รวมคำถาม อันตรายจากรังสียูวี

FAQ อันตรายจากรังสียูวี

??? จำเป็นไหมที่ต้องใส่แว่นตากันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง
*** แนะนำให้ใส่ครับ เพื่อปกป้องดวงตาจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อดวงตา

??? รังสียูวีอันตรายต่อดวงตาอย่างไร
*** รังสียูวีเป็นอันตรายทั้งต่อผิวหนังและดวงตาของเรา การตากแดดมาก(คือได้รับรังสียูวีมาก) นอก จากจะทำให้ผิวหนังคล้ำ ไหม้ หรือเป็นมะเร็งผิวหนังได้แล้ว ก็ยังทำอันตรายต่อดวงตาของเราได้อีกด้วยตัวอย่างโรคตาที่เกี่ยวข้องกับการ รับรังสียูวีอาจแบ่งออกเป็น
1 ผลจากรังสียูวีระยะสั้น ถ้าได้รับรังสียูวีที่มีความเข้มสูงหรือได้รับเป็นเวลานาน ในระยะสั้น(คือรู้สึกได้เลยในวันนั้นที่ได้รับรังสียูวี) อาจทำให้เกิด
  • กระจกตาอักเสบเนื่องจากรังสียูวี (Photokeratitis) เกิด ได้จากการที่ได้รับรังสียูวีที่มีความเข้มสูง เช่นการจ้องแสงจากการเชื่อมโลหะ การเล่นสกีหรือปีนเขาในวันที่แดดจัดโดยไม่ได้ป้องกัน เนื่องจากรังสียูวีที่สะท้อนจากหิมะและการรับรังสีโดยตรงจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดอาการแสบตา น้ำตาไหล แพ้แสง และตาแดงได้ (คล้ายกับการตากแดดทั้งวันทำให้ผิวไหม้ แต่นี่เป็นผิวกระจกตาไหม้ที่สร้างความเจ็บปวดยิ่งกว่า)
2 ผลจากรังสียูวีระยะยาว การได้รับรังสียูวีในระยะยาวส่งผลต่อดวงตาและผิวรอบดวงตาหลายอย่างเช่น
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วไม่ควรนิ่งนอนใจ ป้องกันดวงตาของท่านจากรังสียูวีวันนี้ เพื่อสุขภาพตาที่ดีตลอดไปครับ
  • ผิวหนังไหม้เนื่องจากรังสียูวี
  • มะเร็งผิวหนังชนิด Basal cell carcinoma
  • มะเร็งผิวหนังชนิด Squamous cell carcinoma
  • มะเร็งเม็ดสี Melanoma
??? รังสียูวีคืออะไร ทำไมถึงน่ากลัวจัง
*** รังสียูวี(UV Radiation) ย่อมาจาก Ultra Violet แปล เป็นภาษาไทยตรงๆว่ารังสีเหนือม่วง รังสียูวีเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งเช่นเดียวกันกับแสงสีต่างๆที่เรา เห็น แต่รังสียูวีมีความถี่สูงกว่าแสงที่เราเห็นดังนั้นจึงมีพลังงานมากกว่าและ สามารถทำอันตรายต่อผิวหนังและดวงตาของเราได้ถ้า อย่างไรก็ดีรังสียูวีก็มีมุมที่เป็นประโยชน์เหมือนกัน โดยรังสียูวีความเข้มต่ำๆมีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้างวิตามิน D และรังสียูวีความเข้มสูงในแสงแดดยังช่วยฆ่าเชื้อโรคหลายชนิดด้วย รังสียูวีเองยังแบ่งแยกย่อยออกเป็น 3 ชนิดดังนี้
  • UVA คือรังสียูวีช่วงความยาวคลื่น 315-400 นา โนเมตร มีความยาวคลื่นใกล้เคียงกับแสงสีม่วงที่สุด ถือเป็นรังสียูวีที่มีอันตรายน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับชนิดอื่น แต่ก็เป็นรังสียูวีที่ลงสู่พื้นโลกมากที่สุดเช่นกันเนื่องจากแทบไม่ถูกดูด ซับโดยบรรยากาศโลก กระจกส่วนใหญ่ไม่กัน UVA แต่จะกัน UVB เพียงบางส่วน UVA ทำให้ผิวคล้ำและมีผลเสียต่อดวงตาบ้างแต่น้อยกว่า UVB
  • UVB คือรังสียูวีช่วงความยาวคลื่น 280-315 นาโนเมตร มีพลังงานสูงกว่า UVA และสามารถทำลายโมเลกุลของ DNA ก่อให้เกิดผิวไหม้และมะเร็งผิวหนังได้ ครีมทาผิวป้องกันแสงแดดส่วนใหญ่จึงเน้นป้องกัน UVB เป็นหลัก UVB ที่มีความเข้มสูงยังทำอันตรายต่อดวงตาทำให้เกิด กระจกตาอักเสบเนื่องจากแสง(Photokeratitis)ได้ การได้รับ UVB ระยะยาวยังก่อให้เกิดต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจกชนิดCortical และจอตาเสื่อมด้วย UVB ส่วนใหญ่ถูกดูดซับโดยบรรยากาศโลกแต่ก็ยังมีบางส่วนที่หลุดรอดมาถึงพื้นโลกได้
  • UVC คือรังสียูวีช่วงความยาวคลื่น 100-280 นาโนเมตร ในอดีต UVC ทั้งหมดถูกดูดซับด้วยชั้นโอโซน แต่ในปัจจุบันบรรยากาศชั้นโอโซนบางลงและบางแห่งมีรูโหว่ ทำให้มีรังสี UVC เล็ดรอดมาถึงผิวโลกได้มากขึ้น

2รูปแสดงรังสียูวีและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดต่างๆ

??? รังสียูวีมีในแสงแดดอย่่างเดียวหรือไม่
*** แสง แดดมีรังสียูวีสูงแต่แหล่งกำเนิดแสงสว่างที่เราใช้ก็ปลดปล่อยรังสียูวีออกมา เหมือนกัน แต่ปล่อยออกมาในปริมาณต่ำจึงไม่ค่อยมีอันตรายต่อร่างกายนัก

??? ในวันที่มีเมฆมาก ออกไปกลางแจ้งแล้วไม่รู้สึกร้อน แสดงว่าไม่มีรังสียูวีจริงหรือไม่
*** ไม่ จริงครับ วันที่มีเมฆมากก็มีรังสียูวีได้ จำไว้เลยครับ รังสียูวีทำให้ผิวดำและไหม้แต่รังสีอินฟาเรดทำให้รู้สึกร้อน โดยรังสียูวีนอกจากเป็นรังสีที่เรามองไม่เห็นแล้ว ยังไม่ทำให้รู้สึกร้อนด้วย รังสีที่ทำให้รู้สึกร้อนคือรังสีอินฟราเรด ดังนั้นเมื่อเราออกไปกลางแจ้งในวันที่มีเมฆมาก ถ้าท่านไม่รู้สึกร้อน(แสดงว่ารังสีอินฟาเรดถูกเมฆบังไว้)แต่ท่านจะได้รับรังสียูวีไปเต็มๆ และจะสังเกตุได้ว่าแม้วันที่มีเมฆมาก เมื่อออกไปตากแดดเป็นเวลานานก็ทำให้ผิวคล้ำหรือไหม้ได้

???การทำงานอยู่ในอาคาร มีโอกาสได้รับรังสียูวีหรือไม่
*** การ ทำงานในอาคาร ถ้ามีหน้าต่างหรือกระจกที่แสงแดดสามารถส่องเข้ามาได้ ท่านก็จะได้รับรังสียูวีด้วย เนื่องจากกระจกทั่วไปที่ไม่มีฟิล์มกันรังสียูวีมักจะป้องกันยูวีในช่วงความ ยาวคลื่น 300-400 นาโนเมตรได้ไม่ดีนัก(ช่วงUVA และ UVB บางส่วน) และ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ถูกแสงแดดส่องโดยตรง แต่แสงสะท้อนจากแสงแดดก็มีรังสียูวีเช่นเดียวกัน นอกจากแสงแดดที่เป็นแหล่งยูวีที่สำคัญแล้ว อุปกรณ์ไฟฟ้าแทบทุกชนิดที่มีแสงออกมาเช่น หลอดไฟฟ้า จอคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ก็ปลดปล่อยรังสียูวีความเข้มต่ำออกมาเหมือนกัน ดังนั้นแม้ท่านทำงานในอาคารท่านก็ยังได้รับรังสียูวีเช่นเดียวกัน แต่เป็นระดับความเข้มต่ำกว่าออกไปตากแดดนอกอาคารโดยตรง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘