"ประสบการณ์และความล้มเหลว" ต่างหาก ที่เป็นบันไดก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง

หลายปีมานี้ผมได้ ค้นคว้า ประวัติ และแนวทางสู่ความสำเร็จ คือ "ทางสู่ความร่ำรวย"นั่นเอง -- สิ่งที่ผม ค้นพบคือ ทางสำเร็จของแต่ละคน "ไม่มีทางเหมือนกัน" เช่น หลายปีมาแล้วหนังสือ "Rich Dad,poor Dad" ขายดีมากๆ ผู้เขียนแนะนำให้ลงทุน Real estate คือ ซื้อบ้าน ซื้อบ้าน ซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วปล่อยเช่า กู้แล้วก็ซื้อ แล้วก็สร้าง Port ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่ ค่าเช่า ยังสามารถจ่ายดอกเบี้ย ก็ซื้อบ้าน ซื้อตึก เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

--ซึ่งในอเมริกา แนวคิดนี้มีคนทำตามอย่างแพร่หลาย ในที่สุด Subprime ที่ระเบิดขึ้น พวกนี้ล้มละลาย เจ๊ง!! กันเละเทะไปหมด .. มันทำให้ผมกลับมาดูว่า (แล้วที่ Rich dad พูดมัน ผิดตรงไหน? )--ปรากฏว่า ไม่ใช่แนวคิดที่ผิด เพราะแนวคิดนี้ได้ทำให้ คนเขียน รวย เพราะเขาซื้อบ้านในช่วงที่ราคาบ้านยังไม่แพง จนเขาสำเร็จมีเงินมาก ราคาบ้านก็ขึ้นมาแพงแล้ว

-- พอคนไปอ่าน Rich Dad ก็อยากทำบ้าง แต่ "ต่างกันที่เวลา และ Cycle ของ Real estate" ทำให้พังได้ ดังนั้น การดูแนวคิดต่างๆ ไม่ใช่เราจะหลับหูหลับตาทำตามแล้วจะสำเร็จบ้าง เพราะเมื่อเวลาต่าง ปัจจัยที่เป็นตัวแปรสู่ความสำเร็จก็ย่อมแตกต่างไป

-- ซึ่งถ้า สิบปีก่อนทำให้ Warren Buffet รวยมหาศาล มันก็แสดงว่า สิบปีที่ผ่านมาราคาหุ้นขึ้นไปสูงกว่า ช่วงที่ Warren Buffet ซื้อมาก ดังนั้น ถ้าใครคิดจะทำแบบ Buffet ก็ย่อมไม่สำเร็จอย่างเขา -- ดังนั้น ความสำเร็จ คุณต้องเป็นคนคิดเอง โดยมองหา "ช่องว่าง" หรือ โอกาส ณ ช่วงเวลานั้นๆ

อย่าง Real estate หลังจากที่ตกต่ำจาก Subprime ราคาย่อมถูกลงกว่า 5 ปีที่แล้วมาก --จุดนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นโอกาส แต่หลายคนก็กลับมองว่าเสี่ยง ยกตัวอย่างว่า อีก 10 ปีข้างหน้า ราคาบ้านพุ่งขึ้นไป 10 เท่า จากราคาในปัจจุบัน ..คนที่ตัดสินใจซื้อในวันนี้ ก็จะรวย ส่วนคนที่ไม่ซื้อในวันนี้ก็ไม่รวย

--ครั้นพอผ่านไปแล้ว 10 ปี คนที่ไม่ได้ซื้อ มองเห็นคนที่ซื้อ 10 ปีที่แล้ว รวยก็ อยากรวยบ้าง (ในใจคิดว่า วิธีการได้รับการพิสูจน์แล้วน่าจะไม่เสี่ยง จึงตัดสินใจซื้อบ้าน .. จากนั้น ราคาบ้านกลับตกลง อย่างเละ) --สรุปว่า คนที่กลัวเสี่ยงรอดูว่า คนอื่นสำเร็จก่อน ค่อยทำตาม ครั้นพอทำตาม ราคาบ้านก็ขึ้นไปสูงแล้ว กลายเป็นว่า เขาเจ๊งในที่สุด (-ตลาดบ้านมี Cycle ฉันใด ตลาดหุ้น และการลงทุนทั้งหมดล้วนมี Cycle ฉันนั้น-) ดังนั้น หากใครเลือกลงทุน ในจังหวะที่ถูกต้อง ถึงจะประสบความสำเร็จได้ -- "ไม่ใช่การเห็นคนอื่นสำเร็จ เลยทำตาม --ก็เลยเป็นที่มาของ "แมลงเม่าการศึกษาสูง"ไงล่ะครับ...

สิ่งที่สอนเราให้จำได้ดีที่สุด ก็คือ "ประสบการณ์และความล้มเหลว" แต่ถ้าพลาดแล้วต้องจำ ต้องไม่พลาดอีก และนี่แหละคือ บทเรียนชีวิต ที่ทำให้คนแต่ละคนแตกต่างกัน จึงไม่แปลกเลยที่ ถ้าพ่อแม่เก่ง แต่ร่ำรวยมาอย่างยากลำบาก จึง เลี้ยงลูกมาอย่าง "ไข่ในหิน" สุดท้าย ลูก ก็กลายเป็นคนที่ไม่เคยเรียนรู้ ไม่เคยล้มเหลว ทำให้ท้ายสุด เมื่อพ่อแม่ ยกกิจการให้ลูกสืบทอด ก็กลายเป็น "ไม่มีความสามารถ" กิจการก็จึงไม่เคย สืบต่อเกิน 3 Generation ได้ (มันมิใช่คำสาบ) --มันเป็น "ประสบการณ์และความล้มเหลว" ต่างหาก ที่พ่อแม่ ไม่ได้ถ่ายทอดให้ลูกๆได้ เพราะสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดจากห้องเรียนหรือมหาลัยดังๆ หากแต่มันเกิดในชีวิตจริง และเรียนรู้ได้จากการปฏิบัติเท่านั้น

"ประสบการณ์และความล้มเหลว" หากเปรียบ ก็เหมือนกับ "วัคซีน" แต่เป็น "วัคซีน" ที่ต้องสร้างขึ้นเองเท่านั้น ... (ผมว่าพวกรุ่น 3 ของตระกูล คงอยากวิ่งหา "วัคซีน"ที่ว่านี้มาฉีด แต่ขอโทษครับ (ไม่มีขาย) คุณต้องสร้างขึ้นเอง หรือ ไม่ก็ปล่อยให้กิจการของตระกูลค่อยๆเจ๊งไป -- ก็แค่นั้นเอง!!!!!..........

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘