โอกาสเก็บหุ้นถูกในตลาด(ยังมี)

ในตอนนี้ตลาดหุ้นขึ้นไปจะแตะ SET 800 จุด เข้ามาทุกที -- ซึ่งผมก็ค่อนข้างยิ้มเพราะPort ผมให้น้ำหนักกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ฝรั่งซื้อซะด้วย เลยยิ้มเป็นธรรมดา แต่ที่ว่า “ค่อนข้างยิ้ม” ก็คือ ไม่ได้ยิ้มเต็มที่ เพราะในใจผมรู้ดีว่า การที่ฝรั่งเข้ามารอบนี้ ผมเชื่อว่าเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น

แต่ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองจากปีที่แล้วที่ฝรั่งเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น เก็บปันผลตลอดปีประมาณอีกกว่า 5% รวมกับอิ่มหนำกับ Capital Gain เกือบ 60% และกว่า 100% (ในหุ้นตัวใหญ่ที่ราคาถูก เช่น IRPC, PTTAR) จากนั้น ฝรั่งก็ทิ้งหุ้นออกไปนอนตีพุง ปลายปี --จะเห็นได้ว่ารอบปีที่แล้วที่ฝรั่งเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น ส่งผลให้ตลาดขึ้นมากว่า 60% ดังนั้น ในปีนี้ก่อนที่ฝรั่งจะออก ผมว่าต้องเห็น ตลาดวิ่งขึ้นไปอีกพอสมควร

อย่างไรก็ตามถ้ามองในตลาดขณะนี้แม้ว่า หุ้นส่วนมากจะเริ่มวิ่งแล้ว แต่หุ้นที่ยังราคาถูกยังมีอีกเยอะ -- ตัวไหนถูกล่ะ -- ครับให้ดูที่ P/BV ให้ต่ำกว่าหรือประมาณ 1 เท่า ประกอบกับ P/E ต่ำ ยิ่งต่ำกว่า 10 เท่า ยิ่งดี

และที่สำคัญ ต้องปันผลไม่ต่ำกว่า 3 – 5 % ถ้าเข้าข่ายที่ผมว่ามา คุณซื้อทิ้งยาวได้เลย (เช่น CFRESH , KK , TCAP , PL , ASP , TTA , BCP , ESSO , THCOM , EGCO , JMART , SIRI ยังมีอีกหลายตัว ที่สำคัญสุดๆเลยผมว่า เงินปันผลต้องให้ เพราะถ้าตัวไหนให้ปันผลดี ผมถือว่ามี Margin of Safety สูง เพราะยังไงคือ ตลาดขึ้นไม่ขึ้น คุณก็รับปันผลไปเนอะๆแล้ว )

อย่างบางตัวผมชอบ แต่ราคาหุ้นตอนนี้ก็ไม่ถูกแล้ว อย่าง ADVANC คือ ปันผลปีนี้ 10 กว่า เปอร์เซ็นต์ แต่ราคาขึ้นไป สามเท่ากว่า ของ Book Value แต่อย่างไรก็ตาม ผมมองว่า ถ้า 3G เกิด ย่อมต้องมีการลงทุนอีกมาก ดังนั้น โอกาสโตของ Book Value ก็มีสูง และยิ่งหุ้น ADVANC โดยปกติเป็นหุ้นที่เล่นกันที่ 4 – 5 เท่าของ Book อยู่แล้ว ดังนั้น หุ้นตัวนี้แม้ไม่เข้าตา Value Investor แต่ผมชอบ เพราะมันยังไปต่อได้อีกเยอะ แถมผมได้ปันผลเรื่อยๆเป็นการลดความเสี่ยง คือถ้าตลาดตกลงไปอีกผม ก็ไม่กลัว ก็เอาปันผลนี่แหละซื้อเพิ่มให้ Port ผมถูกลงไปอีก

ดังนั้นในแนวทางที่ผมลงทุนจะต่างจาก Value Investor นิดหน่อยตรงที่ผมจะเน้น ปันผลมาประกอบด้วย เพราะถือว่า เป็น Room ที่ผมจะได้เงินสด เพื่อลดความเสี่ยงของ Port ลงได้ -- คือ มุมนึง ที่ผมมองก็คือ อย่าง หุ้น PTT หลายคนมองว่าแพงแล้ว แต่ผมว่า ยังถูกอยู่มาก

เพราะจริงๆ PTT จะเป็นหุ้นยอดนิยมคล้ายๆกับ SCC ซึ่งตอนนี้ถ้าดู SCC ตอนนี้ 3 เท่าของ Book ขณะที่ PTT ยังอยู่เท่ากว่าๆ ซึ่งถ้าไม่ติด มาบตราพุต ป่านนี้ PTT ต้องซื้อขายกันที่ไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของ book ( ผมคาดว่า Book Value ของ PTT ในอีก 5 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 200 บาท ถ้า 3 เท่าของ book ก็คือ 600 บาท

-- ลองคิดซิครับว่า คุณซื้อวันนี้ประมาณ 250 บาท รับปันผลประมาณ 3 – 4 % ต่อปี แล้วไปขายที่ 600 บาท อีกห้าปีข้างหน้า -- คุณลองหาการลงทุนที่ดีกว่านี้มาให้ผมดูหน่อยซิครับ ผมว่ายาก-- ดังนั้น PTT ผมชอบ) ในระยะสั้นผมชอบ PTTAR เพราะถ้ารอบเข้ากับ IRPC ผมว่า Capital Gain จะได้ในเวลาไม่นาน พอรวมกัน ผมก็ขายทิ้ง ได้เงินสด มารอซื้อ ตัวที่ถูกต่อไป

จะเห็นได้ว่า การจัด Port ต้องมีการคิดตลอดเวลา ไม่ใช่คิด เข้าออกจากตลาด แต่เป็นการคิดเปลี่ยนระหว่างหุ้น คือ ถ้าตัวไหนแพงแล้ว ก็ลดความเสี่ยงไปยังตัวที่ถูกกว่า --- ต้องไม่ลืมว่าปีที่แล้วปีนี้ และปีหน้า ยังอยู่ในปีที่น่าซื้อหุ้นอยู่ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่กลัว แสดงว่า ตลาดยังไม่ได้ Peak แปลว่า หุ้นยังขึ้นได้อีก

แต่ถ้าหลัง จากปีถัดจากปีหน้าไป ผมว่า เศรษฐกิจ น่าจะเริ่มดีทั่วโลก และเมื่อเวลานั้นมาถึง ผมว่าควรจะเป็นเวลาที่คุณลด Port คือ ทยอยขายตัวที่แพง P/BV สูงๆ ออกไป แล้วก็โยกไปตัวที่ต่ำกว่า แต่ถ้าไม่มี ก็กลับมาที่พันธบัตร หรือ เงินฝาก ซึ่งถ้าเวลาเศรษฐกิจดีๆ เงินฝากก็ย่อมสูงขึ้น อาจเกิน 5%

(ลองนึกให้ดีครับว่า สิ่งที่ผมพูด Make Sense หรือไม่ “จงซื้อหุ้นในเวลาที่คนอื่นกลัว และขายหุ้นในเวลาที่คนอื่นโลภ) (ที่สำคัญสำหรับกฏนี้คือ คุณต้องถือไม่ต่ำกว่า หนึ่งปีขึ้นไป )--ไม่งั้นคุณก็ขายหมูอยู่ดี -- เพราะกลายเป็นว่า คุณซื้อหุ้นในปีที่หุ้นถูก แต่คุณก็ได้ขายไปในปีที่หุ้นยังถูกอยู่ -- ผมถามว่าทำไมคุณไม่ถือต่ออีกนิด แล้วค่อยไปขายในปีที่หุ้นแพง ระหว่างที่คุณถือ คุณก็รับปันผลไปด้วย อย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘