ตอนที่ 1. ทำไมต้องมีสามก๊กฉบับคนขายชาติ

หลังจากประเทศไทยเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2540 ประเทศไทยได้ยอมตนเข้าผูกพันและรับพันธะที่กำหนดโดยต่างชาติหลายประการ ครอบคลุมทั้งด้านนิติบัญญัติ ด้านบริหาร และด้านตุลาการ

            เป็นผลให้มีการแก้ไขบทกฎหมายและตรากฎหมายขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก ครอบคลุมถึงด้านต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น จนมีการกล่าวขานว่ากฎหมายหลายฉบับเป็นกฎหมายขายชาติ แม้กระทั่งมีการกล่าวขานว่าการยอมรับพันธะผูกพันในลักษณะเช่นนี้เป็นการกระทำที่ขายชาติ

            ในด้านการฟื้นฟูกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นคืนดี ก็ปรากฏว่าแทนที่ประเทศไทยจะสามารถดำเนินการได้โดยอิสระเป็นตัวของตัวเอง กลับต้องถูกบงการโดยทุนต่างชาติ ให้กำหนดมาตรการมากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่ถูกกล่าวขานว่าเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของต่างชาติ เป็นไปเพื่อเกื้อกูล อำนวยประโยชน์และความสะดวกให้แก่ต่างชาติในการยึดครองเศรษฐกิจของประเทศ

            เพียงชั่วระยะเวลา 3 ปี ปรากฏว่าประเทศไทยมีหนี้สินเพิ่มขึ้นจนตกอยู่ในสภาพที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นปัญหาที่กระทบต่อระบบงบประมาณแผ่นดินอย่างรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีความเสียหายเกิดขึ้นในระบบธนาคารและสถาบันการเงินมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และธนาคารตลอดจนสถาบันการเงินได้ถูกต่างชาติยึดครองครอบงำเกือบหมดสิ้น นักธุรกิจไทยล้มละลาย ต้องปิดกิจการ และไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป เงินหมุนเวียนหมดไปจากตลาด ขยายตัวลุกลามไปจนถึงชนบท

            ประชาชน รัฐบาล และประเทศไทย มีรายได้ลดลง ยากจนลง และเกิดความรู้สึกว่ากำลังตกเป็นทาสของชาติอื่นชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที

            ในสภาพเช่นนี้ปัญหาการขายชาติ ปัญหาการกอบกู้ฟื้นฟูชาติ ปัญหาวีรชน และปัญหาทรชนจึงเกิดขึ้น และกลายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย ทุกพื้นที่ให้ความสนใจ จึงเกิดแรงบันดาลใจให้เขียนเรื่องยาวสักเรื่องหนึ่ง ที่สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นบรรณาการท่านผู้อ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

            ดังนั้นจึงเห็นว่าเรื่องยาวที่จะเขียนขึ้นควรจะต้องเป็นเรื่องสามก๊ก ในมุมมองที่สอดคล้องกับสภาพการณ์ของประเทศไทย เหตุนี้จึงได้ให้ชื่อเรื่องยาวที่จะเขียนนี้ว่า “สามก๊กฉบับคนขายชาติ”

            เหตุผลที่นำเอาเรื่องสามก๊กมาเขียนเป็นเรื่องยาวอีกครั้งหนึ่งเนื่องเพราะเรื่องราวในสามก๊กนั้นเป็นเรื่องราวในยุคสมัยที่บ้านเมืองเกิดจลาจลวุ่นวาย จึงแตกแยกเป็นก๊ก เป็นเหล่า มีการรบราฆ่าฟันกันร่วมร้อยปี อาณาประชาราษฎรได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า บ้านเมืองก็เสียหายย่อยยับ วีรชนได้กำเนิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ทรชนก็กำเนิดขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

            การต่อสู้กู้ชาติ และการขายชาติเป็นของคู่กัน และดำเนินไปตลอดในเรื่องราวของสามก๊ก บนวิถีทางแห่งการต่อสู้ของวีรชนกับทรชน ระหว่างการต่อสู้ฟื้นฟูชาติ กับการขายชาติเป็นไปอย่างดุเดือด สะท้อนถึงศาสตร์และศิลป์ในแทบทุกสาขาที่มวลมนุษย์พึงเรียนรู้ และถูกนำมาใช้อย่างแหลมคม

            สามก๊กฉบับคนขายชาติ ที่จะเขียนขึ้นนี้ไม่ได้ตั้งใจที่จะเสียดสี กระทบกระเทียบเปรียบเปรยเอากับผู้หนึ่งผู้ใดในบ้านเมืองขณะนี้ แต่ถ้าหากว่าตอนใดมีเรื่องราวที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับสถานการณ์ในช่วงต่าง ๆ แล้ว ผู้เขียนก็หาได้มีอำนาจสิทธิขาดที่จะไปกีดกั้นความนึกคิดของท่านผู้อ่านแต่ประการใดไม่ จะคิดอ่านประการใดก็สุดแท้แต่ความนึกคิดของแต่ละท่านเถิด

            อันเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ว่าในยุคสามก๊กหรือในยุคใดล้วนอาจหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาใหม่ได้เสมอ เหตุนี้คำพังเพยที่ว่า “กงล้อแห่งประวัติศาสตร์ย่อมหมุนกลับทับรอยเดิม” จึงเป็นคำพังเพยที่ถูกนำมากล่าวขานอยู่เสมอ

            ถ้าเป็นเช่นนั้นก็พึงพิจารณาแต่เพียงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นคล้ายคลึงกัน แต่การที่จะปรับเปรียบมาเทียบเคียงให้เสมอกันย่อมไม่มีวันที่จะเป็นไปได้ เหตุนี้ในการดำเนินเรื่องจักไม่พยายามที่จะดัดแปลงเพื่อให้เรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นปัจจุบัน และจักไม่นำเอาตัวบุคคลในปัจจุบันไปปรับเปรียบเทียบเข้ากับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งในเรื่องสามก๊ก เพราะหากทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการตัดตีนให้เข้ากับเกือก เพราะนอกจากจะเข้ากันไม่ได้แล้ว มีแต่จะเจ็บตัวเปล่า

            สามก๊กเป็นวรรณคดีมีชื่อเสียงที่แปลจากภาษาจีน ตั้งแต่ยุคสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเป็นต้นแบบของการแปลเรื่องจีนมาเป็นวรรณคดีไทยอีกหลายเรื่องในกาลต่อมา

            ไม่เพียงแต่จะถูกแปลเป็นภาษาไทยเท่านั้น สามก๊กยังจัดว่าเป็นหนังสือดีที่สุดเล่มหนึ่งของโลก ได้ถูกแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากมาย และมียอดพิมพ์มากที่สุดเล่มหนึ่งของโลก ว่ากันว่าจะเป็นรองก็แต่คัมภีร์ไบเบิ้ล และตำราพิชัยสงครามของซุนหวู่เท่านั้น

            การแปลของแต่ละภาษาย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีสำนวนและโวหารที่ต่างกันไป โดยที่ต้นฉบับของจีนนั้นมีท่วงทำนองหนักหน่วงลึกซึ้ง ในขณะที่ฉบับแปลของบริวิท  เทเลอร์ค่อนข้างจะตะกุกตะกักแบบฝรั่ง ส่วนของญี่ปุ่นนั้นอาจจะเป็นเพราะสำนวนภาษาคล้ายกับจีน ดังนั้นจึงมีลีลาทำนองลึกซึ้งดุจกัน

            ส่วนการแปลเป็นภาษาไทย อำนวยการแปลโดยบุคคลสำคัญที่มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงทางภาษาในยุคนั้นคือเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ดังนั้นสำนวนแปลภาษาไทยจึงกระชับสั้นได้ใจความเป็นภาษาความเรียงที่งดงามด้วยอรรถและพยัญชนะ มีอุปมาอุปไมยที่สอดคล้องกับความรู้สึกนึกคิดของคนไทย จนกระทรวงศึกษาธิการสมัยหนึ่งได้นำเอาสามก๊กตอนโจโฉแตกทัพเรือไปเป็นแบบเรียนภาษาไทย

            แต่ทว่าการแปลภาษาไทยนั้น และในยุคสมัยที่การเมืองไทยยังไม่สงบเรียบร้อยดีนัก จึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ขาดหายไป ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะหากนำมากล่าวไว้แล้วก็อาจกระทบต่อการเมืองในยุคนั้น

            เหตุนี้ในการดำเนินเรื่อง “สามก๊กฉบับคนขายชาติ” จักได้ถือเอาฉบับแปลของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นหลัก แต่ส่วนที่ยังขาดตกอยู่ก็จะได้นำเอาฉบับแปลอื่น ๆ มาประกอบเพื่อให้เกิดความครบถ้วนอย่างหนึ่ง เพื่อให้เกิดประกายแห่งความคิดและเป็นที่ตั้งแห่งความเข้าใจอันจะเป็นประโยชน์ต่อความรับรู้และการนำไปใช้อีกอย่างหนึ่ง

            นอกจากฉบับแปลแล้วยังมีสามก๊กฉบับพิเศษอีกหลายฉบับ ยาขอบ บรมครูแห่งวรรณกรรมไทยก็ได้เขียนสามก๊กขึ้นฉบับหนึ่งเรียกว่าฉบับวณิพก หรือฉบับขอทาน โดยยกเอาตัวบุคคลแต่ละคนขึ้นมาพรรณนาในรายละเอียดด้วยภาษาที่งดงามและคมกล้า

            ในขณะที่บรมครูอีกท่านหนึ่งซึ่งนับถือกันว่าเป็นปราชญ์แห่งชาติไทย คือหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได้เขียนสามก๊กขึ้นอีกฉบับหนึ่งชื่อว่าสามก๊กฉบับนายทุน ซึ่งเป็นการแสดงทัศนะความชอบธรรมและความไม่ชอบธรรม ความดีและความชั่วที่ตรงกันข้ามกับทัศนะของยาขอบ คือในขณะที่ยาขอบยกย่องเชิดชูเล่าปี่เป็นผู้ทรงคุณธรรม และกล่าวหาประณามโจโฉเป็นกบฏทรยศต่อแผ่นดิน หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได้เชิดชูโจโฉเป็นอัครมหาเสนาบดีที่ภักดีต่อแผ่นดิน ในขณะที่เล่าปี่เป็นนักหลอกลวง หลอกเอาขงเบ้งมาใช้แล้วสมคบกันใช้เล่ห์ลิ้นลมลวงจนบ้านเมืองปั่นป่วนไปทั่ว

            สองทัศนะนี้ขัดแย้งกันสิ้นเชิง แต่ก็เกิดอรรถรสและแง่คิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่ต่างกัน
หลังจากนั้นก็ยังมีผู้แต่งสามก๊กออกมาอีกหลายฉบับ เช่นฉบับแปลของคุณวรรณไว พัทธโนทัย สามก๊กฉบับนักบริหาร และที่กำลังออกอากาศทางวิทยุอยู่ในขณะนี้ก็ยังมีสามก๊กฉบับโหราศาสตร์ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีฉบับเล็กฉบับน้อยอีกมากมาย

            ไม่เพียงแต่จะมีผู้แต่งลักษณะเช่นนี้ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีนเองหรือในประเทศอื่น ๆ    ก็ได้นำเอาสามก๊กไปแบ่งซอยย่อยและแต่งขึ้นในแง่มุมต่าง ๆ มากมาย

            การทั้งนี้เนื่องจากเรื่องราวที่ดำเนินไปในสามก๊กนั้น ได้ครอบคลุมการต่าง ๆ ไว้แทบทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าในเรื่องคุณธรรม น้ำมิตร พิชัยสงคราม การปกครอง การบริหาร การใช้คน การทูต การเมือง การทหาร แม้กระทั่งโหราศาสตร์ นิมิต และลางต่าง ๆ ตลอดจนธรรมเนียมการปกครองแผ่นดิน

            การที่สามก๊กมีเนื้อหาครอบคลุมเรื่องราวด้านต่าง ๆ มากมายเช่นนี้ จึงมีผู้ดัดแปลงสามก๊กออกไปเขียนในแง่มุมต่าง ๆ และยิ่งเขียนในแง่มุมต่าง ๆ มากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าสามก๊กนั้นไม่ว่าในแง่มุมใดมีความลึกซึ้ง และเป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งสิ้น

            มีผู้กล่าวว่าใครอ่านสามก๊กครบสามครั้งจะเป็นคนที่คบไม่ได้ คำกล่าวนี้ได้สะท้อนให้เห็นอยู่ในตัวเองว่าสามก๊กเป็นเรื่องราวของการใช้สติปัญญาพลิกแพลงกอปรด้วยอุบายเล่ห์กลครบครัน

            แต่ข้อที่ว่าอ่านสามก๊กครบสามครั้งแล้วจะเป็นคนที่คบไม่ได้นั้น ออกจะเป็นการมองปัญหาด้านเดียว เพราะการคบได้หรือคบไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการอ่านสามก๊กหรือไม่ หรือว่าจะอ่านสักกี่ครั้ง หากขึ้นอยู่กับคนผู้นั้นเอง

            คนจำนวนหนึ่งแม้ไม่เคยอ่านสามก๊กก็ยังปรากฏว่าเป็นคนที่คบไม่ได้ก็มีให้เห็นอยู่ถมไป บางคนอ่านสามก๊กนับสิบครั้งก็ยังคงเป็นคนดีมีศีลธรรม ก็มีให้เห็นอยู่ถมไปเหมือนกัน

            คนเราจะคบกันได้หรือคบกันไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยใจคอของคนผู้นั้นเองว่าเป็นคนดี เป็นมิตรแท้ หรือเป็นสหายน้ำมิตรที่ตายแทนกันได้หรือไม่ หากเป็นคนเลว คนเห็นแก่ได้ หรือคนทรยศต่อมิตร แม้ไม่ได้อ่านสามก๊กเลย คนเช่นนี้ก็หาควรคบด้วยไม่

            ในมงคล 38 บทแรกสุด พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสอนว่าการไม่คบคนพาลเป็นมงคลสูงสุด ซึ่งสามก๊กมีตัวอย่างและเรื่องราวมากมายที่แสดงให้เห็นว่าคนพาลเป็นอย่างไร

            ที่สำคัญได้แสดงให้เห็นถึงลักษณะและการกระทำของคนขายชาติว่าทำกันอย่างไร เกิดผลอย่างไร ทั้งผลที่เกิดขึ้นแก่ตนเอง แก่ครอบครัว แก่สังคมและบ้านเมือง

            เรืองวิทยาคมพร้อมแล้วที่จะบรรณาการท่านผู้อ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการด้วย “สามก๊กฉบับคนขายชาติ” ซึ่งแม้ว่าจะตระหนักดีว่ามีภูมิความรู้ยังไม่ถึงขนาดนัก แต่ด้วยใจภักดีที่มุ่งตอบแทนคุณท่านผู้อ่านก็จะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถ คงมีปัญหาข้อวิตกอยู่ประการเดียวที่เรื่องสามก๊กเป็นเรื่องยาว ย่อมยากที่จะทำให้เกิดความเร้าใจ ตรึงใจไปได้ตลอด ทั้งต้องใช้เวลานานนับปีกว่าจะจบ จึงวิตกว่าท่านผู้อ่านจะเบื่อหน่ายเสียก่อน

            จึงได้แต่หวังว่าด้วยใจภักดีที่จะสนองคุณท่านผู้อ่านอย่างหนึ่ง ด้วยวิริยะอุตสาหะแห่งตนอีกอย่างหนึ่ง จักเป็นเครื่องคุ้มกันและก่อให้เกิดความเมตตาจากท่านผู้อ่านติดตามและสนับสนุนงานชิ้นนี้ไปจนกว่าจะสำเร็จดังประสงค์.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘