นักธุรกิจรุ่นใหม่


"นัก ธุรกิจรุ่นใหม่" เป็นคำพูดง่าย แต่มีน้อยคนเข้าใจใน"การเปลี่ยนแปลง"ที่มหาศาลครั้งนี้ ..ทุกๆปี มีคนเรียนจบมากมาย ที่กำลัง"หลั่งไหล"เข้าสู่"ตลาดแรงงาน" ..ปัญหาในปัจจุบันที่เกิดคือ "ภาวะเศรษฐกิจ"ที่ตกต่ำ ทำให้ธุรกิจต่างๆไม่จ้างคนงานเพิ่ม แถมยังลดคนด้วย .. จุดนี้ทำให้ "ค่าแรง" ไม่ขึ้น ยิ่งเป็นงานที่"ธรรมดา"รายได้ยิ่งลดใหญ่ --จุดนี้ผมมองว่า ปัญหามันอยู่ที่ "Product" ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึง "ตัวบุคคลนั่นเอง"

..ลองนึกดูซิครับว่า คนที่จบมาจาก"มหาลัย" จบมาก็ จบเหมือนๆกัน เช่น บริหารธุรกิจ โดยจริงๆหารู้ไม่ว่า ตลาดไม่ได้ต้องการ SKILL ของ"คุณ"เลย ..บริษัทนึงมีผู้จัดการ"1คน" แต่ทุกคนเรียน เพื่อจะมาเป็น "ผู้จัดการ" ผมถามหน่อย ..มันจะมีงานทำหรือไม่

--- จริงๆวันนี้ คือ เราสร้าง Supply แต่เราไม่ดู Demand เลยว่า Demand ของตลาดต้องการอะไร / วันนี้เรามองไปแล้ว-- บ่นว่าโอกาสมันเต็มแล้ว!! แต่จริงๆไม่ใช่เลย เพราะ ทุกอย่างมันเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว 10 ปี ก่อนใครมีโทรศัพท์บ้านนี่เท่ห์ ปัจจุบัน TRUE โทรศัพท์บ้านแทบไม่มีใครใช้ เพราะมือถือเข้ามาแทนที่ ..ทุกอย่างเกิดและจบเร็วมาก และนั่นเป็นโอกาสที่เรามองข้าม ..ผมหมายถึงในอีก 10 ปีข้างหน้า กว่าครึ่งของธุรกิจในปัจจุบันจะต้องปิดตัวลง และแทนที่ด้วยกิจการใหม่ ที่สนองตอบต่อความต้องการที่ดีกว่า

ทุกวันนี้ เราเห็น case study ของ"นักธุรกิจรุ่นใหม่"มากมาย เช่น เด็กหนุ่มผู้สร้าง Facebook , สองหนุ่มผู้สร้างGoogle ,คุณตันผู้ทำให้เรากินแซลมอลในราคาถูก , คุณวิชาผู้ทำให้โรงหนังของไทยดีที่สุดในโลกและมีป๊อปคอร์นที่อร่อยสุดในโลก --ซึ่งนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ ล้วนวิ่งตาม"ความต้องการของตลาด" แทนที่จะ"วิ่งตามคนอื่น" และนี่แหละคือ "นักธุรกิจรุ่นใหม่"

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจาก การเอาเงิน"มหาศาล" มาลงทุนแบบดารา Planet Hollywood ที่เอาดาราระดับโลกมาร่วมกันเจ๊ง ..แต่มันเกิดจากการสร้าง "Product" ที่ตลาดต้องการต่างหาก ---วันนี้หากเรามองไปรอบๆตัว จะเห็นได้ว่า "โอกาสในการตอบความต้องการของตลาดมีมากมาย" เพียงแต่ไม่มีคนมอง!! ..เรามักติดกรอบ มุมมองแคบๆแบบ พ่อเป็นชาวนาลูกก็เป็นชาวนา หรือ พ่อเป็นตำรวจลูกเลยต้องเป็นตำรวจ

--มันไม่ใช่เลย ..ผมว่า แรงดลใจและ Idea มันอยู่ที่รอบๆตัว(แต่เรามองข้าม!!)..คุณลองเดินเข้าไปใน Central หรือ เดินเข้าไปในตลาดสด ..เอาใหม่ไปเดินตลาดเพลินวาน(หัวหิน) ..เอาใหม่ ไปเดินตลาดน้ำ 4 ภาค(พัทยา) ..หรือ ไปเดินตลาดสด --คุณ อาจได้ Idea ในการเปิดตลาดใหม่ๆ ในแบบของคุณเอง และนั่นก็เป็นที่มาของ "ตลาดไท" ตลาดผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ หรือ จะเอาแบบคุณวิกรม ตลาดนิคมอุตสาหกรรม

--ที่กล่าวมาไม่ได้ บอกว่าคุณต้อง สร้างตลาด แต่"แค่ตลาด" มันก็มีอะไรให้คุณทำอีกมากมาย เพราะที่พูดมายังไม่ถึง 10 ตลาดเลย จะว่า ดังนั้น "ถ้าคุณหลับตานึก..คุณอาจมองเห็นอีกเป็น 100 เป็น 1,000 ตลาดใหม่ ที่น่าจะเป็นความต้องการของลูกค้า ..วันนี้"นักธุรกิจรุ่นใหม่" จึงเริ่มที่ความคิด มิใช่เริ่มที่เงินทุน

ลูกคนรวย วันนี้อาจเอา"ที่ดิน"แม่มา 5 ไร่ เอาเงินมา 10 ล้าน แล้วหาคนมาเช่า เป็น"ตลาดสด" ประเด็นมันอยู่ที่ "มุมมองต่างหาก" เพราะเงินทุน เป็นสิ่งที่หายาก แต่มันก็ไม่ยากกว่า "ไอเดีย" -- ชายหนุ่มผู้หนึ่งเปิดตลาด Ebay ทลายกำแพงตลาดทั่วไป

---วันนี้การ แข่งขัน มันตั้งอยู่บนความคิด แต่คนส่วนใหญ่"คิดว่ามันเริ่มจากเงินทุน" และนี่เป็นความแตกต่างระหว่าง "ความสำเร็จ" กับ "ความล้มเหลว"..ทุกวันนี้ ผมมองว่า เราเข้าใจสองคำนี้"ไม่ชัด" --การสร้างธุรกิจในปัจจุบันส่วนใหญ่สร้างจาก"ทุน" ส่วน"ไอเดีย" ไปลอกเขามา เช่น วันนี้คุณมีเงินก็เอามาเปิดร้านกาแฟ ..(มันผิดตั้งแต่แรกแล้ว)ที่ถูกมันต้องเริ่มจากการเห็น"โอกาสในตลาดใหม่ ไม่ใช่การเห็นผู้อื่นสำเร็จ แล้วทำบ้าง "

ทุกวันนี้กว่า 90% ของธุรกิจในเมืองไทย เริ่มจาก"ทุน"ทั้งสิ้น และนั่นเป็นจุดบอดของการพัฒนา เพราะเมื่อเราเริ่มจากการเลียนแบบ..มันก็ผิด"ตันตั้งแต่เริ่มแล้ว"....การจะ เปลี่ยนแปลงไปสู่ ธุรกิจ ที่เริ่มจาก "ฐานความคิด" จึงเป็นสิ่งที่ยังห่างจาก ความเข้าใจของ"คนส่วนใหญ่" มันจึงไม่แปลกที่"คนที่สำเร็จ" ก็ยิ่งสำเร็จ เพราะเขา ยืนอยู่ในมุมที่"ต่างทางความคิด" --โจทย์ของ"ความคิด" จึงเป็นคำตอบ และนี่ก็คือ ทางสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจรุ่นใหม่นั่นเอง...

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘