิดอ่านขยายอาณาเขตหรือตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าเหมือนกับขุนศึกคนอื่น ๆ คงประพฤติปฏิบัติตนเพียงฐานะเจ้าเมืองหนึ่งแห่งราชสำนักฮั่น ต่างกับอ้วนเสี้ยวซึ่งครองอำนาจในภาคเหนือแม้ว่าตัวตายแล้วแต่วงศ์วานว่านเครือและไพร่พลยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นเสี้ยนหนามใหญ่ของเมืองหลวง ถ้าหากลูกหลานตระกูล “อ้วน” สามัคคีปรองดองกันแล้ว ใครใดในแผ่นดินนี้คงย่ำยีไม่ได้ บัดนี้เป็นโอกาสอันงามยิ่งที่ลูกหลานตระกูล “อ้วน” วิวาทบาดหมางล้างผลาญกันเอง

            แล้วว่าการที่อ้วนถำมีหนังสือมาอ่อนน้อมครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นกลอุบายประการใดก็ตามที แต่ผลดีย่อมตกอยู่แก่กองทัพเราสถานเดียว เพราะโอกาสนี้นี่แล้วที่จะขยายผลความขัดแย้งตอกลิ่มให้ตระกูล “อ้วน” พังพินาศไป เป็นโอกาสสำคัญที่จะปราบภาคเหนือให้สำเร็จราบคาบ

            จึงขอให้ท่านอัครมหาเสนาบดียกกองทัพทำทีว่าจะช่วยอ้วนถำกำจัดอ้วนชงเสียในครั้งนี้ จากนั้นจึงกำจัดอ้วนถำเป็นลำดับถัดไป

            โจโฉฟังความจากที่ปรึกษาและแม่ทัพเสนอความเห็นเป็นสองฝ่ายดังนี้แล้ว เห็นว่าความคิดของซุนฮิวแยบยล เป็นหนทางแห่งชัยชนะและเห็นเป็นโอกาสที่จะปราบภาคเหนือให้ราบคาบได้จึงตัดสินใจดำเนินการตามความคิดของซุนฮิว

            โจโฉสั่งเลิกประชุมแล้วให้ทหารไปเชิญซินผีมากินโต๊ะ แล้วแสร้งถามว่าที่อ้วนถำมีหนังสือมาอ่อนน้อมต่อเรานี้เป็นการอ่อนน้อมโดยสุจริตจริงใจ หรือว่าเป็นเพียงกลอุบายหลอกใช้เราเท่านั้น

            ซินผีได้ฟังคำโจโฉก็ตกใจ นึกแต่ในใจว่าคนผู้นี้มีสติปัญญา มองการทะลุปรุโปร่งดุจนิ้วในฝ่ามือ ตัวเราเป็นข้าพวกแซ่ “อ้วน” มาช้านาน ก็เป็นได้แค่เจ้าเมืองเพงง้วนก๋วนอันเป็นหัวเมืองเล็กเท่านั้น บัดนี้ตระกูล “อ้วน” สิ้นอ้วนเสี้ยวแล้ว ลูกหลานล้างผลาญกันเอง จึงถึงคราวดับสูญเป็นแม่นมั่น จำจะผูกไมตรีไว้กับโจโฉเสียก่อนจะได้มีความสุขสืบไป คิดดังนี้แล้วซินผีจึงตัดสินใจแปรพักตร์จะเข้าด้วยโจโฉ

            แต่เพื่อไม่ให้การขายตัวเป็นการต่ำต้อยไร้ราคา จึงแสร้งว่าข้าพเจ้าเดินทางมาครั้งนี้มีฐานะเป็นทูตของอ้วนถำ จะตอบความตามคำถามท่านทางใดทางหนึ่งนั้นไม่สมควร

            โจโฉเห็นท่าทีของซินผีก็รู้ว่าคนผู้นี้กำลังคิดอ่านแปรพักตร์ เพียงแต่ตั้งท่าเกี่ยงราคาค่าตัวให้สูงขึ้นเท่านั้น.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘