คนเก่งทำไมไม่รวย แต่คนรวยทำไมไม่โง่ ส่วนคนโง่นั่นไม่รวย

การหาเงินเป็นเรื่องที่ตลกที่สุด --- เพราะยิ่งเราไม่ต้องการใช้ โอกาสการสร้างให้รวยเป็นกี่เท่าทวีคูณ ยิ่งง่ายเข้าไปอีก ปีที่แล้ว 2552 ตลาด SET ของเราพุ่งกว่า 60 % แต่ลองดูจริงๆซิว่า คนที่ได้รับCapital Gain จริงๆ ก็คือ คนที่ไม่สนใจที่จะขาย เพราะตอนแรกใครๆก็บอกว่ามัน เป็น Bear Market Rally แต่ที่ไหนได้ Bull เต็มๆ และแรงมากๆด้วย

กองทุนส่วนใหญ่ออกมายืดอกแล้วประกาศ!! -- ปีนี้กำไร 60 - 80% แต่คุณกางไส้ในออกมาซิจะเห็นว่าไอ้ที่ปีนี้กำไร 60 แต่ปีที่แล้วกลับขาดทุน 100 หักลบกันยังติดลบอยู่--ขี้ตู่มาก.. ถ้าเจ๋งจริงต้องนำตั้งแต่ เริ่มต้นปี 2551 ถึงตอนนี้ซิ เอามาดูว่า มีสักกี่กองทุนที่สามารถทำกำไรได้ ชนะตลาดบ้าง --- ถ้ามองโดยรวมทั้งประเทศไทยขอบอกเลยว่า ขี้เหร่มาก เพราะกองทุน ส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ได้บริหารโดย Investor จริงๆ แต่จะอาศัย คณะกรรมการร่วมกันบริหาร ซึ่งแน่นอนผลตอบแทนที่คัดสรรจากคณะกรรมการย่อมไม่สามารถที่จะโดดเด่น หรือ เยี่ยมยอด

ปีที่ผ่านมา ตลอดปี 2552 ผมพยายามเล่นเร็วเข้าออกเร็ว เล่นแบบ Trader เลยก็ว่าได้ ซื้อถูกขายแพงทำกำไร ตอดตลอดปี ถ้ามั่นใจมากผมใส่เยอะแต่ถ้ามั่นใจน้อยผมก็ใส่น้อย สรุปทั้งปี ผมทำได้ 35% จากเงินเริ่มต้น นับว่า ไม่ขี้เหร่ แต่ถ้าเทียบกับตลาดโดยรวมที่ขึ้น กว่า 60% ถือว่า ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ถ้าจะให้สรุปว่า หลังจากเหตกาณ์ที่ผ่านมา ผมคิดว่า การลงทุนถ้าลงยาวจะได้เงินเยอะกว่า แต่สิ่งที่สำคัญคือ จะเข้าเมื่อไหร่ นี่จะเป็นตัวปัจจัยชี้วัดถึงกำไรโดยรวม ในขณะนี้ ถ้ามองภายนอกตลาด ที่เงินฝาก ต่ำกว่า 1 % และเงินเฟ้อที่ก่อตัวระดับ 3 -4% นับว่า คุณไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าตลาดหุ้น แต่คำถามคือ คุณ จะเข้าก่อนหรือเข้าทีหลัง (การเข้าทีหลังย่อมหมายความว่า เข้าแพงขึ้น) ผมตัดสินใจ กระโดดเข้าไปก่อนเลย แล้วรอดูว่าปีนี้จะให้ผลตอบแทนที่เท่าไหร่

ช่วง Peak ของ ปีนี้น่าจะมี 2 ช่วง คือ ช่วง เมษา และ กันยา เพราะเป็นช่วงที่บริษัทให้ปันผล ซึ่งช่วงดังกล่าว คนที่มีเงินฝากก็จะเทียบว่า ถ้าเอามาวางในตลาดจะให้ผลตอบแทน จึงโยกเงินมาใส่ พอกำไรก็รีบดึงออก แต่เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่มีการจ่ายปันผล 2 ช่วง ทำให้ช่วงเมษาจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Bull Market ในปีนี้ แล้วขึ้นไปเรื่อยๆ จนไป Peak ที่ ตุลา ซึ่งพฤติกรรมของตลาดในปี 2553 คงไม่ต่างจากปี 2552 แต่อย่างใด แต่ผลแตบแทนโดยรวมอาจไม่สูงเท่า

ตอนนี้หลายคนคงคิดว่า Behavior ของตลาดดังที่กล่าวมาจะ Last Long เท่าใด ก็ขอ Predict เลยว่า Behavior ขึ้นเมษา Peak ตุลา จะไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ผลตอบแทนDividend Yieldในตลาดหุ้น ยังคงสูงกว่า Interest และ ดอกเบี้ย นั่นเอง --- ฟังดูง่ายๆนะครับ แต่จริงๆแล้วเวลานี้มีเงินจำนวนมหาศาลที่ลอยอยู่นอกตลาดโดยที่ไม่ได้รับผล ตอบแทนแต่อย่างใด -- ใครกันจะถูก --ใครกันจะผิด -- มีแต่หมอดูเท่านั่นที่จะมั่วแล้วมีคนเชื่อ --- แต่สำหรับ ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อว่า Only you --- It's you ตัวกูทำกู ตัวมึงก็ทำมึงเอง ฮ่า ฮ่า.. ขำ ก๊าก... ก๊าก ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี สอบในสนามหลวง วันอังคาร ที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒

ปัญหาและเฉลยวิชาอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘