ยกตลาดหุ้น S&P ของอเมริกา มาคุยกัน!!


ใคร ที่ชอบดู Bloomberg หรือ CNBC จะเห็นได้ว่าทุกวันต้องมีการ Update ตัวเลขของ S&P500 Index ...ซึ่งดัชนีตัวนี้ ก็คือ การเอาบริษัท 500 บริษัทใหญ่ยักษ์ของอเมริกามาคำนวณ (คล้ายๆกับ SET 50 นั่นแหละครับ)

พอ ดีไปอ่านเจอบทความหนึ่งเกี่ยวกับตลาดหุ้นอเมริกา..เห็นว่ามันน่าสนใจ เลยเอามาเล่าให้ฟัง..ช่วงปี 1975 (35 ปีก่อน) ดัชนี S&P500 อยู่ที่ 63 จุด ..ปัจจุบันอยู่ที่ 1,180 จุด

ในช่วงปี 1970s อเมริกาเข้าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ..ในช่วงเวลานั้น บริษัทใหญ่ๆผูกขาดการค้า แถมเอาเปรียบผู้บริโภค สาเหตุหลักๆก็มาจากการที่ ในตลาดมีผู้แข่งขันน้อยราย (การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นจากการเข้ามาท้าทาย ในเชิงเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากญี่ปุ่น ผนวกกับการ Boom ของธุรกิจเดินเรือและตู้คอนเทนเนอร์ ...ปัจจุบันมีเรือขนส่งสินค้ากว่า 3,500 ลำบรรทุกสินค้ากว่า 15 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ แล่นไปมาในทะเล...และนี่เป็นจุดกำเนิดของการค้าขายทั่วโลก หรือ Globalization นั่นเอง)

จุดที่น่าสนใจคือ ช่วงปี 1970s ธุรกิจใหญ่ๆในอเมริกา ก็คือสถาบันการเงิน (คล้ายๆกับบ้านเราในเวลานี้ ที่ธุรกิจใหญ่ๆก็คือ ธนาคารกับพลังงาน) ..คนอเมริกาในเวลานั้น ยังลงทุนในหุ้นน้อยมาก เพราะยังไม่มี กองทุนเพื่อการเกษียณ 401(k) (ซึ่งในบ้านเราก็คือกองทุน RMF/LTF นั่นแหละครับ)

ในปี 1970 ก่อนอเมริกาจะก่อตั้ง 401(k) มีคนอเมริกาเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น ที่ถือครองหุ้น "เมืองไทยตอนนี้มีเล่นหุ้นไม่ถึงร้อยละ 1 ของประชากร ..โอกาสขยายตัวอีกเยอะ!!" (ดูจากดัชนี S&P500 ที่ 63 จุด ในช่วงปี 1975 คงบ่งบอกได้อย่างดีว่าสมัยนั้นคนอเมริกาไม่เล่นหุ้น).. "ราคาหุ้นในตอนนั้นมันเลยต่ำเตี้ยขนาดนั้น"

หากมองเทียบกับตลาดหุ้น บ้านเรา ...จุดที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยมีคนเล่นหุ้นน้อย และ ก็เพิ่งก่อตั้งกองทุนเพื่อการเกษียณ RMF/LTF ได้ไม่นาน" ฮึม!! ผมเริ่มมองเห็นโอกาส ของการเติบโตของตลาดทุนในบ้านเรา ที่ยังมีโอกาสเติบโตไปได้อีกเยอะ

โอกาสการขยายตัวของประเทศไทยและ ตลาดทุน ยังเปิดกว้างในด้านการขยายตลาดบริโภคภายในประเทศ (ซึ่งถ้าเอาอเมริกามาเทียบกับช่วงเวลา และการพัฒนาอุตสาหกรรม มันชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่น่าสนใจทีเดียว)..ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยเพิ่งเปิดมา ได้ 30 กว่าปี "ก็เทียบได้กับเด็ก..ว่างั้น" ...อุตสาหกรรมส่งออก หลักๆของประเทศ รวมทั้งธุรกิจใหญ่ๆ ยังไม่ได้เข้ามาระดมทุนในตลาด ..แต่จากนี้ไป การเริ่มไหลเข้ามาของเงินทุนฝรั่ง รวมทั้งการ Boom ของตลาดหุ้น ..น่าจะเป็นการจุดประกายการเข้ามาระดมทุนมากขึ้นของบริษัทดีๆ

ส่วน ตัวผม ไม่มองแค่ SET 1,000 จุด "มันน้อยไป" ...หากภาพการเข้ามาระดมทุนของ ธุรกิจใหญ่ๆ ในตลาด SET ผมเชื่อว่า ตลาด SET ณ วันนี้ของไทย ก็เทียบได้กับ S&P500 เมื่อปี 1975 ....ฮึม!! อีกสัก 20 ปี เจอกันที่ SET 10,000 จุด (ไม่ตลกหรอกครับ.... ผมว่ายุคของเราโชคดี ที่จะได้เห็นการ Boom ครั้งใหญ่ของเอเชีย เงินทุนต่างๆจากทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้ามาหาโอกาสในเอเชีย เพราะมันดินแดนแห่งโอกาส "และสิ่งนี้คุณมองข้ามไม่ได้ ประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในเอเชีย ..นี่คือ การเกิดขึ้นของตลาดและกำลังซื้อใหม่"

จับแน่นๆ รถด่วนสายนี้ "มันไปไกลแน่!!" (มองไกลๆไว้ก่อน ถ้าไม่ถึง 10,000 จุด เอาสัก 5,000 จุด ..ก็พอรับได้ ..หุ หุ)


(ตลาดหุ้นอินโด ตอนปี 1997 Index เขาก็ร่วงมาพอๆกับเรา แต่ตอนนี้เขาพุ่งพัน 3 พันกว่า ในขณะที่เรายังอยู่แถวพันจุด)

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘