ตำรา"การตลาดยุคใหม่" ล้าสมัยไปแล้ว(เข้าสู่ Product is King)


ตั้งแต่ Internet แพร่หลายจนตอนนี้ ทำให้"การตลาด"แทบต้องฉีกตำราทิ้ง ..การเข้าถึงข้อมูลอย่างมหาศาลในเวลารวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในการ"ตัดสินใจซื้อ" ..สมัยก่อน"โฆษณา"นับว่ามีอิทธิพลต่อการซื้อสูง แต่ปัจจุบันกลายเป็นว่า"บอกต่อ" แรงกว่า.. "เดี๋ยวนี้จะซื้ออะไร ต้อง Search Internet ดู Comment ของสินค้านั้นๆ ..ผมว่าระบบของ Google ถือว่าเป็น เครื่องมือ "ช่วยเหลือผู้บริโภคที่ดีมาก" เช่น เราอยากรู้ว่า "รถยนต์"ที่เราสนใจ มี Comment จากคนที่ใช้แล้ว ก็แค่ Search ... จุดนี้มันเปลี่ยนมุมมองของ"การตลาด"ไปอย่างสิ้นเชิง

ผลกระทบโดยตรงก็คือ "สื่อ"ได้รับผลกระทบสูง เพราะอำนาจตกกลับไปสู่"ผู้บริโภค" ..ยิ่งปัจจุบัน การบริการต่างๆยิ่ง"ฟรี"มากขึ้นเรื่อยๆ --แต่ก่อนถ้าจะโฆษณาต้องสร้าง Website ซึ่งมี"ค่าใช้จ่าย"ไม่น้อย ..ปัจจุบันไม่ต้องเลย แค่เปิด Facebook ก็ได้แล้ว ..แถมได้ Feedback ซึ่งก็คือ Market Research ดีๆนี่เอง.. ได้ง่ายๆ ไม่เสียเงิน --อย่างการเมืองผมชอบเข้าไปดูของ คุณ อภิสิทธิ์ กับ คุณ ทักษิณ

..เราจะเห็นเลยว่า ตอนนี้ใครโดนด่า โดนชม ต่างกันอย่างไร ..ถ้ามอง Facebook ผมว่าคนที่ใช้ ต้องเป็น"ชนชั้นกลาง"ขึ้นไป ซึ่งเห็นๆว่า ส่วนใหญ่ คุณ อภิสิทธิ์ จะได้ใจกว่า คุณทักษิณ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่"คนกลุ่มใหญ่ของประเทศ"(ซับซ้อนๆ) ..เอาเป็นว่า การเข้าใจ"สื่อ"จะทำให้เราเห็นภาพต่างๆได้กว้างขึ้น (เสมือนมี poll ส่วนตัว ..หากเรารู้จักใช้) --ดังนั้น ตอนนี้ ผมแค่ดู Facebook ของทั้งสองคน ผมอ่านเกมออกเลยว่า กลุ่มไหนมีใครสนับสนุน และพอจะเห็นภาพคร่าวๆว่า ทั้งเหลือง และ แดง จะเดินอย่างไร

จะว่าไปแล้ว Facebook สามารถทำให้ทุกคนมี"หน้าร้าน" ได้อย่างง่าย และ สามารถ "จับกลุ่ม"คนที่มีความคิดเหมือนกัน ตั้งเป็นประเด็น ซึ่งน่าสนใจมาก..ประเด็นนี้อย่าง Obama ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จ ในการใช้สื่อสมัยใหม่ ร่วมกับ Facebook ทำให้สามารถเป็น"ประธานาธิปดี"--"สุดยอด"

ดังนั้น "การตลาด"ในอนาคต หากไม่รู้จัก เอาเครื่องมือใหม่เหล่านี้มาใช้ จะเกิดได้ยากมากๆ เพราะ การที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายดายนี่เอง มันยิ่งทำให้ การสื่อสารยากขึ้น ..เพราะผู้บริโภคจะ"ปิดตัวเอง"มากขึ้น ดังนั้น "โฆษณา" จะได้ผลน้อยลงเรื่อยๆ

-- ช่วงนี้"กีฬาสี"ที่เกิดขึ้น นับว่า "สื่อใหม่อย่าง Internet" เข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยเฉพาะ Facebook เพราะสามารถเข้าทาง"มือถือ"ได้ ..ซึ่งถ้ามองไปในอนาคตอันใกล้ โอกาสที่"มือถือ"เป็นล้านเครื่องจะสามารถเข้า Internet และ Facebook ก็เป็นหนึ่งใน App ที่เกือบทุกคน"ต้องใช้"

--กระแสนี้ปลุกโดย AIS ที่ใช้ Celebrity Marketing ตามด้วย TRUE และก็ DTAC ซึ่งทุกค่ายหนีไม่พ้น Facebook เป็นหลัก ..ดังนั้น อนาคตผมมองว่า Facebook จะกลายเป็น"สื่อ"ที่แรง และ"สำคัญ"มาก ขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้ นั่นเอง...

ความสำเร็จของ Product ในอนาคต น่าจะอยู่ที่ตัว Product เป็นหลัก --อย่าง Apple ถือเป็น"ต้นแบบความสำเร็จ" ..สินค้าที่ดี ในอนาคต แทบไม่ต้องเสีย"งบโฆษณา"เลย --เพราะผู้บริโภคจะค้นหาสินที่เหมาะกับตัวเอง มากกว่า "การยัดเยียดโดย นักการตลาด และ โฆษณา เหมือนอย่างแต่ก่อน"

หรือ อย่างหนัง "AVATAR" ถือเป็นอะไรที่สอนฮอลลีวู๊ด ..เพราะช่วงหลังๆมานี่ ถ้าหนังทำเงินได้ หลักร้อยล้าน ก็ถือว่าแจ๋วแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับสมัยก่อน เช่น Titanic , Jurasis Park รายได้เกินพันล้าน ..แต่ AVATAR กลับทำรายได้ 2 พันล้าน เรียกได้ว่า "ทุกคน(งง)"

จุดนี้มันชี้ให้เห็นว่า ยุคต่อจากนี้ไป Product is King คือ "สินค้า" จะกลับมาสำคัญอีกครั้ง หาก"สินค้า"คุณไม่ได้ตอบสนอง"ความต้องการของลูกค้า"ก็พับเสื่อเก็บไปได้ เลย... อย่างไรก็ตาม"สินค้าที่ดี"ก็ต้องอาศัย "New Media" ที่ดีควบคู่ จึงจะประสบความสำเร็จได้ ..(แต่ก่อนการรู้เยอะ คือ คนเก่ง แต่ปัจจุบันการรู้เยอะ ไม่มีประโยชน์เพราะทุกคนก็รู้เยอะเหมือนกัน"อยากรู้อะไรเข้า net ก็รู้แล้ว" ปัจจุบันต้อง"รู้ให้น้อย แต่รู้ให้ลึก"ถึงจะชนะ พูดง่ายทำยาก ไม่เชื่อไปถาม Tiger woods เขาจะช่วย"ไขความกระจ่าง"รู้น้อยแต่ลึก มันรวยยังไง)...

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘