ตอนที่ 139. อุบาย "ออกจากปากหมี"

กวนอูให้เตียวหุยรักษาเมืองเก๋าเซียเพื่อเป็นฐานในวันหน้า แล้วเข้าไปร่ำลาพี่สะใภ้ทั้งสองเพื่อออกเดินทางไปหาเล่าปี่ที่เมืองยีหลำ สั่งลาเสร็จสิ้นแล้วกวนอูจึงพาซุนเขียนออกจากเมืองเก๋าเซียไป

            ซุนเขียนซึ่งเป็นผู้เกลี้ยกล่อมเล่าเพ็กและก๋งเต๋าให้ยอมสวามิภักดิ์ด้วยเล่าปี่มาแต่ก่อนและคุ้นเคยเส้นทางเป็นอย่างดี การเดินทางช่วงนี้ซุนเขียนจึงเป็นผู้นำทาง และเพราะเหตุที่อยู่นอกเขตแดนอิทธิพลของเมืองหลวง ดังนั้นจึงไม่มีด่านเป็นอุปสรรคขัดขวางการเดินทางของกวนอูและซุนเขียน

            ครั้นถึงเมืองยีหลำ ซุนเขียนจึงพากวนอูเข้าไปพบเล่าเพ็กและก๋งเต๋า หลังจากคำนับทักทายกันตามธรรมเนียมแล้ว ซุนเขียนไม่เห็นเล่าปี่ออกมาพบก็สงสัย จึงสอบถามสองผู้รักษาเมืองว่าเล่าปี่ไปไหน

            เล่าเพ็กและก๋งเต๋าได้แจ้งว่าเล่าปี่มาถึงเมืองยีหลำแล้ว พวกเราได้ให้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี แล้วปรึกษากันเกี่ยวกับการรับมือโจโฉ เห็นพ้องกันว่าเมืองยีหลำยังเป็นเมืองเล็ก ไม่สามารถตั้งรับกองทัพโจโฉได้ แต่กระนั้นก็สามารถใช้เป็นฐานชั่วคราวดีกว่าที่จะเร่ร่อนพเนจรต่อไป

            เล่าเพ็กและก๋งเต๋าได้แจ้งต่อไปว่าเล่าปี่ได้บอกพวกตนว่าการเดินทางมาเมือง ยีหลำครั้งนี้ได้ขออาสาอ้วนเสี้ยวโดยอ้างว่าจะมาเกลี้ยกล่อมเล่าเพ็กและก๋งเต๋า แต่เมื่อดูลาดเลาแล้วจะรับมือโจโฉที่เมืองยีหลำโดยลำพังนั้นจะขัดสน จำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับอ้วนเสี้ยวให้แน่นหนา ดังนั้นหลังจากเล่าปี่มาถึงเมืองยีหลำ สำรวจภูมิประเทศได้สิบห้าวันแล้ว จึงลาพวกเรากลับไปหาอ้วนเสี้ยว เพื่อหาหนทางสร้างพันธมิตรที่จะรับมือกับโจโฉต่อไป

            กวนอูได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกผิดหวัง ทอดถอนใจเฮือกใหญ่ ซุนเขียนสังเกตอาการของกวนอูก็เข้าใจความรู้สึกจึงปลอบใจว่าวันนี้พวกเราได้ข่าวเล่าปี่แล้ว จะกังวลใจไปทำไมกัน อีกไม่กี่วันก็คงจะได้พบกับเล่าปี่ ว่าแล้วซุนเขียนและกวนอูจึงได้ขอลาเล่าเพ็กและก๋งเต๋าเพื่อตามหาเล่าปี่ที่เมืองกิจิ๋วต่อไป

            เพราะเหตุที่เส้นทางจากเมืองยีหลำไปเมืองกิจิ๋วจะต้องผ่านเมืองเก๋าเซีย ดังนั้นกวนอูจึงถือโอกาสชวนซุนเขียนแวะเมืองเก๋าเซีย แจ้งข่าวให้เตียวหุยและพี่สะใภ้ทั้งสองทราบเสียชั้นหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปเมืองกิจิ๋ว

            เตียวหุยเป็นห่วงว่ากวนอูได้ฆ่าทหารเอกของอ้วนเสี้ยวถึงสองคน เกรงว่ากวนอูจะเป็นอันตรายจึงขอติดตามไปด้วย แต่กวนอูเห็นว่าการข้างเมืองกิจิ๋วนั้นอยู่ในวิสัยที่จะคิดอ่านผันผ่อนเอาตัวรอดได้ จึงให้เตียวหุยรักษาเมืองเก๋าเซียไว้ต่อไป

            ครั้นกวนอูและซุนเขียนเดินทางมาถึงทางแยกที่จะไปทางเขาโงจิวสัน กวนอูเป็นห่วงว่าเหตุการณ์ในวันหน้าอาจต้องพึ่งพากำลังของจิวฉองและหุยง่วนเสียวจึงเรียก  จิวฉองมาสอบถามว่าพรรคพวกของเจ้าและหุยง่วนเสียวที่เขาโงจิวสันนั้นมีจำนวนเท่าใด

            จิวฉองตอบว่าพรรคพวกรวมกันมีทั้งสิ้นประมาณ 500 คนเศษ แล้วถามกวนอูว่าท่านถามความทั้งนี้มีประสงค์สิ่งใดหรือ

            กวนอูจึงว่าเมื่อรับเล่าปี่กลับมาแล้ว เหตุการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นประการใดยากที่จะคาดการณ์ ดังนั้นจึงต้องจัดเตรียมกำลังเผื่อว่าเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันจะได้คิดอ่านแก้ไข เหตุนี้จึงให้เจ้ากลับไปที่เขาโงจิวสัน บอกหุยง่วนเสียวให้คุมพรรคพวกมารอเราอยู่ที่ปากทางนี้ ครั้นเรากลับมาก็ให้นำพรรคพวกมาสมทบ จิวฉองรับคำสั่งแล้วจึงคำนับลากวนอูแยกไปทางเขาโงจิวสัน

            ครั้นซุนเขียนและกวนอูเดินทางมาถึงเขตเมืองกิจิ๋ว ซุนเขียนเกรงว่าหากผลีผลามเข้าไปในเมืองโดยที่ยังไม่รู้สภาพการ อาจเกิดเหตุร้ายขึ้นได้ จำเป็นที่จะต้องเข้าไปดูลาดเลาก่อน จึงว่ากับกวนอูว่าให้ท่านรอเราอยู่ที่นี่ก่อน ตัวเราจะเข้าไปในเมืองแต่ผู้เดียว พบเล่าปี่แล้วจะได้คิดอ่านกันต่อไป

            กวนอูเห็นชอบกับความคิดของซุนเขียน ดังนั้นซุนเขียนจึงรีบเข้าไปในเมือง ในขณะที่กวนอูรออยู่ที่เขตเมือง ครั้นพอใกล้ค่ำกวนอูเห็นบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ชายป่าเป็นที่ลับตา จึงพาทหารที่ติดตามเข้าไปในบ้านขอพบกับเจ้าของบ้าน

            กวนเต๋งเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นคนชรา อาศัยอยู่กับลูกสองคน คนโตชื่อกวน   เหล็ง ศึกษาและสันทัดในวิชาฝ่ายบุ๋น คนน้องชื่อกวนเป๋ง ศึกษาและสันทัดในวิชาฝ่ายบู๊ เมื่อทราบว่ามีแขกมาเยือนที่หน้าบ้าน กวนเต๋งจึงรีบออกมาต้อนรับ

            แล้วถามผู้เยือนว่าท่านเป็นใคร จะไปทางไหนจึงได้ผ่านมาถึงบ้านนี้ กวนอูจึงว่าข้าพเจ้านี้ชื่อกวนอู เป็นชาวเมืองไก่เหลียง ได้สาบานเป็นพี่น้องกับเล่าปี่ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น ขณะนี้กำลังติดตามหาเล่าปี่ซึ่งทราบว่าไปอาศัยอยู่กับอ้วนเสี้ยวที่เมืองกิจิ๋ว

            กวนเต๋งครั้นได้ยินว่าผู้มาเยือนคือกวนอู จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นคำนับแล้วว่า ข้าพเจ้าชื่อกวนเต๋ง แซ่เดียวกับท่าน ได้มาตั้งรกรากทำมาหากินอยู่ที่บ้านป่านี้เป็นเวลาช้านานแล้ว มีบุตรสองคน ข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์ประดุจฟ้าถล่มแผ่นดินทลายของท่านก็รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจที่คนแซ่เดียวกันเป็นที่นับถือของผู้คนทั้งแผ่นดิน ทั้งพระเจ้าอาเล่าปี่นั้นก็มีกิตติศัพท์ลือเลื่องว่ามีน้ำใจโอบอ้อมอารี มีความเมตตาแก่อาณาประชาราษฎร เป็นบุญของข้าพเจ้านักที่ได้พบและรู้จักตัวท่านในวันนี้

            ว่าแล้วกวนเต๋งได้ร้องเรียกบุตรทั้งสองคนให้เข้ามาคำนับกวนอู แล้วจัดที่อยู่อาศัยและข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูกวนอูและทหารที่ติดตามมานั้น

            ฝ่ายซุนเขียนเมื่อเข้าไปในเมืองได้สอบถามหาเล่าปี่จนพบ คำนับปฏิสันถารกันแล้ว ซุนเขียนได้เล่าความที่ได้พบกับกวนอู เตียวหุย และสองฮูหยินให้เล่าปี่ฟังสิ้นทุกประการ

            เล่าปี่ได้ข่าวคราวของน้องร่วมสาบานทั้งสองและภริยาร่วมชีวิตก็ดีใจ จึงกล่าวกับซุนเขียนว่า ขณะนี้กันหยงที่ปรึกษาของเราอีกคนหนึ่งได้มาอยู่ที่เมืองกิจิ๋ว เข้ารับราชการกับอ้วนเสี้ยว แต่ทำทีเป็นไม่รู้จักกัน ดังนั้นเราจะให้คนลอบไปตามกันหยงออกมาปรึกษาหารือกันในค่ำวันนี้

            ครั้นค่ำลงยังไม่ทันที่เล่าปี่จะได้ให้คนออกไปตามตัวกันหยง คนใช้ในบ้านก็มารายงานว่ามีคนชื่อกันหยงมาขอพบ เล่าปี่จึงให้เชิญเข้ามาในบ้าน แล้วแจ้งแก่กันหยงว่าเดิมเรากะว่าจะให้คนไปตามท่านมาพบในคืนนี้ แต่พอดีท่านมาเสียก่อนก็ดีแล้ว จะได้ปรึกษาหารือกัน

            แล้วเล่าปี่จึงว่าเราอยู่กับอ้วนเสี้ยวทุกวันนี้เหมือนอยู่ในปากหมีเพราะอ้วนเสี้ยวเป็นคนโลเล ขี้ระแวงสงสัย หากอยู่กับอ้วนเสี้ยวต่อไปก็จะเป็นอันตรายในวันหนึ่ง เราได้อาสาอ้วนเสี้ยวไปเกลี้ยกล่อมเล่าเพ็กและก๋งเต๋า ทั้งสองคนนี้ยอมอยู่ด้วยเราแต่ไม่ยอมเข้ากับอ้วนเสี้ยว เราจึงกลับมาแจ้งข่าวแก่อ้วนเสี้ยว ทั้งหวังจะผูกไมตรีเป็นพันธมิตรรับมือกับโจโฉในวันหน้า เมืองยีหลำแม้เป็นเมืองเล็ก แต่ก็ยังเป็นที่อาศัยรับมือกับโจโฉได้ชั่วคราว บัดนี้เราได้ข่าวน้องร่วมสาบานทั้งสองแล้ว จำจะต้องรีบออกจากอ้วนเสี้ยวไปให้เร็วที่สุด

            กันหยงจึงว่าความคิดของท่านทั้งนี้ชอบแล้ว แต่การรับมือกับโจโฉนั้นจำเป็นที่จะต้องมีฐานที่มั่นที่มั่นคงอย่างหนึ่งและต้องมีพันธมิตรที่วางใจอีกอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นว่าทอดตาทั่วแผ่นดินนี้เห็นมีแต่เล่าเปียวซึ่งแซ่เดียวกับท่านตั้งตัวเป็นอิสระอยู่ไม่ขึ้นกับโจโฉ ทั้งเมืองเกงจิ๋วก็เป็นเมืองใหญ่ ไพร่พล ข้าวปลาอาหารก็บริบูรณ์ จึงควรที่ท่านจะได้เกลี้ยกล่อมเล่าเปียวให้ร่วมเป็นพันธมิตร ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ให้ท่านไปพบอ้วนเสี้ยวขออาสาไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวและจะได้ถือเหตุนี้ออกจากอ้วนเสี้ยวไป

            เล่าปี่จึงว่าแผนการของท่านก็ดีอยู่ ส่วนตัวท่านเล่าจะตามเราไปหรือว่าจะอยู่เมืองกิจิ๋ว กันหยงจึงว่าข้าพเจ้าพร้อมจะตามท่านไปทุกหนแห่ง ถึงแม้อ้วนเสี้ยวจะขัดขวางประการใด ข้าพเจ้าก็จะคิดอ่านติดตามท่านไปจงได้

            ครั้นซักซ้อมกันเป็นอันดีแล้ว กันหยงจึงขอลาเล่าปี่กลับไป

            รุ่งขึ้นเล่าปี่จึงเข้าไปพบอ้วนเสี้ยวแล้วว่าการรับมือกับโจโฉนั้นจำเป็นที่จะต้องคิดอ่านหาพันธมิตร และบัดนี้โจโฉได้ให้คนไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียว แต่เล่าเปียวไม่ยอมสวามิภักดิ์เพราะเห็นว่าโจโฉเป็นทรราชย์ ดังนั้นโอกาสจึงเปิดช่องแก่ท่านซึ่งคิดอ่านกำจัดโจโฉ ข้าพเจ้าจะขออาสาท่านไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับท่านจงได้

            อ้วนเสี้ยวเห็นด้วยกับข้อเสนอของเล่าปี่แต่ติงว่าเล่าเปียวนั้นเป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว มีหัวเมืองขึ้นถึงเก้าหัวเมือง ผู้คนและเสบียงก็อุดมสมบูรณ์ ข้าพเจ้าได้เล็งเห็นประโยชน์อยู่จึงเพียรให้ผู้คนไปเกลี้ยกล่อมเป็นหลายครั้งหลายหนแต่เล่าเปียวก็ไม่ปลงใจ 

            เล่าปี่จึงว่าข้อนี้ท่านจงวางใจเพราะเล่าเปียวนั้นแซ่เดียวกับข้าพเจ้า และน้ำใจเล่าเปียวนั้นภักดีต่อราชวงศ์ฮั่น ชิงชังคิดกำจัดโจโฉอยู่มิได้ขาด ดังที่จะเห็นได้จากที่เคยร่วมมือกับเตียวสิ้วต่อต้านโจโฉ ตัวท่านทำการครั้งนี้เพื่อธำรงไว้ซึ่งพระมหากษัตริย์ มีจุดยืนทางการเมืองเช่นเดียวกับเล่าเปียว ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมั่นใจว่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวได้สำเร็จดังความคิด

            อ้วนเสี้ยวฟังเหตุผลของเล่าปี่แล้วตกปากอนุญาตให้เล่าปี่ไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวตามเสนอ แล้วกล่าวขึ้นอีกว่าข้าพเจ้าได้ข่าวว่าบัดนี้กวนอูได้ออกจากโจโฉแล้ว กำลังติดตามหาท่านอยู่ แต่กวนอูมีความผิดที่สังหารทหารเอกของข้าพเจ้า ดังนั้นถ้ากวนอูมาข้าพเจ้าก็จำเป็นที่จะต้องประหารกวนอูเสีย

            เล่าปี่ยินคำอ้วนเสี้ยวเป็นที่พิกล เพราะหากคิดจะสังหารกวนอูแล้วไฉนจึงต้องมาบอกกล่าวให้ทราบความ จึงสงสัยว่าอ้วนเสี้ยวจะใช้อุบายตื้น ๆ ลวงตรวจสอบความคิดว่าเล่าปี่ไปครั้งนี้จะกลับมาอีกหรือไม่

            เล่าปี่จึงตอบว่าเรื่องกวนอูนี้ท่านเคยว่ากับข้าพเจ้าว่าอยากได้ตัวกวนอูมาเป็นกำลัง ข้าพเจ้าจึงมีหนังสือไปถึงกวนอู ดังนั้นเมื่อกวนอูออกจากโจโฉแล้ว คงจะมาเมืองกิจิ๋วเป็นมั่นคง แล้วไฉนท่านจึงละคำคิดจะฆ่ากวนอูเสียอีก

            อ้วนเสี้ยวได้ยินเล่าปี่ว่ากวนอูจะมาเมืองกิจิ๋วก็ดีใจ เพราะในความคิดของอ้วนเสี้ยวนั้นเข้าใจว่านี่คือผลของการหยั่งน้ำใจเล่าปี่ว่าจะกลับมาเมืองกิจิ๋วอีก จึงว่าข้าพเจ้ากล่าวทั้งนี้เพื่อลองใจท่านดูเท่านั้น ท่านรีบรับกวนอูเข้ามาเถิด ข้าพเจ้าจะให้ตำแหน่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร

            เล่าปี่เห็นอ้วนเสี้ยวสิ้นสงสัยแล้วจึงคำนับลาอ้วนเสี้ยวกลับมาที่พักเพื่อเตรียมการไปเมืองเกงจิ๋ว ครั้นถึงที่พักจึงบอกซุนเขียนให้รีบล่วงหน้าไปบอกกวนอูว่าให้รออยู่ ณ ที่เดิม แล้วเล่าปี่จะติดตามไปพบ ซุนเขียนรับคำสั่งแล้วรีบออกเดินทางตั้งแต่เพลานั้น

            เล่าปี่คล้อยหลังไปไม่ทันนาน กันหยงได้เข้ามาขอพบอ้วนเสี้ยวแล้วว่าซึ่งท่านจะให้เล่าปี่ไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวนั้น ข้าพเจ้ากริ่งใจว่าเล่าปี่ไปแล้วจะไม่กลับมาหาท่าน แต่จะไปเข้าด้วยเล่าเปียว ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เล่าปี่บิดพลิ้วข้าพเจ้าขออาสาท่านไปกับเล่าปี่ด้วย เพื่อจะได้ช่วยกันว่ากล่าวให้เล่าเปียวตกลงเข้าเป็นพันธมิตรด้วยท่าน และจะได้ช่วยหว่านล้อมเล่าปี่มิให้ออกหากจากท่าน

            อ้วนเสี้ยวไม่รู้กลกันหยงจึงเห็นชอบ แล้วสั่งให้กันหยงร่วมเดินทางกับเล่าปี่ไปเมืองเกงจิ๋ว กันหยงได้รับอนุญาตแล้วจึงรีบคำนับลาอ้วนเสี้ยว

            กัวเต๋าที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยวพอได้ทราบข่าวว่าอ้วนเสี้ยวให้เล่าปี่และกัน หยงไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวก็ร้อนใจ รีบเข้ามาขอพบอ้วนเสี้ยวแล้วว่าท่านให้เล่าปี่ไปเกลี้ยกล่อมเล่าเพ็กและก๋งเต๋าที่เมืองยีหลำแต่ไม่สำเร็จ บัดนี้จะให้ไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวอีกเล่า เห็นว่าเล่าปี่ไปครั้งนี้แล้วจะไปเข้าด้วยเล่าเปียว และจะไม่กลับมาเมืองกิจิ๋วอีก จึงขอท่านได้งดคำสั่งดังกล่าวเสีย

            อ้วนเสี้ยวจึงว่าเล่าปี่เป็นคนแซ่เดียวกับเล่าเปียว คงจะเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวได้สมความคิด ทั้งเล่าเปียวเล่าบัดนี้ขาดพันธมิตรเพราะเตียวสิ้วได้แปรพักตร์ไปเข้าด้วยโจโฉแล้ว หากเล่าปี่ไปว่ากล่าวโดยดี เห็นทีเล่าเปียวจะเห็นประโยชน์ซึ่งร่วมกันอยู่กับฝ่ายเรา อนึ่งเล่าเราก็ได้ให้กันหยงซึ่งเป็นที่ปรึกษาและซื่อสัตย์ต่อเราติดตามเล่าปี่ไปด้วย แม้หากเล่าปี่จะคิดบิดพลิ้วกันหยงคงจะคิดอ่านเอาตัวเล่าปี่กลับมาจงได้

            กัวเต๋าได้ฟังอ้วนเสี้ยวดั่งนั้นรู้น้ำใจอ้วนเสี้ยวดีว่าไม่ชอบคนคัดค้านจึงคำนับลาอ้วนเสี้ยว เดินทอดใจใหญ่กลับออกมา

            รุ่งขึ้นเล่าปี่และกันหยงจึงออกเดินทางจากเมืองกิจิ๋ว โฉมหน้าไปยังเมือง เก๋าเซีย หลุดรอดไปจากปากหมีได้ตั้งแต่บัดนั้น.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓