ปัญหาในการจัดกลุ่มหุ้น

การเลือกหาหุ้นลงทุนนั้น  วิธีที่ดีมากและได้ผลในทางปฏิบัติแบบหนึ่งก็คือ  การแยกแยะหุ้นออกเป็นกลุ่ม ๆ  ตามแบบของ ปีเตอร์ ลินช์ ซึ่งแยกหุ้นออกเป็น 6 กลุ่มด้วยกัน  แต่ละกลุ่มนั้น  เมื่อกำหนดได้แล้ว  เราก็สามารถตัดสินใจลงทุนได้  นอกจากนั้น  เมื่อลงทุนไปแล้ว  เราก็สามารถกำหนดเวลาหรือผลตอบแทนที่เราจะคาดหวังก่อนที่จะทำการขายหุ้นทิ้งได้  อย่างไรก็ตาม  การพิจารณาว่าหุ้นอยู่ในกลุ่มไหนนั้น  บางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  บ่อยครั้งเราอาจจะจัดผิดและทำให้การลงทุนของเราผิดพลาด  มาดูกันว่าหุ้นแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไรและโอกาสที่จะผิดพลาดอยู่ตรงไหน
            กลุ่มแรกคือหุ้นกลุ่มโตช้า   นี่คือหุ้นที่มักอยู่ในอุตสาหกรรมที่เก่าแก่  ในอดีตอาจจะเคยเป็นอุตสาหกรรมที่โตเร็วมาก่อน  แต่ปัจจุบันกลายเป็นอุตสาหกรรมที่โตช้าและอาจจะเริ่มหดตัวลง  เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอหรือผลิตภัณฑ์การเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร  หุ้นพวกนี้จะเติบโตพอ ๆ  กับการเติบโตของเศรษฐกิจเช่นประมาณปีละไม่เกิน 5%   การพิจารณาว่าหุ้นตัวไหนเป็นกิจการหรือหุ้นที่เติบโตช้านั้นไม่ยากนัก  เพราะยอดขายมักจะเพิ่มขึ้นช้า  กำไรก็อาจจะทรง ๆ  หรือเพิ่มขึ้นไม่มากในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา  บริษัทที่โตช้าหลายบริษัทอาจจะมีฐานะทางการเงินที่ดีไม่มีหนี้สิน  มีกำไรต่อเนื่อง  มีการจ่ายปันผลที่ดี  ค่า PE และ PB อาจจะต่ำมาก เช่น PE 7 เท่าและ PB 0.7 เท่า  ในขณะที่เงินปันผลสูงทีเดียวเช่นอาจจะ 7-8 หรือ 10% ต่อปี    มองในแง่ของ Value Investor แล้ว  หุ้นแบบนี้เข้าข่ายที่จะซื้อลงทุนเพราะมีราคาถูกมาก  อย่างไรก็ตาม  ผมไม่แนะนำให้ซื้อ  เพราะในอนาคต  กำไรอาจจะถดถอยลงและราคาหุ้นก็มักจะไม่ไปไหน  ปันผลที่ได้ก็ไม่คุ้ม  โดยเฉพาะถ้ามันต้องลดลงในอนาคต
            กลุ่มที่สองคือหุ้นแข็งแกร่ง  นี่คือหุ้นขนาดใหญ่  อยู่มานาน  มีกำไรค่อนข้างสม่ำเสมอ  และมีการเติบโตเหนือกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจบ้างเช่นอาจจะประมาณปีละ 7-10% โดยเฉลี่ย  เป็นกิจการที่มีความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักและยอมรับถึงความยิ่งใหญ่ในสายตาของคนทั่วไปมาช้านาน  หุ้นเหล่านี้ก็เช่นหุ้นของธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศ  หุ้นของกิจการพลังงานขนาดใหญ่ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ  หุ้นของกิจการวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ เป็นต้น  หุ้นแข็งแกร่งนั้น  จุดเด่นก็คือ  ยอดขายและกำไรมักจะไม่ผันผวนนักและเติบโตไปได้เรื่อย ๆ  อย่างไม่เร็วนัก  และสามารถทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจได้ดีพอสมควร  ในบางครั้ง  นักลงทุนก็อาจจะเข้าใจผิดได้ว่ากิจการปิโตรเคมีขนาดใหญ่ทุกแห่งนั้นเป็นหุ้นแข็งแกร่ง  แต่จริง ๆ  แล้วมันอาจจะไม่ใช่  เพราะผลประกอบการของกิจการปิโตรเคมีจำนวนมากนั้นขึ้น ๆ  ลง    ตามราคาของผลิตภัณฑ์ ซึ่งทำให้มันไม่ใช่หุ้นที่แข็งแกร่งแต่เป็นหุ้นวัฏจักร   ในกรณีที่เรากำหนดได้ว่าหุ้นเป็นหุ้นที่แข็งแกร่งแล้ว  เราก็ลงทุนได้  เพราะความเสี่ยงในการลงทุนจะต่ำ  แต่หุ้นในกลุ่มนี้เรามักจะหวังผลได้ไม่มากนัก ถ้าได้กำไร 30-50%  ในช่วงภายในเวลา 2-3 ปี ก็ควรพิจารณาขายได้
            กลุ่มที่สามคือหุ้นโตเร็ว  นี่คือหุ้นของกิจการที่โตเร็ว ปีละเฉลี่ย 15-20% ขึ้นไปอย่างน้อยใน 5 ปีข้างหน้า  การเติบโตนั้นโตขึ้นทั้งยอดขายและกำไรและเป็นการโตจากภายในธุรกิจเองไม่ได้โตจากการซื้อกิจการ  หรือถ้าเป็นการซื้อกิจการก็ต้องเป็นกิจการแบบเดียวกัน  หุ้นโตเร็วนั้น  เป็นหุ้นที่มักมีความเข้าใจผิดหรือจัดหุ้นผิดบ่อยนั่นคือ  นักลงทุนอาจจะจัดหุ้นวัฏจักรหรือหุ้นฟื้นตัวเป็นหุ้นโตเร็วซึ่งทำให้การวิเคราะห์และให้มูลค่าหุ้นผิดเพื้ยนจากที่ควรจะเป็น  ประเด็นสำคัญก็คือ  ถ้าเป็นหุ้นโตเร็วแล้ว  การเติบโตจะต้องเป็นทั้งรายได้  และกำไร  และเมื่อมันโตขึ้นแล้วจะต้องไม่ลดลงในอนาคต  ผมเคยเขียนไว้ว่าจะต้องเป็นการโตแบบ สูง  ไม่ใช่โตแบบ อ้วน    นอกจากนั้น  การเติบโตจะต้องไม่เป็นการ ซื้อ มาด้วยต้นทุนที่สูงเกินไป  นั่นหมายความว่าการโตนั้นไม่ควรจะต้องลงทุนมากเกินไป
            ถ้าเราเจอหุ้นที่โตเร็วจริง  การลงทุนซื้อหุ้นโดยเฉพาะในราคาที่ไม่แพงเกินไปเช่นที่ PE ไม่เกิน 15-20 เท่า  เราก็อาจจะได้ผลตอบแทนที่ดีมาก  และหุ้นโตเร็วนั้น  เราสามารถถือยาวเพื่อทำกำไรได้นานมากตราบที่มันยังเติบโตดีอยู่  หุ้นโตเร็วนั้น  บางทีเราลืมเรื่องการขายหุ้นไปได้เลย  และผลตอบแทนนั้นอาจจะเป็นหลายเท่าหรือหลายสิบเท่าก็เป็นได้ในเวลาหลาย ๆ  ปี
            กลุ่มที่สี่คือหุ้นวัฏจักร  นี่คือหุ้นของกิจการที่มียอดขายขึ้น ๆ  ลง    ตามวัฏจักรของเศรษฐกิจหรือตามวัฏจักรของอุตสาหกรรม   หุ้นที่ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่นั้นมักเป็นหุ้นวัฏจักรซึ่งทำให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยจำนวนมากเป็นหุ้นวัฏจักร  ประเด็นก็คือ  ทั้งยอดขายและกำไรของหุ้นมักจะไม่แน่นอน  ในช่วง  ขาขึ้น  ยอดขายและกำไร ก็จะปรับตัวขึ้น  บางทีหลายปีจนทำให้เรานึกไปว่าเป็นหุ้นโตเร็ว  แต่ในช่วง ขาลง  ยอดขายและกำไรก็ลดลง  บางครั้งถ้าเราดูตัวเลขยอดขายและกำไรย้อนหลังไปยาวเป็น 10 ปีหรือมากกว่านั้น   ก็อาจจะเห็น  วัฏจักรที่ชัดเจนขึ้น   หุ้นบริษัทขายบ้านและคอนโดมิเนียมหลายบริษัทนั้น  นักลงทุนอาจจะวิเคราะห์และสรุปว่าเป็นหุ้นโตเร็วเพราะยอดขายและกำไรอาจจะโตอย่างโดดเด่นมา 4-5 ปี  แต่ถ้าถามว่าอีก 5 ปีข้างหน้าบริษัทนั้นจะยังมียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้นหรือใกล้เคียงกับปัจจุบันไหม?  ผมเองก็ไม่แน่ใจ  โอกาสเป็นไปได้ว่ายอดขายและกำไรน้อยกว่านั้นเพราะการขายบ้านและคอนโดนั้นต้อง เริ่มต้นใหม่  กับ ลูกค้ารายใหม่ ทุกปี  ซึ่งผมรู้สึกว่ามีความไม่แน่นอนสูง  ดังนั้น  สำหรับผมจะไม่จัดให้บริษัทในกลุ่มนี้เป็นหุ้นโตเร็ว
            หุ้นวัฏจักรนั้น  เนื่องจากการโตขึ้นของกำไรไม่แน่นอนและอาจจะตกกลับลงไปอีกในอนาคต  ดังนั้น  ความเสี่ยงจึงสูงและการกำหนดค่า PE ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนก็ทำได้ยาก  ว่าที่จริง ปีเตอร์ ลินช์ บอกว่าเราควรซื้อในยามที่ PE สูงและขายตอนที่ PE ต่ำ  การเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วควรมองไปที่วัฏจักรมากกว่าตัวเลขความถูกความแพงของหุ้น  และถ้าเรารู้ว่ากำลังเป็นขาขึ้น  การลงทุนก็มักจะทำกำไรให้เรามหาศาล  บางทียิ่งกว่าหุ้นโตเร็ว  อย่างไรก็ตาม  วันหนึ่งหุ้นจะลง  ดังนั้น  เราจะต้องขายหุ้นก่อนที่วัฏจักรจะเริ่มเปลี่ยนเป็นขาลง
            กลุ่มที่ห้าคือหุ้นฟื้นตัว  นี่คือหุ้นที่ใกล้จะ  เจ๊ง  หรือ  เจ๊งแล้วกำลังจะ ปรับโครงสร้าง ได้สำเร็จ  หุ้นฟื้นตัวนั้น  มีความเสี่ยงว่าถ้าไม่ฟื้น  การลงทุนก็เป็น หายนะ  การเล่นหุ้นฟื้นตัวนั้นจะต้องวิเคราะห์ให้ออกว่ามีคนต้องการฟื้นบริษัทจริงและเขามีศักยภาพที่จะทำ  ถ้าสำเร็จ  ผลตอบแทนก็มักจะสูงลิ่ว
            กลุ่มสุดท้ายก็คือ  หุ้นทรัพย์สินมาก  นี่คือหุ้นที่มีทรัพย์สินโดยเฉพาะที่เป็นอสังหาริมทรัพย์และ/หรือหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาก  และมูลค่าตลาดเมื่อหักหนี้แล้ว  สูงกว่ามูลค่าตลาดของหุ้นทั้งหมดของบริษัท  ดังนั้น  ในทางทฤษฎีแล้ว  ถ้าเราซื้อหุ้นทั้งหมดเป็นเจ้าของคนเดียวแล้วตัดทรัพย์สินไปขาย  เราก็จะได้กำไรอย่างงดงาม  แต่ในความเป็นจริงเราทำไม่ได้  การลงทุนในหุ้นทรัพย์สินมากนั้น  โอกาสที่จะ ปลดปล่อย มูลค่าของทรัพย์สินมีน้อย  ดังนั้น  สำหรับผมแล้ว  หุ้นเหล่านี้ส่วนมากไม่น่าสนใจ  ยกเว้นว่าจะมีปัจจัยประกอบอย่างอื่น 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘