ถ้าปี 2000 คุณมีเงิน 2 ล้าน ปี 2009 คุณสามารถมี 57.6 ล้านได้ - ทำไงล่ะ

ง่ายๆครับ คือ "ซื้อหุ้นเวลาตลาดพัง" 10 ปี ที่ผ่านมา ตลาดพังแรงสุด 2 ครั้ง คือ ปี 2000 และปี 2008 --พูดง่ายๆคือ เวลาตลาดพังให้คุณซื้อหุ้นในกิจการที่มั่นคงและใหญ่ ก็คือซื้อหุ้น Blueship - SET50 นั่นเอง (ดังนั้นความเสี่ยงก็ต่ำ แต่ผลตอบแทนโคตรดี (คือ ดีเกินธรรมดา))

-- ประเด็นปัญหาคือ คุณกล้าทำสวนทางกับคนอื่นหรือเปล่า เพราะ 2 ปี ที่ตลาดแย่นั้น มีแต่คนวิ่งหนีออกจากตลาด เพราะทุกคนมองว่า โลกจะสิ้นสุดเวลานั้น ทุนนิยมจะล่มสลาย เราจะกลับไปเป็นยุคหิน --ผมถามหน่อยว่า มนุษย์เราพัฒนามาถึงขั้นนี้ ทางเดียวที่จะกลับไปสู่ยุคหิน ก็คือ น้ำท่วมหมดโลก ทุกอย่างจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 5 เมตร คนที่รอดชีวิตไปรวมกันที่ทิเบต -- ไร้สาระสิ้นดี

กลับมาเข้าประเด็น ว่า จะทำให้ 2 ล้าน กลายเป็น 50 ล้านใน 10 ปี ---- เริ่มจากคุณเอาเงิน 2 ล้านของคุณ ซื้อหุ้น ธนาคารกรุงเทพ ตอนปี 2000 ที่ 20 บาท แล้วคุณก็ถือไว้แล้วไปขายในปี 2007 คือ ปีที่ทุกมองว่าเศรษฐกิจดีมากๆ อนาคตกำลังรุ่งทุกอย่างน่าลงทุน ซึ่งคุณขายตอนนั้นเลย คุณจะขายได้ที่ 140 บาทต่อหุ้น รวมแล้วคุณจะมีเงิน 14 ล้านในปี 2007 จากนั้นคุณก็เอาเงินที่ได้มาฝากธนาคารเพราะตอนนั้นดอกเบี้ยสูง(สูงกว่าตอน นี้มาก)

รอจนปี 2008 ตลาดพังมหาศาล ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่แหละคือ จุดจบของทุนนิยม เรากำลังเกิด Great Depression ครั่งที่ 2 --ให้คุณถอนเงินออกจากธนาคารทั้งหมด 14 ล้าน แล้วไปซื้อหุ้นที่เรามองว่าดี (ลองคิดดูว่า ถ้าทุกอย่างแย่หมด อะไรจะอยู่ได้ -- ก็อาหารไงครับเพราะมันจำเป็น )

คุณเอาเงินทั้งหมดไปซื้อหุ้น CPF ที่ 3 บาท คุณจะได้หุ้นมาประมาณ 4.5 ล้านหุ้น --- จากนั้นคุณมาขายปีถัดไปคือ ปี 2009 ที่ 12.8 คุณจะได้เงินรวม 57.6 ล้านบาท --- แค่นี้เองไม่เห็นยาก แต่ที่ยากคือ รู้ไหมว่าทุกอย่างที่ผมพูดคือ การทำสวนทางกับตลาดทั้งหมด คือ คุณทำตรงข้ามกับทุกคนในตลาด คุณซื้อเวลาที่คนอื่นขาย แล้วคุณก็ขายเวลาที่คนอื่นซื้อ
รู้ไหมเคล็ดลับอยู่ตรงไหน

-- ง่ายๆครับคุณมองไปรอบๆตัวคุณซิว่า ณ เวลานั้นๆคนส่วนใหญ่ทำอะไร ถ้าเห็นว่าคนส่วนใหญ่กลัว ไม่กล้าซื้อหุ้น ให้คุณกล้าและทำสวนทาง แต่ถ้าคนส่วนใหญ่มอง Positive ทุกอย่างดี ให้คุณรีบขายแล้วก็ถือเงินสดรอ
ถ้า ถามว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร -- ลองมองดูซิครับว่า ตอนนี้ในตลาด หุ้นอะไรที่คนไม่อยากซื้อ -- ใช่แล้วครับกลุ่ม PTT ให้คุณเอาเงินทั้งหมดของคุณซื้อแล้วรอ อีกสัก 5 ปี หลังจากนั้นพอเหตุการณ์ต่างๆคลี่คลาย เศรษฐกิจกลับมาดีสุดๆอีกครั้งให้คุณขายหุ้นทิ้งทั้งหมด แล้วก็ถือเงินสด

ผม เชื่อว่า 5 ปีข้างหน้า หุ้นทุกตัวในกลุ่ม PTT จะมีราคา 2 เท่า ดังนั้น จากเงิน 57.6 ล้านที่ซื้อ PTT ที่ราคาประมาณ 220 บาท คุณจะได้หุ้น 260,000 หุ้น --อีก 5 ปี จะเป็น 114.4 ล้านบาท รวมกับปันผลที่ PTT ให้คือ 5% ต่อปี เท่ากับ 11 * 5 = 5.5 ล้าน รวมเป็นทั้งหมด 120.5 ล้านบาท

จากนั้น ให้คุณขายหุ้นทั้งหมดและเอาเงินไปฝากธนาคาร ซึ่งอีกห้าปีข้างหน้า ดอกเบี้นน่าจะเกิน 4% ไปแล้ว จากนั้นคุณก็รอซื้อ เวลาตลาดพังครั้งต่อไป ผมคากว่าปี 2014 ตลาดน่าจะพัง --และเมื่อยามตลาดพังก็เป็นเวลาที่คุณจะ Double ความรวยของคุณ

-- จากสถิติที่ผ่านมา ทุก 10 ปี จะมีตลาด Crash อย่างน้อย 2 ครั้ง เท่ากับว่า ถ้าคุณทำอย่างที่ผมบอก จาก 2 ล้าน ก็จะเป็น 1,000 ล้าน ภายในเวลา 30 ปี --- แต่คุณรู้ไหมว่ามันพูดง่าย แต่ทำยาก เพราะ 1.คุณต้องฉลาด และ 2. คุณต้องมีความอดทนสูงมากๆ

-- ความอดทนที่ผมพูดถึงคือ 30 ปี มันนานมากเลยนะครับ ซึ่งในโลกนี้มีคนรอได้น้อยมาก จึงไปแปลกเลยว่า นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่าง Warren Buffet มีน้อยมาก ลองนึกดู Buffet ลงทุนนานกว่า 40 ปี ดั้งนั้นกำไร ระดับ หมื่น หรือ แสนล้าน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่มันต้องอดทน ดังนั้น การลงทุนผมมองว่ามันเหมือนการวิ่งมาราธอน การแข่งกันว่าใครอึดกว่า ซึ่งท้ายที่สุด คนที่อึดสุดก็คือ คนที่ชนะนั่นเอง

-- ผมคาดว่าหากอนาคต เมื่อมนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น คือ เกินกว่าร้อยปี ดังนั้น ก็ต้องมีคนที่อึดกว่า Warren Buffet คือ อาจลงทุนตามวิธีที่ผมบอก นานกว่า 60 - 70 ปี แน่นอน คนนั้นก็คือ ผมนั่นเอง "ฮ่า ฮ่า ตลกไหมครับ แล้วเรามาดูกันว่าอีก 70 ปี ใครจะรวยกว่า Warren Buffet"

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘