คุยกับ "ป๋าหยง" โดย "ภาววิทย์" ตอนที่ 5 (คุณนับ Wave เป็นไหม!!)

ภาววิทย์ : Elliot Wave หลายคนสงสัยว่า "มั่ว!!" ไหนป๋าหยงช่วย ไขข้อข้องใจหน่อย

ป๋าห ยง : Wave นี่มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน..จริงมันใช้เป็นเครื่องมือในการอ้างอิงการขึ้นลง ของราคาหุ้น เพราะจริงๆแล้ว ถ้านับผิดมันก็เปลี่ยนไปนับใหม่!!

ภาววิทย์ : อ้าว!! อย่างนี้ก็ไม่มีผิด ซิป๋า เพราะผิดก็เปลี่ยนนับใหม่ (งง จัง)

ป๋าห ยง : ฮ่า ฮ่า นี่แหละความงามของ Elliot Wave .."ก็อย่างที่บอก ความรู้มันมีไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ไหนๆ ทฤษฎีนี้ก็มีคนพูดถึงเยอะ ถ้าคุณไม่รู้เรื่องเดี๋ยวจะดูเชย ไร้การศึกษาไป!!

ภาววิทย์ : โห!!ป๋าหยง นี่เหน็บแรง นะเนี่ย!! โอเค ..ป๋าสอนผมคร่าวๆซิว่า Elliot Wave นับอย่างไร

ป๋าหยง : เอานี่เลย SET ดูที่กราฟ


อย่างกราฟนี้ SET ..คือ Elliot Wave จะแบ่งออกเป็น "ขาขึ้น" Wave 1/2/3/4/5 จากนั้นก็ "ขาลง" Wave a/b/c

(อธิบาย ง่ายๆคือ Wave 1 คือหุ้นขึ้น จากนั้น Wave 2 ก็คือ correction จาก Wave 1 "ถ้าใครอยากหาประมาณการก็ลาก Fibo ดูว่า Wave 2 จะปรับฐานลงมาเท่าไหร่ก่อนจะขึ้นต่อ)

Wave 3 เป็น Wave ที่ขึ้นต่อไป (ซึ่งหลักๆ Trader จะชอบ Wave นี้เพราะรู้ว่า ยังไงถ้าเล่น Wave นี้..หากพลาดก็ไม่ติดดอย เพราะมันจะย่อลงมาที่ Wave 4 ...จากนั้นก็จะไปจบที่ Wave 5 "ซึ่งคือจุดสูงสุดของขาขึ้น"

จากนั้นในขาลง ..ลงครั้งแรกก็คือ Wave a แล้วหุ้นก็จะปรับตัวเด้งขึ้นไปเป็น Wave b และก็ไปจบที่จุดต่ำสุดของทั้งรอบนั่นคือ Wave C

ภาววิทย์ : ทำไมมันฟังดูง่ายอย่างงั้น "แล้วจะดูยังไงล่ะ"

ป๋าห ยง : ก็อย่าไป serious อะไรมาก ..เริ่มต้นคุณหา Wave 5 ให้เจอ(จุดสูงสุด) อย่างในกราฟก็ปี 1994 ที่ 1,700 จุดนั่นแหละ Wave 5 "จบขาขึ้นของตลาดหลักทรัพย์ไทย" หลังจากนั้นก็ลงมาตลอด และมาจบ Wave c ที่ 200 จุด (ไอ้วิกฤตต้มยำกุ้งนั่นแหละ) ...แค่รู้ว่าจุดไหน Wave 5 และจุดไหน Wave c --แค่นี้ก็ Happy แล้ว"...จากนั้นจะเป็นยังไงต่อ ก็แล้วแต่คุณจะนับ แต่พูดง่ายๆว่า คุณเห็นภาพรวมของตลาดเหมือนที่ผมเห็นแล้วใช่ไหม"

ภา ววิทย์ : โห!! เทพมาก คือสรุปว่า ถ้าเรารู้จุดสูงสุด และต่ำสุด เราก็พอจะรู้ว่า ณ เวลานี้ตลาดแพงหรือยัง ..ถ้าเริ่มนับจากตอนนี้ก็เริ่มนับขึ้น Wave 1 แล้วมาลง Wave 2 ช่วงปี 2008 "นั่นหมายความว่านี่คือ Wave 3" ถูกต้องไหมป๋า!!

ป๋าหยง : "ก็อย่างที่บอกแหละ ไม่มีใครรู้" แต่คุณสังเกตไหมว่า ไม่ว่าตอนนี้มันจะเป็น Wave 3 หรือมันจะเป็น Wave 1 ใหม่ (แบบที่หลายๆคนนับ) มันก็ไม่ใช่สาระ --"สาระสำคัญก็คือ คุณเห็นไหมว่าไม่ว่า Wave 1 หรือ 3 ยังไงก็แปลว่า "ตลาดหุ้นเรายังจะขึ้นไปอีกมาก" (นี่และประโยชน์ของการนับ Wave คือมันช่วยสร้างภาพให้เราเห็นได้ว่า ณ ตอนนี้เรากำลังอยู่ตรงจุดไหนนั่นเอง)

ภาววิทย์ : เยื่ยม!! งั้นผมจะไปเก็บหุ้นเพิ่มก่อน

ป๋าห ยง : แต่!! อย่าเหลิง ..เพราะไม่ว่าตอนนี้จะนับเป็น Wave 1 หรือ 3 -- มันก็ยังต้องมี correction ที่ Wave 2 หรือ Wave 4 อยู่ดี "ดังนั้น ถึงรู้และเห็นภาพใหญ่ คุณก็ยังคงต้องระวังอยู่ดี"

และนี่และ Elliot Wave เครื่องมือที่ทำให้คุณรู้ว่า "ตลาดไม่ได้ขึ้นแบบจรวด มันจะขึ้นและก็มี Correction อยู่ตลอดเวลา" ---- เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะคนที่ซื้อต่ำ เขาก็ย่อมทำกำไรเป็นระยะนั่นเอง มันถึงเกิดเป็น Wave ต่างๆยังไงล่ะ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘