"ตลาดเงินคือกระจกที่สะท้อน การให้ค่าของชีวิตมนุษย์และทรัพยากรที่อยู่รอบตัว"


ผม เพิ่งอ่าน "The Ascent of Money - Niall Ferguson"อ่านไปอ่านมาก็พลิกไปอ่านบทสุดท้าย ไปโดน บทปิดเกี่ยวกับนิยามความหมายของ"ตลาดเงิน" --คือ โดยปกติตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยนึกเอะใจเลยว่า "เงิน คือ อะไร" แล้วทำไมเราต้องการมันมากๆ และก็ทำไม เงินสำหรับบางคนช่างหายาก"สุดๆ"

แต่สำหรับบางคนก็หาเงิน ง่ายๆ..."ทำไม" -- ไอ้คำพูดที่โดนมากๆจากหนังสือคือ การนิยามว่า ตลาดเงินเปรียบเสมือนกระจกที่ใช้สะท้อนถึง "การให้ค่าตัวเรารวมทั้งทรัพยากรที่เป็นประโยชน์รอบตัว"(งง) --ตอนแรกอ่านแล้วไม่เข้าใจ((มันลึก!!)) แต่พอนึกๆ ก็เริ่มเข้าใจ

...ยก ตัวอย่างสมัยก่อน คุณเป็นเจ้าของที่ดินเยอะ ก็ไม่มีความหมาย หากไม่มีการพัฒนาเกิดบนที่ดิน--ที่ดินก็ไม่มีค่า ดังนั้น ก็"ไม่มีราคา" หรืออย่าง สมัยก่อน เป็นเจ้าของที่ดินที่มี แร่ยูเรเนียม ของประเทศออสเตรเลีย(ใครไปจับ"หินแร่"ก็เกิดเป็นโรคร้าย) กลายเป็นถูกมองว่า "เป็นผืนดินที่ถูกเทพเจ้าสาบไว้" แต่ปัจจุบัน พอมีการคิดค้น นิวเคียร์ กลับทำให้ แร่ยูเรเนียมมีคุณค่าขึ้นมาทันที จะเห็นได้ว่า การให้ค่าด้วย"เงิน" เป็นปัจจัยที่กำหนด สิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อชีวิตของมนุษย์นั่นเอง ตัวอย่างล่าสุด เช่น Google จะไม่มีค่าเลย หากคนเล่น Internet ไม่ได้มีมากมายขนาดนี้

ดังนั้น คนที่รวย เช่น Bill Gates ก็คือ คนที่สามารถเป็นเจ้าของ ทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตมนุษย์ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง ( OS คืออะไรวะ ปัจจุบันหลายคนยังไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ Bill Gates เขาผูกขาด ทุกคนต้องใช้ "รวยเลย"ว่างั้น..)--หลายคนอาจมองว่า "ง่ายๆ" แต่จริงๆมันไม่ง่าย --เพราะถ้ามันง่าย คนอื่นเขาก็เอา"ทรัพยากร"นั่นไปครอบครองหมดแล้ว ไม่เหลือถึงเราแน่นอน

-- ดังนั้น แสดงว่า การที่เราจะครอบครอง"ทรัพยากร" ได้มากมายในขณะที่คนอื่น"ไม่รู้" แสดงว่า "ทรัพยากร"นั่นๆ.. คนอื่นมองว่า "ไม่มีค่า" นั่นเอง --- (ฮ่า ฮ่า) แล้วอะไรล่ะที่ ดู"ไม่มีค่า"ในวันนี้ และมัน "มีค่า" ในวันข้างหน้า.. หลายคน(เริ่มคิด คิด...อะไรล่ะ)-- (ใช่แล้ว) --- ที่ดิน รกร้างในต่างจังหวัด "((หนองปรุ))-- อำเภอที่แห้งแล้งสุดในอีสาน ใช่ป่ะ

คือ ถ้าโชคดี ถนนอาจตัดผ่านที่ดินคุณ(จริงๆแทบเป็นไปไม่ได้) นอกเสียจากคุณเป็นรัฐมนตรีกระทรวง คมนาคม แล้วสั่งให้ตัดถนนผ่านที่คุณ ฮิ ฮิ... ไร้สาระ" --แต่ก็จริง "ที่ดิน" หลายที่คนมองข้าม แต่ท้ายสุดมันกลับมาแพงสุด

อย่าง"คุณตา"ผม ซื้อที่ไว้กลางนา ไกลเมืองสุดๆ อยู่แถว"รามอินทรา" ตั้งแต่ไร่ละร้อย (คุณลองนึกดู) ตอนนั้น ตาผมกะซื้อ ทิ้งๆ เพราะที่ดิน ถูกเป็น"ขี้" (สมัยก่อนพลเอกชาติชายเป็นนายก ที่แถวสุขุมวิท ยังไร่ละไม่กี่หมื่น ตอนนี้กี่ร้อยกี่พันล้าน) เอาเป็นว่า ไอ้ที่นั้น ปรากฏว่าวันดีคืนดี มีนายทุนใหญ่(บริษัท SC ASSET มาซื้อที่ใกล้กัน) และแล้วถนนใหญ่ก็ตัดผ่านที่ จากไร่ละร้อย ก็กลายเป็น ไร่ละหลายสิบล้าน --ขำไหม "ดวงครับ"

ลองนึกต่อว่า ถ้าซื้อที่ดินในวันนี้ แล้วในอนาคตจะ รวยได้เหมือน "คุณตา" ผมไหม --(ผมว่าฝันๆๆ) เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะที่ดิน เดี๋ยวนี้ ตั้งแต่สมัยคุณ ชาติชายมาเป็นนายก ก็มีการปั่นราคาที่ดินเป็น "ล้านๆเท่า" และแล้ว ราคาที่ก็ไม่ได้ปรับลงไปจุดเดิมอีกเลย --(อ้าว คราวนี้ จะเหลืออะไรอีกที่คนอื่นมองว่า "ไร้ค่า"ในปัจจุบัน และมัน(อาจ)มีค่า"มากมาย"ในอนาคต.....(คุณว่าอะไร)---"หุ้นไง" .........

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘