คุยกับ “ภาววิทย์” โดย “ป๋ากึ้ง” (แกะรอยหยักสมอง!!) ....ตอนที่ 2



ป๋ากึ้ง : ตอนนี้มองตลาดหุ้นแล้วมึนตึ๊บ ทะลุ 800 จุดไปชิวๆ ทั้งที่ Fund Flow ยังนอนตีพุงอยู่นอกตลาด .. ช่วงนี้ขาใหญ่บ้านเราก็ลากเอา ลากเอา “สงสัยอยู่ว่า เขาจะลากรายย่อยไปเชือดชะมั้ง!!” ..—ภาววิทย์ -คิดว่ายังไง

ภา ววิทย์ : ผมมองเป็นสองประเด็นนะ “ไม่ขึ้นก็ตก..หุ หุ” (ตอบแบบกำปั้นทุบดิน โคตร…!!) --คือส่วนตัวผมมองว่า วันนี้ตลาดถูกมากๆ (ผมไม่ได้หมายความว่า จะไม่มี Double Dip นะ เพราะถ้าดูทาง Technical ตอนนี้ ยังไงระยะสั้น ใครๆก็มองว่าต้องมี Correction แน่นอน) ---จริงหรือ!! (ไม่ได้ท้าทาย ..เพราะจริงๆ ผมมองว่า ที่บอกๆกันว่าจะ Correction แล้วถ้าเกิด Fund Flow มันเปลี่ยนใจ “รวมใจไหลเข้ามาล่ะ!!” นักวิเคราะห์จะไม่ปากกาหักอีกกี่แท่ง ….ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตลาดจะ Correction หรือไม่ ที่สำคัญผมต้อง ถามกลับว่า “คุณเล่นหุ้นแบบไหนต่างหาก”

ป๋ากึ้ง : ทำไมล่ะ!! ช่วยแถลงไข ด่วน!!

ภา ววิทย์ : โอเค! ยกตัวอย่างผม บริหาร Port ให้ครอบครัว ผมต้องตีโจทย์ตรงนี้ของคุณแม่ว่า (หนึ่ง) ไม่ต้องการเสี่ยง (สอง) ต้องให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก … “เมื่อผมรู้ว่าก้อนนี้ผมคือเงินนอน ดังนั้นภารกิจ การจะทำกำไรเหนือกว่าเงินฝาก “ร้อยเท่า” ของผมจึงเกิดขึ้น” --- หุ้นที่สามารถเล่นได้ ต้องเป็น Blue chip ที่ “เจ๊งไม่ได้”

..ต้อง ดูว่า กิจการมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ---จุดนี้หมายความว่า Book Value จะเติบโตตาม GDP ….จากนั้นผมก็ดูว่า P/BV ต่ำกว่า 1 (เพราะมันหมายความว่า ผมซื้อหุ้นถูกกว่าที่เจ้าของลงทุน แสดงว่า “มันถูก” ) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกตัวต้องต่ำกว่า 1 เท่า อาจสูงกว่านิดหน่อยแต่ต้องไม่มาก ….จากนั้น ผมก็มอง Dividend ต้องสูงกว่าเงินฝาก (เมื่อเลือกได้ ก็เสร็จภารกิจ ซื้อแล้วเก็บ Port ไปเลย ..ทำให้ผมไม่ต้องมาลุ้นว่า มันจะ Double Dip หรือ Correction หรือไม่ ..เพราะมันไม่เกี่ยวกับผมเลย)

ป๋ากึ้ง : อ้าว!! แล้วถ้าตลาดมัน Dip ลงไป “ราคาหุ้นที่ซื้อมาตกลงไปเยอะ” ภาววิทย์จะทำอย่างไร

ภา ววิทย์ : “ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร” แต่ถ้ามันตก แล้วผมพอจะมีเงิน ผมอาจช้อนเพิ่ม ..เพราะผมแน่ใจว่า “หุ้นที่ผมซื้อมันราคาถูกอยู่แล้ว ..คือยิ่ง ถ้าถูกกว่านี้ มันก็ยิ่งน่าซื้อ” ---ผมว่านะ “คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด” นึกว่าตัวเอง สามารถซื้อหุ้นได้ถูกที่สุด หรือสามารถขายได้แพงที่สุด ----ทฤษฎีนี้เขาเรียก Timing Market ในระยะยาว “คุณนับคนได้ ว่าทั้งโลกมีคนที่ทำวิธีนี้แล้วชนะตลาด ผมจะไปกราบขอเป็นศิษย์…หุ หุ” (ย้อเย่น!! แต่ในความเป็นจริง ในระยะสั้นคุณอาจโชคดี แต่ในระยะยาว ไม่มีใครโชคดีทุกครั้ง --ผมถามกลับหน่อย ถ้าหากคุณโชคดีทุกครั้ง แต่ครั้งสุดท้าย คุณโชคร้าย “เสียทั้งหมดที่เคยกำไรมา”(แนวคิดของ Black Swan) –“อย่างนี้จะเรียกว่าคุณ สำเร็จ หรือ ล้มเหลว ล่ะ!!”

ดังนั้น ประเด็นที่ป๋ากึ้งถามว่า ถ้าหุ้นที่ซื้อตก จะทำอย่างไร ผมว่ามันตอบตั้งแต่ต้นแล้ว “เพราะที่จริง ถ้าผิด มันก็ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว” คือ คุณต้องเชื่อมั่นในการตัดสินใจ คุณถึงจะสามารถกินปลาใหญ่ได้ แต่ถ้าหวังตอดแบบเล็กๆ นั่นมันก็อีกแนวทางในการเล่นหุ้น เพราะมันคนละสไตล์เลย--- การซื้อหุ้นมันถึงกำหนดความสำเร็จตั้งแต่คุณซื้อแล้ว!!

ป๋ากึ้ง : แต่ถ้าซื้อได้ “ถูก” แต่คุณกลับ “ขายหมู” ล่ะ

ภา ววิทย์ : หุ…หุ.. ประเด็นนี้น่าสนใจ “แต่ขายหมู มันหมายถึงคุณกำไรนะ (ดีกว่าติดดอย) …แต่ผมกลับชอบซื้อหมูมากกว่า…หุ หุ” ผมว่า “มนุษย์เรามั่นใจตัวเองมากเกินไป..จึงทำให้พลาดง่าย” เมื่อใดที่คุณมองว่าตัวเองเก่ง เมื่อนั้น ความหายนะมันกำลังนั่งอยู่ข้างๆคุณนะ (เหมือนหนังผี!! น่ะ สยองงงง…) ดังนั้น วันใดที่คุณมั่นใจสุดขีด ผมว่าวันนั้นคุณจำคำพูดผมไว้ ..จากนั้น แบ่ง Port และทำสวนกับความ มั่นใจสุดขีดนั้น --“ผมว่าผลลัพธ์ มันจะทำให้คุณคาดไม่ถึง”

ป๋ากึ้ง : ภาววิทย์ !! ผมว่ามันชักจะนอกเรื่องแล้วนะ …กั๊ก กั๊ก เอาคำตอบที่ตรงประเด็น “สรุปว่า ภาววิทย์ มองว่าวันนี้ตลาดถูก ใช่ไหม”

ภาววิทย์ : ครับ..แต่!! มันไม่ใช่ทุกตัวถูก “ต้องเลือก” อย่างตลาดบ้านเราตั้งแต่ปี 1994 มายังอยู่ใน Trend ขาลงอยู่เลย แต่คุณ ดูซิ ทำไม ดร.นิเวศน์ ทำเงิน จาก port ไม่กี่สิบล้านในปี 1998 วันนี้ port แก “พันล้านแล้ว!!” ถ้าคุณมองแต่ SET คุณจะเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นไหมล่ะ!!

ป๋ากึ้ง : โอโห!! เจ๋งจริงๆ

ภาววิทย์ : หุ ..หุ ..ขอบคุณมาก

ป๋ากึ้ง : ผมหมายถึง ดร.นิเวศน์ เก่ง ไม่ใช่คุณ …ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ภาววิทย์ : ……..(จุ้งเลย!!) -------(อ่านต่อตอนที่ 3..ฉบับหน้า..ฮ่า ฮ่า)

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘