นักลงทุนที่ไม่มีเวลา

ก่อนที่จะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ อย่างเต็มตัว สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือเคลียร์ของเก่า หรือทบทวนชีวิตเสียก่อน
สองปีที่ผ่านมา ผมดำเนินชีวิตนักลงทุนกับนักเรียน MBA เป็นทางคู่ขนาน คือทำไปพร้อม ๆ กัน
สำหรับการเป็นนักลงทุน เวลาถูกนำไปใช้ในการติดตามข่าวสาร และข้อมูล ขัดเกลาความคิด ความรู้ในธุรกิจอุตสาหกรรมต่าง ๆ
โดยเฉพาะชีวิตหลังจาก subprime crisis เป็นชีวิตที่เรียกได้ว่าเหี้ยมโหด การติดตามข่าวสารต้องขยายวงจากในประเทศ ออกไปเป็นทั่วโลก การดูตัวเลขมากมาย ทำเอาผมใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้เสียโอกาส และตกขบวนรถไฟที่อาจจะเกิดขึ้นไม่กี่ครั้งในชีวิต
ดังนั้นสิ่งแรกที่จะต้องทำก่อนที่จะเป็นผู้ประกอบการมือใหม่เต็มตัว คือการจัดการเวลาของชีวิตนักลงทุนของตัวเองให้ลงตัวเสียก่อน
การลงทุนห้าปีที่ผ่านมาของผม เป็นแนวทาง value investor(VI) มาโดยตลอด แต่มาภายหลังเหมือนกับว่าแนวคิดนี้จะถูกกลืน กินไปเนื่องจากความผันผวนมากของตลาด ทำให้ต้องติดตามตลาดมากขึ้น เฝ้าหน้าจอบ่อยขึ้น
การลงทุนแบบ VI เหมือนการถือศีล ที่โอกาสจะพลั้งเผลอ มีมากมาย ผมเคยถือหุ้นบางตัวที่คิดว่าจะถือไปโดยตลอด ซื้อมาในราคาที่เหมาะสมมากช่วงตลาด crash แต่กำไรแค่ 50-100% ในเดือนเดียว ทำเอาผมขายทิ้งหมด เพื่อ short และหากำไรส่วนต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเสียโอกาสกำไร หลายสิบเท่าไปตลอดกาล
ดังนั้นหลังจากปรับเปลี่ยนมาหลาย ๆ รูปแบบ ประกอบกับความต้องการเวลามากขึ้น ก็ถึงเวลาที่ผมจะเลือกลงทุนแบบปรมาจารย์คือวอร์เรน บัฟเฟตเต็มตัวเสียที
คือการลงทุนในธุรกิจที่มีอนาคตยาวไกล ในราคาเหมาะสม และถือไปเรื่อย ๆ จนอุตสาหกรรมนั้นจะตกดิน หรือธุรกิจมีปัญหาเสียก่อน
ลงทุนในธุรกิจ ไม่ใช่ในตัวหุ้น ความจำเป็นในการติดตามหุ้นก็จะน้อยลงตามตัว เอาไว้จะเอาแนวคิดการลงทุนของผมมาเรียบเรียงและแชร์ให้ฟัง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘