หมอเงินเดือน 2 แสน 3 แสน (ทำไมไม่รวยสุดๆซะที)

จริงๆแล้ว ผมว่าเงินเดือนหมอนี่มากจริงๆ ถ้าเทียบกับคนทั่วไป แต่การได้เงินเดือนมากในบางครั้งกลับ กลายเป็นจุดอ่อน

--จะ เห็นได้ว่า คนที่หาเงินเก่ง (ยิ่งเงินนั้นหามายาก) โอกาสที่เขาจะเอาเงินนั้นไปเสี่ยงก็ยิ่งมีโอกาสน้อย (ในระบบทุนนิยม -- หากคุณหยุดเสี่ยงคุณก็ไม่มีทางรวยได้ )

เพราะอะไรหรอ -- เพราะคนส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้น ความรวย ซึ่งจริงๆไม่ได้นับจำนวนเงินที่หามา แต่อยู่ที่ เงินที่คุณมี เทียบกับคนอื่นต่างหาก

-- เพราะถ้ามองให้ดี หากวันนี้ ทุกคนได้เงินเดือน หนึ่งล้าน ดังนั้น เงินล้านก็กลายเป็นเงินน้อย (ซึ่งมากน้อย คือ เทียบกับคนอื่น) สิ่งนี้ทำให้ เกิดการแข่งขัน

-- และวิธีชนะ ก็คือ ทำต่างจากคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุน

-- เมื่อคนส่วนใหญ่หนีจากหุ้น ให้คุณวิ่งเข้าซื้อ และเมื่อไหร่ที่ทุกคนวิ่งเข้าหาหุ้น ให้คุณรีบขายหุ้นที่คุณมีให้เขาไป (ฟังง่าย ทำยาก)
ดังนั้น ประเด็น การสร้างความมั่งคั่ง ไม่ได้อยู่ที่คุณหาว่ามากเท่าใด มันอยู่ที่ว่า ท้านสุดท้ายคุณมีเท่าไหร่ หลังจากเหลือใช้ เช่น บางคนหาเงินได้ 10 ล้าน แต่ไม่มีเวลาลงทุน ดังนั้น คุณก็จะมี 10 ล้าน (โดยที่มูลค่าของเงินลดลงตามเงินเฟ้อ)

ในขณะที่อีกคนอาจหาได้แต่ 2 ล้าน แต่ลงทุนได้ 10 เท่า ก็จะกลายเป็น 20 ล้าน -- ยิ่งเวลาผ่านไป สองคนนี้ก็จะรวยแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ
-- จะเห็นได้ว่า การมุ่งหาเงินให้มาก โดยที่ไม่สนใจการลงทุน ไม่ได้ทำให้คุณรวยขึ้นเลย

-- จริงๆแล้ว ทั้งชีวิต คนเราสามารถหาเงินมากๆ ได้ไม่บ่อยนัก เรียกจุดนั้น ว่าเวลาทองของชีวิต ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเวลาทองของชีวิตต่างกัน

-- ดังนั้น เวลาที่เหลือ ส่วนใหญ่ คุณจะต้องให้เงินทำงานเอง ไม่งั้นเงินที่หามาได้ มันจะลดค่าตามเงินเฟ้อ และนี่เป็นคำตอบว่า ทำไม คนที่ได้เงินเดือนสูงสุดในสังคม อย่่างหมอ จึง "ไม่รวยสุดๆ"

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร