Stock Picking VS. Market Trend ความสามารถในการเลือกซื้อหุ้น กับสภาวะของตลาดหุ้น

ความสามารถในการเลือกซื้อหุ้น กับสภาวะของตลาดหุ้น
ในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาลงอย่างนี้ ผมพบว่ามีนักเล่นหุ้นจำนวนไม่น้อยที่ยังพยายามเค้นเอากำไรออกมาจากตลาดให้ ได้อยู่ในทุกๆวัน ไม่ต่างกับการพยายามเก็บเหรียญในดงระเบิด โอกาสได้กำไรก็ช่างน้อยนิด แถมกำไรที่ได้ก็ใช่ว่าจะใหญ่โตอะไร และอาจไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องเสียเวลาและสุขภาพจิต ในการนั่งเฝ้าจอหุ้นหรือนั่งอยู่กับข่าวร้ายทุกๆวันด้วย จึงอยากจะขอนำบทความตัดตอนสั้นๆจากบล็อกของคุณ Olivier Tischendorf มาแปะไว้ให้อ่านกันสักนิดหนึ่งครับ
ในขณะที่ทุกๆวันนี้ อาจจะมีหลายๆคนที่เชื่อว่าพวกเขาคือนักวิเคราะห์หุ้นมือฉมัง อย่างไรก็ตาม ความจริงที่เกิดขึ้นก็คือ มันยากมากในการที่ผลตอบแทนของคุณนั้น จะไม่มีความสำพันธ์เกี่ยวเนื่องกับสภาวะของตลาดหุ้น หรือพูดง่ายๆก็คือ ต่อให้คุณเป็นนักวิเคราะห์หุ้นที่เก่งกาจสักแค่ไหน หากว่าตลาดหุ้นยังคงเป็นขาลงอยู่ มันก็มีแนวโน้มที่จะทำลายสัญญาณซื้อที่ดีที่สุดไป ไม่เว้นแม้แต่ในหุ้นตัวที่มีพื้นฐานยอดเยี่ยมอย่างไรก็ตาม
นี่เป็นแนวคิดที่ผมได้เน้นย้ำมาตลอดเวลา นั่นก็คือ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแม้แต่หุ้นที่แข็งแกร่งที่สุดนั้น ก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาสภาวะของตลาดขาขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือตลาดแบบไซด์เวย์ ในการที่จะสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลขึ้นมา ปัญหานี้เกิดจากการที่เมื่อตลาดโดยรวมเป็นขาลงอย่างรุนแรงนั้น พวกมันก็มักที่จะลากเอาหุ้นที่ดีที่สุดลงไปกับพวกมันด้วย และไม่ว่ามันจะให้ค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ (Relative Price Strength) ที่ดีแค่ไหน ส่วนใหญ่มันก็มักจะหล่นลงไปตามตลาด เพียงแต่จะตกมากหรือน้อยก็เท่านั้น
พูดสั้นๆ ก็คือ หุ้นที่เป็น Super Performance ส่วนใหญ่นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหุ้นโดยรวมในกลุ่มอุตสาหกรรมของพวกมันวิ่งขึ้นไปด้วย กัน และเมื่อสภาวะตลาดหุ้นโดยรวมนั้นเป็นใจนั่นเอง
ลิงเลือกหุ้น ถึงแม้เราจะพยายามคาดการณ์ในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า เป็นเพียงแค่การพักฐานธรรมดาหรือมันจะเป็นแค่เพียงการค่อยๆไหลออกข้างไป หรือแม้แต่ว่านี่พึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงอย่างยาวนาน ปัญหาก็คือ มันไม่มีทางทีเราจะรู้ได้จริงๆล่วงหน้าอย่างแน่นอนเลย เราจะรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ต่อเมื่อเหตุการณ์ต่างๆได้ผ่านไปแล้วเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเราไม่สามารถที่จะหยั่งรู้ถึงอนาคตได้อย่างแน่นอนว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราต้องรู้จักบริหารความเสี่ยงให้เป็นนั่นเอง อย่างที่เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า
“นักลงทุนมืออาชีพบริหารความเสี่ยง ส่วนมือสมัครเล่นมองเห็นเพียงผลกำไร” Alan Farley (เทรดเดอร์และผู้เขียนหนังสือ The Master Swing Trader ที่โด่งดัง)
กุญแจสำคัญของการเก็งกำไรหรือการลงทุนให้ประสบความสำเร็จนั้น แท้จริงแล้วจึงอยู่ที่การ “ควบคุมและบริหารความเสี่ยง” ให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตรงข้ามกับความคิดในการที่จะวิ่งไล่ล่าตามหาแต่เพียงผลกำไรอย่างเดียว จงอย่าลืมว่าโอกาสนั้นมีอยู่เสมอในตลาดหุ้นหากเรายังไม่หมดตัวไปเสียก่อน นั่นเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘