รวมคำถาม อาหารบำรุงสายตา

FAQ อาหารบำรุงสายตา

??? สารอาหารบำรุงสายตามีอะไรบ้าง และแต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไรต่อดวงตา สารแต่ละอย่างมีในอาหารประเภทใดบ้าง
*** เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้ครับ
  • วิตามินเอ วิตามินเอเป็นสารสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับดวงตาเนื่องจากมันเป็นสารตั้งต้นของ เรตินาล (Retinal) สารสำคัญในเซลล์รับแสง(Photoreceptor) ของดวง ตา วิตามินเอมีมากในอาหารเช่น ตับ ใบยอ มันฝรั่ง แครอท มะม่วง ผักโขม นม ไข่แดง ฯลฯ อย่างไรก็ดี แม้ว่าท่านกินอาหารที่มีวิตามินเอมากท่านก็อาจขาดวิตามินเอได้ถ้าท่านไม่ได้ บริโภคไขมันเนื่องจากวิตามินเอละลายในไขมันนั่นเอง หรือบางคนทีี่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมไขมันก็อาจมีปัญหาขาดวิตามินเอได้ เช่นกัน การขาดสังกะสีก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ขาดวิตามินเอเนื่องจากสังกะสี เป็นธาตุสำคัญในการดูดซึมและขนส่งวิตามินเอ การขาดวิตามินเอจะทำให้เซลล์รับแสงทำงานไม่ได้ทำให้เกิดภาวะตาบอดกลางคืนตาม มา การขาดวิตามินเอในวัยเด็กอย่างรุนแรงสามารถทำให้ตาบอดได้อย่างถาวร คาดว่าในแต่ละปีมีเด็กกว่าสองแสนคนในประเทศกำลังพัฒนาที่ตาบอดเนื่องจากการ ขาดวิตามินเอ นอกจากนั้นการขาดวิตามินเอยังอาจทำให้เป็น Xerophthalmia ซึ่ง มีอาการคือตาแห้งที่เยื่อบุตาขาว ถ้ารุนแรงกว่านั้นอาจทำให้เยื่อบุตาขาวเปลี่ยนสภาพเป็นเยื่อที่ผลิตเคราติ นซึ่งจะทำให้ตาแห้งมากขึ้น และตาที่แห้งมากอาจทำให้กระจกตามีปัญหาและตาบอดได้ในที่สุด การกินวิตามินเอมากเกินไปในหญิงมีครรภ์อาจทำให้ทารกมีการผิดปกติได้
  • เบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ กล่าวคือตัวมันถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้หลังจากถูกดูดซึมเข้าสู่ ร่างกาย มีมากในผักผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีเหลืองเช่น แครอท มะม่วง มะละกอ ฟักทอง ส้ม ผักโขม เบต้าแคโรทีนยังมีมากในน้ำมันปาล์มดิบแต่จะถูกสกัดออกจากน้ำมันปาล์มเพื่อ ให้ได้น้ำมันที่ใสและสีอ่อน การรับประทานอาหารประเภทที่มีเบต้าแคโรทีนสูง จะมีคุณสมบัติทางบำรุงสายตาเช่นเดียวกันกับวิตามินเอ นอกจากนั้นอาการขาดเบต้าแคโรทีนก็เหมือนกับการขาดวิตามินเอด้วย
  • ลูทีน เป็นสารธรรมชาติจัดอยุ่ในกลุ่มของสารรงควัตถุที่มีสีในตระกูลของสารแคโรที นอยด์ แต่มีความแตกต่างจากคาโรทีนอยด์ชนิดอื่นตรงที่จะไม่เปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอ พบมากในผักสีเขียว ไข่ไก่ ไขมันสัตว์ สำหรับคนปกติถ้ามีการบริโภคผักและผลไม้เป็นประจำมักจะไม่ขาดสารอาหารชนิดนี้ ลูทีนพบมากในจอตาในส่วนอื่นที่ไม่ใช่ Macular คือ ส่วนริมๆทั้งหมดของจอตา หน้าที่ของมันคือป้องกันการเกิดอ๊อกซิเดชั่นและป้องกันดวงตาจากแสงสีน้ำเงิน ม่วงที่มีพลังงานสูง จากงานวิจัยพบว่าการกินลูทีนทำให้มี Macular Pigment มากขึ้น และการมี Macular Pigment มากทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดจอตาเสื่อม(Age-Related Macular Degeneration, AMD)น้อยลง มีรายงานว่าการรับประทานลูทีนและซีแซนทีนทำให้อาการแพ้แสงลดลง นอกจากนั้นบางงานวิจัยยังระบุว่าลูทีนช่วยชลอการเป็นโรคต้อกระจกสำหรับผู้สูงอายุด้วย อย่างไรก็ดีคนบางกลุ่มเช่นเด็ก ออทิซึมควรรับประทานอาหารที่ไม่มีลูทีน
  • ซีแซนทีน เป็น สารที่มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายลูทีน มีงานวิจัยหลายชิ้นพยายามเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างซีแซนทีนกับการป้องกัน โรคจอตาเสื่อมแต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด อย่างไรก็ดีสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่จัดหรือขาดสารอาหาร การบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซีแซนทีนอาจช่วยทำให้ยับยั้งการเกิดจอตาเสื่อม และต้อกระจกได้ ซีแซนทีนพบมากในผักผลไม้สีเหลืองและเขียวเช่น พริกหยวก ข้าวโพด ไข่ บร๊อคโคลี่ ลูกกีวี่ ฯลฯ
  • โอเมก้า 3 เป็น กรดอมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการของตาและสมอง มีมากในปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิค่อนข้างเย็นเช่นปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีนไข่ไก่ที่มีโอเมก้า3(ได้จากการเลี้ยงแม่ไก่ด้วยอาหารที่มีโอเมก้า3) เป็นต้น สารEPA และ DHA ที่เติมลงในนมผงสำหรับทารกก็เป็นโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่งเช่นกัน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘