ตอนที่ 132. แผนล่อเสือเข้าจั่น

 โจโฉนั้นปากว่าจะรักษาสัจจวาจายินยอมปล่อยกวนอูกลับไปหาเล่าปี่ แต่ไม่มอบใบเบิกทางให้ไปด้วย กวนอูจึงต้องฝ่าประตูเมืองหลวงแล้วหักด่านเมืองตังเหลงก๋วนโดยฆ่าขงสิ้วนายด่านเสีย แต่หนทางข้างหน้ากว่าที่จะไปถึงเล่าปี่ที่เมืองกิจิ๋วยังยาวไกล

            กวนอูนำขบวนของพี่สะใภ้เดินทางรอนแรมอย่างเปิดเผยตามทางหลวง จนกระทั่งใกล้ถึงเขตแดนเมืองลกเอี๋ยงราชธานีเก่า หน่วยลาดตระเวนของเมืองลกเอี๋ยงทราบข่าวจึงรายงานให้ภายในเมืองทราบ

            เมืองลกเอี๋ยงขณะนี้ขึ้นต่อราชสำนัก โจโฉได้ตั้งให้ฮันฮกมาเป็นเจ้าเมือง การที่กวนอูจะเดินทางครั้งนี้ ทางเจ้าเมืองไม่ได้รับแจ้งจากเมืองหลวงว่ากวนอูได้รับอนุญาต ถึงขนาดที่โจโฉตามมาส่งถึงนอกเมือง แต่ข่าวคราวที่กวนอูฆ่าขงสิ้วกลับแพร่ไปทั่วทั้งแผ่นดิน และได้ยินถึงหูเจ้าเมืองลกเอี๋ยงด้วย

            ฮันฮกเจ้าเมืองทราบความว่ากวนอูกำลังจะผ่านมาทางเมืองลกเอี๋ยง จึงเรียกขุนนางข้าราชการมาปรึกษาว่ากวนอูกำลังเดินทางจากเมืองหลวงจะไปหาเล่าปี่ที่เมืองกิจิ๋วของอ้วนเสี้ยว และบัดนี้อ้วนเสี้ยวกำลังทำสงครามอยู่กับฝ่ายเมืองหลวง การเดินทางของกวนอูครั้งนี้ไม่มีใบเบิกทาง นายด่านตังเหลง  ก๋วนได้ขัดขวางก็ถูกกวนอูสังหารเสียแล้ว ครั้นเราจะขัดขวางเช่นเดียวกันเห็นจะสู้ฝีมือกวนอูไม่ได้ ท่านทั้งหลายจะคิดอ่านประการใด

            เบงทันซึ่งเป็นขุนนางฝ่ายทหารได้เสนอว่า กรณีน่าจะเป็นเรื่องที่กวนอูหนีออกจากเมืองหลวง ดังนั้นจึงไม่มีใบเบิกทางมาด้วย หากจะปล่อยให้กวนอูผ่านไปแต่โดยดี ความผิดก็จะตกอยู่แก่เจ้าเมืองและบรรดาขุนนางข้าราชการทั้งปวง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องจับกวนอูไว้

            ฮันฮกเจ้าเมืองจึงว่า ก็แลเมื่องันเหลียงและบุนทิว สองทหารเอกของอ้วนเสี้ยวที่มีฝีมือรบพุ่งเข้มแข็งกล้าหาญยังไม่อาจทานฝีมือกวนอูได้เกินสามเพลง หากเราคิดจะจับตัวกวนอูไว้คงจะขัดสน แต่หากจะปล่อยกวนอูไปความผิดก็จะตกแก่เราดังคำของเบงทัน

            แล้วฮันฮกจึงว่าจำเป็นจะต้องวางแผนกลอุบายเพื่อจับกวนอูไว้ให้จงได้ หากผู้ใดมีความคิดเห็นว่ากลอุบายใดจึงจะสามารถจับตัวกวนอูได้ก็ให้รีบเสนอ

            เบงทันจึงเสนอว่าขอให้แต่งทหารเป็นสองกอง ตัวข้าพเจ้าจะคุมทหารกองหนึ่งยกไปรบล่อกวนอู แล้วจะทำทีถอยหนีมาที่จุดซุ่ม ส่วนท่านเจ้าเมืองให้คุมทหารอีกกองหนึ่งซุ่มไว้ที่เนินเขา เมื่อใดที่กวนอูไล่ตามข้าพเจ้ามาค่อยให้ทหารที่ซุ่มอยู่นั้นใช้เกาทัณฑ์ล้อมยิงกวนอู หากกวนอูตกม้าแล้วก็จะล้อมจับตัวได้โดยง่าย เมื่อจับตัวกวนอูได้ค่อยส่งเข้าเมืองหลวง คงจะได้รับความชอบเป็นอันมาก

            เจ้าเมืองลกเอี๋ยงได้ฟังแผนอุบายของเบงทันเห็นหนทางที่จะจับตัวกวนอูได้จึงมีความยินดี สั่งให้จัดทหารออกเป็นสองกองตามแผนการของเบงทันทุกประการ

            จัดแจงทหารเสร็จแล้วเบงทันก็ยกทหารกองล่อในความรับผิดชอบจำนวนพันเศษออกไปรับหน้ากวนอูที่นอกเมืองลกเอี๋ยง ส่วนฮันฮกเจ้าเมืองก็ยกทหารอีกกองหนึ่งไปซุ่มที่อยู่เชิงเขาในทิศทางที่ตกลงกับเบงทันไว้

            เบงทันนำทหารพ้นประตูเมืองลกเอี๋ยงมาแล้วยกไปสกัดหน้าขบวนของกวนอูไว้ทำทีเป็นไม่รู้จัก แล้วถามว่านี่เป็นขบวนของใคร กำลังจะไปที่ไหน

            กวนอูเห็นทหารยกมาเป็นจำนวนมากก็ควบม้าเซ็กเธาว์ขึ้นไปอยู่หน้าขบวน แล้วร้องตอบเบงทันว่าตัวเรานี้ชื่อกวนอู เป็นขุนนางในเมืองหลวง พระเจ้าเหี้ยนเต้โปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร เรากำลังนำขบวนเพื่อผ่านเมืองลกเอี๋ยงไปยังเมืองกิจิ๋ว

            เบงทันจึงว่าการที่ท่านเป็นขุนนางจะเดินทางขึ้นไปทางเหนือ ซึ่งกำลังเกิดศึกสงครามอยู่กับเมืองหลวงนั้น ไม่ว่าท่านจะเดินทางโดยราชการหรือโดยการส่วนตัวก็ต้องมีใบเบิกทางมาแสดงต่อเราซึ่งเป็นผู้คุมกองกำลังทหารของเมืองนี้

            กวนอูจึงแจ้งแก่เบงทันว่าเราเดินทางเป็นการด่วน จึงไม่มีหนังสือเบิกทางมาด้วย เราได้บอกลาท่านอัครมหาเสนาบดีตามธรรมเนียมแล้ว ขอท่านจงเปิดทางให้เราได้ผ่านไป

            เบงทันได้ฟังดังนั้นจึงสั่งทหารให้กระจายกำลังเป็นหน้ากระดานเต็มทางหลวงแล้วว่า ในเมื่อท่านไม่มีหนังสือเบิกทางมาก็แสดงว่าท่านหลบหนีออกมาจากเมืองหลวง เราไม่อาจปล่อยให้ท่านผ่านไปได้ กวนอูจึงว่านายด่านตังเหลงก๋วนก็เคยขัดขวางเราไว้เช่นนี้เราก็ฆ่าเสียแล้ว ตัวท่านมาขัดขวางเราไว้ก็จะต้องมีชะตาอย่างเดียวกับนายด่านตังเหลงก๋วนนั้น

            เบงทันได้ฟังเช่นนั้นก็โกรธ ชักม้าตรงไปหากวนอู กวนอูเห็นดังนั้นจึงให้ทหารชักรถของพี่สะใภ้หลบไว้ที่ข้างทาง แล้วขับม้าเซ็กเธาว์ปรี่เข้าหาเบงทัน ปะทะกันได้สามเพลงเบงทันก็ชักม้าหนี

            เบงทันกำหนดแผนอุบายที่จะล่อกวนอูไปยังจุดซุ่มโดยเชื่อฝีเท้าม้าของตัวว่าจะพาหนีรอดจากน้ำมือของกวนอูไปได้ แต่คาดคิดไม่ถึงว่าฝีเท้าม้าเซ็กเธาว์จะรวดเร็วประดุจพายุ ในขณะที่เบงทันล่อกวนอูมาถึงใกล้จุดซุ่ม กวนอูก็ไล่ทันเบงทันและเอาง้าวฟันเบงทันตัวขาดสองท่อน

            ในขณะที่กวนอูชักม้าจะกลับไปที่ขบวนของพี่สะใภ้ ฮันฮกคุมทหารซุ่มอยู่ ณ จุดซุ่ม เห็นเหตุการณ์ที่กวนอูฟันเบงทันตัวขาดสองท่อนก็ตกใจกลัว แต่ยังคงมั่นใจในกำลังทหารพลเกาทัณฑ์ที่คุมมา จึงเอาเกาทัณฑ์น้าวเล็งไปที่กวนอู และยิงไปด้วยกำลังแรง กวนอูไม่ทันระวังตัวจึงถูกเกาทัณฑ์ที่ไหล่ซ้าย

            กวนอูได้รับความเจ็บก็โกรธ รีบชักเกาทัณฑ์ออกจากไหล่แล้วหันกลับมาเห็นฮันฮกถือเกาทัณฑ์ยืนม้าอยู่หน้าทหาร แรงโทสะได้ข่มทุกขเวทนาจนหมดสิ้น กวนอูกระทืบโกลนม้าเซ็กเธาว์ปรี่ตรงเข้าไปหาฮันฮกอย่างรวดเร็ว ทหารของฮันฮกเห็นกวนอูขี่ม้าตรงเข้ามาจึงใช้เกาทัณฑ์ระดมยิง

            กวนอูใช้ง้าวปัดเกาทัณฑ์ที่ยิงมาประดุจห่าฝน ในขณะเดียวกันก็เร่งฝีเท้าม้าปรี่เข้าไปที่ฮันฮก ในขณะที่ฮันฮกกำลังตกตะลึงอยู่นั้นกวนอูก็มาถึงตัว แล้วเอาง้าวฟันฮันฮกอย่างรวดเร็วและรุนแรง ผ่าตัวฮันฮกออกเป็นสองซีกตั้งแต่ศีรษะลงมาตลอดลำตัว ฮันฮกตกม้าตาย ทหารของฮันฮกเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็พากันตกใจแตกตื่นหนีไป

            กวนอูจึงขับม้ากลับมายังขบวนของพี่สะใภ้ คำนึงว่าเมืองลกเอี๋ยงเป็นเมืองใหญ่ มีกำลังทหารเป็นอันมาก หากช้าอยู่จะเป็นอันตราย จึงสั่งเคลื่อนขบวนรุดหน้าขึ้นไปทางเหนืออย่างรวดเร็ว ขบวนของกวนอูเดินทางตลอดทั้งคืนก็เห็นด่านกิสุยก๋วนอยู่ข้างหน้า

            หน่วยลาดตระเวนของด่านกิสุยก๋วน ซึ่งเป็นด่านที่กวนอูจะต้องผ่านเป็นด่านถัดไป ได้ทราบข่าวคราวกวนอูหักด่านตังเหลงก๋วนฆ่าขงสิ้วนายด่าน และหักด่านเมืองลกเอี๋ยงฆ่าฮันฮกเจ้าเมืองแล้ว จึงเข้าไปรายงานให้เปี๋ยนฮีซึ่งเป็นนายด่านทราบ

            เปี๋ยนฮีเคยเป็นโจรโพกผ้าเหลืองมาแต่ก่อน มีความชำนาญในการขว้างลูกขลุบซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงชนิดหนึ่ง มีลักษณะกลมทำด้วยเหล็กขนาดลูกโบวลิ่ง มีหนามโดยรอบ ต่อมาเปี๋ยนฮีได้เข้าสวามิภักดิ์กับโจโฉและได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายด่านกิสุยก๋วน ครั้นได้ทราบรายงานจากหน่วยลาดตระเวนแล้วคิดว่ากวนอูนี้มีมีฝีมือรบพุ่งเข้มแข็งกล้าหาญ หากจะเผชิญซึ่งหน้าจะไม่สามารถรับมือกวนอูได้ จำเป็นที่จะต้องลวงกวนอูเข้าไปอยู่ในที่จำกัด แล้วใช้กำลังทหารล้อมจับ คงจะได้ตัวโดยง่าย

            คิดอ่านแผนการดั่งนี้แล้ว เปี๋ยนฮีจึงเรียกนายทหารประจำด่านเข้ามาสั่งการว่าในวิหารวัดตีนก๊กซือซึ่งอยู่ใกล้กับหน้าด่านนั้นเป็นที่อันจำกัด เราจะลวงกวนอูไปกินโต๊ะที่วิหารนั้น ให้เจ้าจัดกำลังทหารไปซุ่มไว้ เมื่อใดที่เราทิ้งจอกสุราเป็นสัญญาณก็ให้บรรดาทหารทั้งปวงตรูกันเข้าไปจับตัวกวนอูไว้ให้จงได้

            นายทหารประจำด่านรับคำสั่งแล้วก็ลาเปี๋ยนฮีออกไปจัดแจงกำลังทหารไปซุ่มไว้ในวัดตีนก๊กซือ

            ครั้นรุ่งขึ้นเปี๋ยนฮีก็คุมทหารอีกจำนวนหนึ่งออกไปรอกวนอูอยู่ที่หน้าด่านโดยไม่ถืออาวุธ ครั้นเห็นขบวนกวนอูตรงมาก็ออกไปต้อนรับโอภาปราศรัยเป็นอันดี แล้วว่าข้าพเจ้าเป็นนายด่านกิสุยก๋วน ได้ทราบกิตติศัพท์ของท่านที่ทำความชอบไว้ในราชการมาแต่ก่อน บัดนี้ทราบว่าท่านกำลังจะเดินทางผ่านด่านกิสุยก๋วนก็มีความยินดี จึงออกมาต้อนรับเพื่ออำนวยความสะดวกและขอเชิญท่านไปกินโต๊ะให้เป็นที่อิ่มหนำสำราญสักมื้อหนึ่ง

            กวนอูเห็นนายด่านและทหารที่มาต้อนรับไม่ถืออาวุธและมีกิริยาท่าทีโอภาปราศรัยเป็นอันดีก็คลายใจ ไม่ระแวงว่าเป็นกลอุบาย จึงลงจากหลังม้าคำนับขอบคุณเปี๋ยนฮีที่ให้การต้อนรับแล้วว่าข้าพเจ้าได้บอกลาท่านอัครมหาเสนาบดีตามอย่างธรรมเนียมเพื่อจะเดินทางไปหาเล่าปี่พี่ร่วมสาบาน แล้วเล่าความที่ถูกขัดขวางระหว่างทางให้เปี๋ยนฮีฟังโดยสุจริต

            เปี๋ยนฮีจึงแสร้งกล่าวว่านายด่านเหล่านั้นขัดคำอนุญาตของท่านอัครมหาเสนาบดี การที่ท่านสังหารเสียจึงเป็นการที่ชอบ ข้าพเจ้ามีโอกาสพบหน้าท่านอัครมหาเสนาบดีเมื่อใดก็จะกล่าวรายงานความจริงให้ทราบ ท่านอย่าได้กังวลเลย ว่าแล้วก็เชิญกวนอูไปกินโต๊ะ

            กวนอูเสือศึกจากเมืองไก่เหลียงกำลังจะเข้าไปในจั่นที่เตรียมการไว้เป็นอย่างดี โดยมีแต่เพียงน้ำใจสัตย์ซื่อและฝีมือที่เข้มแข็งกล้าหาญเป็นเครื่องคุ้มตัวเท่านั้น

            เปี๋ยนฮีนำขบวนของกวนอูตรงไปที่วัดตีนก๊กซือ ซึ่งวัดนี้เป็นพระอารามหลวงที่พระเจ้าฮั่นเบงเต้ทรงสร้างขึ้น และทรงอุปถัมภ์ตลอดรัชสมัย ได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศลที่วัดนี้เป็นประจำ มีหลวงจีนประจำอยู่สิบกว่ารูป เจ้าอาวาสมีชื่อว่าหลวงจีนเภาเจ๋ง เป็นชาวไก่เหลียงบ้านเดียวกับกวนอู

            หลวงจีนเภาเจ๋งทราบว่ามีแขกสำคัญมาที่วัดตามที่ได้รับประสานงานไว้กับพวกด่าน จึงให้พระลูกวัดตีระฆังสัญญาณแสดงการต้อนรับ ในระหว่างที่รอกวนอูเดินทางเข้ามาที่วิหารนั้น หลวงจีนเภาเจ๋งได้สอบถามพวกชาวด่านว่าเตรียมการต้อนรับผู้ใด

            ทหารชาวด่านได้เล่าความตามความจริง ครั้นหลวงจีนเภาเจ๋งทราบว่าเป้าสังหารคือกวนอูชาวบ้านเดียวกันก็ตกใจ คิดจะบอกความให้กวนอูได้ทราบและระวังตัวแต่เห็นกวนอูเดินคู่มากับเปี๋ยนฮีนายด่านจึงเกิดความวิตกว่ากวนอูจะเป็นอันตราย

            เปี๋ยนฮีพากวนอูเข้ามาในวิหารแล้วแนะนำให้รู้จักกับเจ้าอาวาส หลวงจีนเภาเจ๋งจะบอกความไม่ถนัด จึงแกล้งถามกวนอูว่าท่านจำเราได้หรือไม่ กวนอูตอบว่าจำไม่ได้ หลวงจีนเภาเจ๋งได้ถามต่อไปว่าท่านได้ออกจากบ้านมานานเท่าใดแล้ว กวนอูตอบว่าข้าพเจ้าออกจากบ้านมาร่วมยี่สิบปีแล้ว ท่านรู้จักข้าพเจ้าหรือ

            หลวงจีนเภาเจ๋งจึงว่าเราเป็นชาวไก่เหลียงบ้านเดียวกับท่าน บ้านเดิมอยู่คนละฟากคลองกับบ้านของท่าน กวนอูได้ยินดังนั้นก็ดีใจ มีใบหน้ายิ้มแย้มทักทายเจ้าอาวาสอย่างสนิทสนม

            เปี๋ยนฮีได้ยินคำสนทนาว่าเจ้าอาวาสเป็นคนบ้านเดียวกับกวนอูก็เกรงว่าความที่เตรียมการไว้จะแพร่งพรายจึงตวาดไล่เจ้าอาวาสให้ออกจากวิหารอ้างว่ากำลังต้อนรับแขกเมือง ไฉนท่านจึงมาเซ้าซี้ในกิจอันไม่ใช่เรื่องของสงฆ์

            กวนอูไม่รู้ความนัยจึงแก้ต่างให้กับหลวงจีนว่าข้าพเจ้ากับท่านเจ้าอาวาสเป็นคนบ้านเดียวกัน พลัดพรากกันมาเป็นเวลานาน มาพบหน้ากันแดนไกลต่างก็ดีใจทักทายกันตามประสาท่านจงอภัยเถิด 

            หลวงจีนเภาเจ๋งทำทีเป็นไม่เข้าใจคำของนายด่าน แทนที่จะให้ลูกวัดยกน้ำชามาให้กวนอูและนายด่านกลับทำหน้าที่เสียเอง เชิญให้กวนอูและนายด่านนั่งในวิหารแล้วยกน้ำชามาให้ที่โต๊ะ กวนอูเห็นเจ้าอาวาสยกชุดน้ำชาออกมาก็นึกถึงพี่สะใภ้จึงว่า ในขบวนของข้าพเจ้านี้มีพี่สะใภ้สองคนซึ่งเป็นภรรยาของเล่าปี่ร่วมมาด้วย ขอน้ำชาชุดนี้ให้พี่สะใภ้ทั้งสองดื่มก่อน ข้าพเจ้าจึงจะดื่มได้

            หลวงจีนเห็นเป็นทีจึงรีบยกชุดน้ำชาส่งให้กวนอูนำไปที่รถพี่สะใภ้แล้วเดินตามกวนอูไป แต่ทหารของเปี๋ยนฮีรักษาการณ์อยู่โดยรอบวิหาร หลวงจีนจะบอกความแก่กวนอูไม่ถนัด ดังนั้นพอพ้นชายคาวิหารหลวงจีนก็แสร้งหยุดให้เป็นที่สังเกต กวนอูเห็นหลวงจีนหยุดก็หันหน้าไปมอง.
 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓