ตอนที่ 142. ผู้วิเศษแห่งแคว้นกังตั๋ง

ซุนเซ็กตัดสินใจเป็นพันธมิตรกับอ้วนเสี้ยวเพื่อกำจัดโจโฉผู้เป็นทรราชต่อแผ่นดินตามแผนที่อ้วนเสี้ยวเสนอมาว่าอ้วนเสี้ยวจะยกกองทัพจากเหนือตีลงใต้ และให้ซุนเซ็กยกกองทัพจากทางใต้ตีขึ้นเหนือบรรจบพร้อมกันที่เมืองหลวง เสร็จจากการประชุมปรึกษาแล้วจึงแต่งโต๊ะเลี้ยงทูตของอ้วนเสี้ยวและบรรดาแม่ทัพนายกอง และที่ปรึกษาบนหอรบหน้าเมืองกังตั๋ง

            ในระหว่างที่กินโต๊ะกันอยู่นั้น ซุนเซ็กสังเกตเห็นบรรดาทหารที่รักษาการณ์อยู่โดยรอบหอรบซุบซิบกันแล้วพากันเดินลงไปจากหอรบคนแล้วคนเล่า และลุกลามมาถึงบรรดานายทหารที่ร่วมกินโต๊ะอยู่ คนเหล่านั้นซุบซิบกันแล้วปลีกตัวลงไปจากหอรบทีละคนสองคนจนผู้คนที่กินโต๊ะบนหอรบเหลืออยู่บางตาก็สงสัย จึงเรียกทหารบริการซึ่งคอยดูแลรินสุราอยู่บนหอรบเข้ามาถามว่ามีเรื่องราวอันใดเกิดขึ้น

            ทหารบริการจึงได้รายงานว่านักพรตในลัทธิเต๋าหรือเต้าหยินคนหนึ่งชื่อ  อิเกียดซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองกังตั๋งว่าเป็นผู้วิเศษได้เดินทางเข้ามาในเมืองขณะนี้อยู่ข้างล่างหอรบ คนทั้งปวงทราบข่าวจึงพากันไปกราบอิเกียด

            ซุนเซ็กทราบความดังนั้นจึงชะโงกหน้าไปดูข้างล่างของหอรบ เห็นนักพรตในลัทธิเต๋าคนหนึ่งท่าทางแข็งแรงสง่างาม ผมและหนวดยาวขาวโพลน ใบหน้าแดงสดใส ตามีประกายแวววาว ใส่เสื้อคลุมสีเทา ถือไม้เท้า เดินอยู่ข้างล่างของหอรบ มีชาวเมืองจำนวนมากและบรรดาทหารที่ลงไปจากหอรบกำลังคุกเข่ากราบไหว้อยู่กับพื้น

            ซุนเซ็กเห็นดังนั้นก็โกรธ กล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่าไอ้คนนี้เป็นนักหลอกลวง ทำให้ชาวเมืองโง่เขลางมงาย แล้วสั่งทหารให้ไปจับอิเกียดเอาไปประหาร

            บรรดานายทหารที่อยู่บนหอรบได้ยินดังนั้นก็ตกใจพากันเข้ามาที่ซุนเซ็กแล้วว่าเต้าหยินอิเกียดผู้นี้เป็นนักพรตในลัทธิเต๋า มีภูมิลำเนาอยู่นอกเมืองกังตั๋งทางทิศตะวันออก เป็นผู้วิเศษ สามารถเรียกลม ฝน และรักษาโรคทั้งปวงได้ ชาวเมืองกังตั๋งป่วยไข้  อิเกียดก็ช่วยรักษาให้ตลอดมา เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองเป็นอันมาก ไม่ควรที่ท่านจะสั่งให้จับอิเกียดไปประหาร เพราะจะเกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง

            ซุนเซ็กได้ยินบรรดานายทหารกล่าวเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธอิเกียดมากขึ้น แล้วว่าขืนปล่อยไอ้ผีบุญคนนี้ไว้บ้านเมืองจะสิ้นความสงบสุข เพราะมันแสร้งทำเป็นคนใจบุญเมตตาต่อราษฎรแล้วจะคิดร้ายต่อแผ่นดินเช่นเดียวกับเตียวก๊กหัวหน้าโจรโพกผ้าเหลือง จึงให้ทหารรีบไปจับตัวอิเกียด หากใครขัดขวางจะถูกตัดศีรษะ

            บรรดาทหารเห็นซุนเซ็กโกรธถึงขนาดนั้น ต่างพากันกลัวอำนาจไม่กล้าขัดคำสั่งอีกต่อไป จึงยกกำลังไปจับตัวอิเกียดแล้วพาขึ้นไปพบซุนเซ็กบนหอรบ

            ซุนเซ็กเห็นทหารคุมตัวอิเกียดขึ้นมาจึงตวาดถามอิเกียดว่าเจ้ามาจากที่ไหน จึงหลอกลวงผู้คนให้ลุ่มหลงงมงายฉะนี้

            อิเกียดจึงว่า “ข้าพเจ้าอยู่บ้านลงเสีย ครั้งพระเจ้าซุนเต้เสวยราชย์นั้น ข้าพเจ้าไปเที่ยวเก็บยาตำบลเขาขยกหยง ได้ตำราในถ้ำประมาณร้อยฉบับสำหรับทำการเสกน้ำ รักษาไข้ต่าง ๆ ข้าพเจ้าได้ตำรานั้นมาก็เที่ยวรักษาไข้คนทั้งปวง มิได้เอาทรัพย์สิ่งสิน ข้าพเจ้าคิดเอาแต่บุญ ซึ่งจะได้ทำความรู้ล่อลวงให้คนทั้งปวงลุ่มหลงนั้นหามิได้”

            ซึ่งอิเกียดกล่าวทั้งนี้แสดงว่าอิเกียดเป็นคนในสมัยพระเจ้าซุนเต้ซึ่งครองราชย์ก่อนพระเจ้าฮั่นเต้ พระเจ้าเลนเต้ และพระเจ้าเหี้ยนเต้ จัดเป็นคนสี่แผ่นดินและเมื่อคำนึงถึงเวลาในรัชกาลทั้งสามแล้ว แม้สามก๊กทุกฉบับจะมิได้บ่งบอกถึงอายุของ    อิเกียดแต่ก็ประมาณได้ว่าอิเกียดมีอายุในขณะนั้นไม่น้อยกว่าร้อยยี่สิบปี ความที่อิเกียดไปหายาและพบตำรายาในถ้ำนั้นเป็นเหตุการณ์คล้ายกับที่เตียวก๊ก อดีตหัวหน้าโจรโพกผ้าเหลืองออกไปหายาแล้วพบตำราวิเศษสามฉบับคือตำราเรียกลม เรียกฝน ตำรายารักษาโรค และตำราผูกหุ่นพยนต์ จะต่างกันก็ตรงที่อิเกียดพบแต่เฉพาะตำรายา แต่ความที่อิเกียดเป็นนักพรตในลัทธิเต๋า เป็นผู้อบรมฝึกฝนทางจิต ดังนั้นเมื่อจิตอยู่ในวิหารธรรมและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อนามัยของอิเกียดจึงสมบูรณ์เปล่งปลั่ง แม้จะมีวัยร่วมร้อยยี่สิบปีจึงยังดูแข็งแรงสง่างาม นอกจากนี้การบำเพ็ญพรตของอิเกียดในลัทธิเต๋าก็ได้ทำให้อิเกียดมีคุณวิเศษบางประการ

            นักพรตในลัทธิเต๋านั้นแม้ว่าจะแตกแยกออกเป็นหลายนิกาย หลายแขนง แต่ที่สำคัญก็คือพวกที่ศึกษาใฝ่ค้นทางจิตเพื่อความหลุดพ้นและเป็นธรรมชาติพวกหนึ่ง พวกที่ศึกษาใฝ่ค้นทางวิทยายุทธเพื่อความเป็นยอดคนในยุทธจักรพวกหนึ่ง พวกที่ศึกษาใฝ่ค้นทางการปกครองและพิชัยสงครามพวกหนึ่ง พวกที่ศึกษาใฝ่ค้นทางการแพทย์พวกหนึ่ง และพวกที่ศึกษาใฝ่ค้นทางวิทยาคมอีกพวกหนึ่ง เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวรรณคดีจีน และพงศาวดารจีนที่เกี่ยวข้องด้วยนักพรตในลัทธิเต๋าจึงมีเรื่องราวของผู้ที่ศึกษาใฝ่ค้นในด้านต่าง ๆ ดั่งนี้

            ซุนเซ็กได้ฟังคำอิเกียดแล้วไม่เชื่อถือ กลับคิดว่าอิเกียดเป็นนักหลอกลวงจึงว่าตัวว่าเที่ยวรักษาผู้คนโดยไม่เรียกเอาทรัพย์สินเงินทอง แล้วไฉนตัวจึงมีฐานะการแต่งตัวที่ภูมิฐานฉะนี้เล่า และยิ่งกว่านั้นตัวอาศัยยังชีพด้วยสิ่งใด การกระทำของตัวทั้งนี้ไม่ต่างอันใดกับเตียวก๊กอดีตหัวหน้าโจรโพกผ้าเหลือง การหลอกลวงให้คนนับถือแล้วซ่องสุมผู้คนไว้เป็นกำลังคิดการร้ายต่อบ้านเมืองของตัวนี้เรารู้แจ้งอยู่ ว่าแล้วจึงสั่งทหารให้เอา อิเกียดไปฆ่าเสีย 

            เตียวเจียวที่ปรึกษาคนสำคัญอยู่ ณ ที่นั้นด้วย ได้ยินคำสั่งของซุนเซ็กก็ตกใจจึงเข้าไปว่ากับซุนเซ็กว่าตัวข้าพเจ้านี้ได้ติดตามข่าวคราวของอิเกียดตลอดมา สามปีมานี้ไม่เคยปรากฏว่าอิเกียดหลอกลวงฉ้อฉลผู้หนึ่งผู้ใด และมิได้ประพฤติซ่องสุมพรรคพวกผู้คนเหมือนกับเตียวก๊ก ขอท่านอย่าได้เอาโทษอิเกียดเลย

            ซุนเซ็กไม่ฟังคำทัดทานของเตียวเจียวแล้วว่าขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า “อิเกียดเป็นคนโกหกเหมือนหนึ่งสัตว์เดียรัจฉาน ทหารทั้งปวงจงพาเอาอิเกียดไปฆ่าเสีย”

            บรรดาขุนนางและที่ปรึกษาที่อยู่ ณ ที่นั้นเห็นซุนเซ็กดึงดันไม่ฟังคำทัดทานจึงพร้อมกันคุกเข่าลงกับพื้นขอให้ซุนเซ็กไว้ชีวิตอิเกียด

            ซุนเซ็กเห็นบรรดาขุนนางและแม่ทัพนายกองพร้อมเพรียงกันร้องขอชีวิต   อิเกียดไว้ก็เกรงใจแต่ในใจกลับเพิ่มความเกลียดชังอิเกียดจนล้นพ้น จึงสั่งให้ทหารคุมตัวอิเกียดไปจำไว้ในคุกแล้วกลับมาที่อยู่

            ซุนเซ็กกลับมาที่พักด้วยใบหน้าที่หมองคล้ำและเคร่งเครียด นางงอฮูหยินผู้มารดาเห็นสีหน้าซุนเซ็กดั่งนั้นจึงเป็นห่วงแล้วถามว่าเจ้าทุกข์ร้อนด้วยสิ่งใดหรือ

            ซุนเซ็กจึงเล่าความเรื่องอิเกียดให้มารดาฟังทุกประการแล้วว่าบรรดาขุนนางและแม่ทัพนายกองต่างพากันลุ่มหลงงมงายเชื่อถืออิเกียดซึ่งเป็นผีบุญ เมืองกังตั๋งคงจะเกิดการจลาจลเพราะผีบุญผู้นี้เป็นแม่นมั่น ฉะนี้ข้าพเจ้าจึงวิตกนัก

            นางงอฮูหยินจึงว่าอิเกียดเป็นนักพรตผู้วิเศษ มีน้ำใจเมตตาต่อราษฎรทั้งปวง ใครป่วยไข้ก็ช่วยรักษา ใครทุกข์ร้อนก็บำบัดช่วยเหลือ อาณาประชาราษฎรจึงนับถือ    อิเกียดและกิตติศัพท์ก็ไม่เคยปรากฏว่าอิเกียดคิดซ่องสุมผู้คน คิดอ่านก่อการจลาจลเหมือนเตียวก๊ก การที่เจ้าลงโทษจับเอาอิเกียดไปขังไว้จึงไม่สมควร ให้รีบปล่อยอิเกียดไปเสียเถิด

            ซุนเซ็กไม่ฟังคำของมารดา ยังคงยืนยันว่าอิเกียดเป็นพวกผีบุญ หลอกลวงอาณาประชาราษฎร์เพื่อหวังจะซ่องสุมผู้คน ตั้งตนขึ้นเป็นใหญ่ แล้วคำนับลามารดากลับไปที่พัก

            พอไปถึงที่พักก็เห็นหนังสือซึ่งเตียวเจียวกับขุนนางและแม่ทัพนายกองของเมืองกังตั๋งเกือบยี่สิบคนเข้าชื่อกันร้องขอให้ปล่อยตัวอิเกียด โดยรับประกันว่าถ้าปล่อยตัวอิเกียดไปแล้วเบื้องหน้าอิเกียดซ่องสุมผู้คนก่อการจลาจลขึ้นก็ให้ซุนเซ็กตัดศีรษะเตียวเจียวและคนทั้งปวงที่ได้ร่วมลงชื่อในหนังสือนั้น

            ซุนเซ็กแจ้งความตามหนังสือแล้วสั่งทหารให้ตามทุกคนที่ร่วมลงชื่อเข้ามาพบแล้วว่า “เมื่อครั้งเตียวก๊กกับพวกเพื่อนเป็นโจรอยู่นั้น ฝ่ายเตียวจิ๋นเจ้าเมืองเกาจิ๋วนับถือออเท้าลงผีศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเตียวจิ๋นจะยกกองทัพไปแห่งใดก็เอาแพรแดงให้ออเท้าลงเลขยันตร์แล้วให้ทหารทั้งปวงโพกศีรษะ ทำการสงครามก็กันอาวุธไม่ได้ เตียวจิ๋นกับทหารทั้งปวงทำสงครามก็เป็นอันตรายในที่รบ”

            ซุนเซ็กได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เจ้าเมืองเกาจิ๋วหลงเชื่อผีบุญว่ามีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ สามารถปลุกเสกเลขยันตร์ให้ฟันแทงไม่เข้าได้ แต่ในที่สุดก็ต้องถูกสังหารในที่รบ แล้วว่าท่านทั้งปวงล้วนเป็นผู้มีสติปัญญา ไฉนจึงเชื่อถืองมงายอิเกียดซึ่งเป็นนักเล่นกลฉะนี้เล่า  และหากละไว้ต่อไปการจลาจลก็จะเกิดขึ้นในเมืองกังตั๋งของเรา

            ลีฮวยขุนนางเมืองกังตั๋งซึ่งได้เข้าชื่อในหนังสือขอชีวิตอิเกียดและเป็นโหราจารย์ใหญ่ประจำเมืองกังตั๋งได้ฟังซุนเซ็กดังนั้นจึงว่าท่านจะล่วงกล่าวหาอิเกียดว่าเป็นคน หลอกลวงนั้นไม่สมควร เพราะการช่วยเหลือรักษาผู้คนในเมืองกังตั๋งก็ประจักษ์อยู่แก่คนทั้งปวง

            แล้วว่าข้าพเจ้าได้กิตติศัพท์ว่าอิเกียดนี้เป็นผู้วิเศษ สามารถเรียกลมและฝนได้ดังประสงค์ อันเมืองกังตั๋งของเราเวลานี้ประสบภัยธรรมชาติ ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลมาถึงสองปี ราษฎรทำนาไร่ไม่ได้และได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ดังนั้นแทนที่จะฆ่าอิเกียดเสียซึ่งไม่ได้ประโยชน์อันใด ข้าพเจ้าขอให้ท่านสั่ง อิเกียดให้เรียกฝนเพื่อช่วยประชาชนจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า

            ซุนเซ็กได้ฟังคำของลีฮวยผู้เป็นโหราจารย์ก็ไม่เชื่อถือว่าอิเกียดจะทรงคุณวิเศษสามารถเรียกลมฝนได้ จึงว่าถ้าอิเกียดสามารถเรียกฝนช่วยเหลือประชาชนให้ทำไร่นาได้ตามปกติแล้ว เราก็จะปล่อยตัวไป

            ลีฮวยขออาสาไปแจ้งแก่อิเกียดให้ทำการเรียกฝน ซุนเซ็กเห็นชอบและอนุญาตให้ลีฮวยไปดำเนินการได้ตามที่เสนอ

            ลีฮวยได้เบิกตัวอิเกียดออกมาจากที่คุมขัง แล้วแจ้งความประสงค์ของซุนเซ็กให้ทราบ อิเกียดก็รับคำว่าเราเต็มใจที่จะช่วยเหลืออาณาประชาราษฎรให้พ้นจากภัยแล้ง ให้ท่านไปแต่งโรงพิธีที่หน้าประตูเมืองกังตั๋งเพื่อบูชาบวงสรวงเทพยดาพร้อมเครื่องบวงสรวงสังเวยให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าค่อยมารับตัวเราไป

            ลีฮวยจึงคุมทหารออกไปตั้งการพิธีตามคำของอิเกียดทุกประการ ส่วนอิเกียดได้อาบน้ำชำระกายจนไร้มลทิน งดเว้นอาหารตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์คล้อยพ้นศีรษะวันนั้นแล้วทำสมาธิอยู่ตลอดทั้งคืน

            ครั้นรุ่งขึ้นแสงแดดจ้ายามหน้าแล้ง ลีฮวยได้คุมทหารมารับตัวอิเกียดไปที่โรงพิธี

            อิเกียดขึ้นไปบนโรงพิธีแล้วให้ทหารเอาเชือกมัดตัวไว้อย่างแน่นหนา แล้วนั่งสมาธิก้มศีรษะจรดพื้น บริกรรมโองการชุมนุมเทวดา อ้อนวอนต่อสวรรค์ว่าบัดนี้ชาวเมืองกังตั๋งเดือดร้อนด้วยภัยแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลมาถึงสองปี ทำไร่นาไม่ได้ผล เกิดความอดอยากเป็นทุกขเวทนา ขอสวรรค์ได้เมตตาประทานฝนให้ประชาชนได้ทำกินเป็นปกติสุขเถิด

            อิเกียดกล่าวโองการอ้อนวอนเทวดาแล้วทำสมาธิจิต ร่ายมนตร์เรียกฝนตามตำราแห่งลัทธิเต๋า ในขณะนั้นชาวเมืองกังตั๋งทราบข่าวว่าอิเกียดผู้ศักดิ์สิทธิ์กำลังทำพิธีเรียกฝนก็พากันมามุงดูโดยรอบโรงพิธีนั้น

            อิเกียกร่ายมนตร์ไปพักใหญ่ก็ลุกขึ้นยืนประกาศแก่ชาวเมืองทั้งปวงว่าเราเห็นความทุกข์ร้อนของท่านทั้งปวงจึงสงสาร จะขอฝนจากเทวดาสักห่าใหญ่ให้น้ำท่วมแผ่นดินประมาณสองศอก ราษฎรทั้งปวงจะได้ทำไร่นาให้ได้ผลสมบูรณ์ แต่ทว่าตัวเรานี้รู้ชะตาตัวว่าถึงที่สุดแล้ว แม้นว่าเราจะขอฝนได้ดังปรารถนา แต่ชะตาเราก็ไม่อาจรอดข้ามวันนี้ไปได้

            ว่าแล้วอิเกียดก็นั่งสมาธิน้อมศีรษะลงจรดพื้น แล้วร่ายมนตร์ต่อไป.
 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓