เจาะหัว นักลงทุนฝรั่ง

ผมพยายามคิดว่า ไอ้พวกนักลงทุนต่างชาติมันคิดยังไง --- แต่ประเด็นนี้ผมว่า สำคัญ อย่างที่เรารู้กันว่า"ถ้าฝรั่งไม่ซื้อหุ้นไม่ขึ้น" ดังนั้น ถ้าเดาถูกว่าเขาคิดยังไง คงจะรวยเป็นแน่แท้

-- ช่วงนี้ฝรั่งเข้าต่อเนื่อง แบบไม่เกรงกลัวการชุมนุมของเสื้อแดงเลย (มันบ้าไปแล้วหรือ) แต่ผมว่า จริงๆก็เป็นไปได้ เพราะ การที่ฝรั่งเข้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินเราแข็งขึ้น ได้ 3เด้ง คือ ได้ Capital Gain ที่หุ้นขึ้น ได้รับปันผลในช่วงนี้ และ ได้กำไรอัตราแลกเปลี่ยน อีก คือ อาจเป็นไปได้ ที่เขาจะโยกเงินทุ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างตอนนี้ตลาดยุโรปก็ไม่น่าสนใจ (ยังมีข่าวเงินลงทุนไหลเข้ามาจาก ตะวันออกกลางอีกด้วย)

ในส่วนของการชุมนุม จริงๆถ้ามองอีกด้าน ก็คือ การกระจายเงินสู่คนระดับล่าง ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทาง -- เพราะค่าใช้จ่ายเคลื่อนคน คาดว่าใช้วันละประมาณ 70 ล้านบาท(ไหนจะมีเงินอัดฉีนอื่นๆอีกมากมาย) เงินจะพุ่งเข้ากระเป๋า คนขับรถตู้ และ คนที่เกี่ยวข้อง เรียกได้ว่า ช่วยรัฐบาลอภิสิทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจ

-- ดังนั้นถ้ามองให้ดี ตั้งแต่เสื้อเหลืองปิดสนามปิดคราวก่อน ตอนนั้น ผมกลัวว่าหุ้นจะตก รีบขายทิ้งไป ปรากฏพอชุมนุมเสร็จ หุ้นวิ่งขึ้น (ก็น่าจะมาจาก เงินสะพัด จากการชุมนุม กระตุ้นยอดขาย โค้ก และ ม่าม่า ฮิ ฮิ ) น่านแหละครับ ทุกวิกฤตมีโอกาส ใครกลัววิกฤตก็เท่ากับว่า กลัวโอกาสเช่นกันนะ

อีกอย่าง ป๋า เหลิม กับ พวกเพื่อไทย ไม่ได้คาดหวังให้ชุมนุม ยืดเยื้อ เพราะ เฉลิมแก หวังฟลุ๊ค จากการอภิปลายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมองแล้วน่าจะมี ผลต่อรัฐบาลมากกว่า การชุมนุมเสื้อแดง

-- ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจก็ยังคงดำเนินต่อไป ผนวกกับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากการชุมนุม ทำให้ผม มองว่า เที่ยวนี้ต่างชาติ ก็จะกำไรอย่างมหาศาลอีกเช่นเคยครับ

(ส่วน รายย่อย ก็ขายหมู กันออกมาเรื่อย -- แล้วพอรู้ตัวว่าขายหมู กว่าจะกลับเข้าไปซื้อใหม่ ก็กลายว่าไปรับราคาหุ้นที่แพง --ยิ่งรอบนี้ หากตลาดขึ้นต่อ ผมมองว่าเทียบปัจจัยพื้นฐาน น่าจะเริ่มที่จะแพงแล้ว) เอาเป็นว่า เกมนี้คุณ เลือกเป็น รายใหญ่ หรือ แมลงเม่า เดี๋ยวจะได้เห็นกันในไม่ช้าครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร