ความฝัน 16 ประการของพระเจ้าปเสนทิโกศล ตอนที่ 14

เมื่อ พระบรมศาสดาทรงพยากรณ์นิมิตแห่งความฝันประการที่สิบเอ็ดจบแล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงเล่านิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสองให้พระบรมศาสดา ฟังต่อว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้ฝันเห็นน้ำเต้าที่มีลักษณะผิดธรรมชาติ เพราะมันจมน้ำได้ นิมิตแห่งความฝันนี้จะมีผลเป็นอย่างไรหรือ พระเจ้าข้า”
 
หม่อมฉันได้ฝันเห็นน้ำเต้าที่มีลักษณะผิดธรรมชาติ เพราะมันจมน้ำได้
 
        ครั้นพระบรมศาสดาได้สดับตรับฟังนิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสองของพระเจ้า ปเสนทิโกศลจบแล้ว พระองค์ก็ทรงพยากรณ์ความฝันว่า “มหาบพิตร ผลของความฝันนี้จะยังไม่เกิดขึ้นในสมัยของพระองค์ และในยุคสมัยที่พระศาสนาของเราเจริญรุ่งเรืองอยู่ แต่จะบังเกิดขึ้นในอนาคตกาล เมื่อโลกถึงยุคเสื่อม ซึ่งอยู่ในรัชสมัยของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม โดยพระราชาผู้โง่เขลานี้ จะไม่พระราชทานยศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆให้แก่คนที่อยู่ในตระกูลสูง (หรือเหล่าคนดีที่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม)-แต่จะพระราชทานยศถาบรรดาศักดิ์ให้แก่ผู้ที่อยู่ในตระกูลต่ำทราม (หรือเหล่าคนพาลที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรมและประจบสอพลอเก่ง)
 
 พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมจะพระราชทานยศตำแหน่ง อันทรงเกียรติให้แก่คนที่อยู่ในตระกูลต่ำทราม
 
        ทำให้ในยุคนั้น พวกที่อยู่ในตระกูลต่ำทราม (หรือเหล่าคนพาลที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรมและประจบสอพลอเก่ง)-จะมีฐานะร่ำรวย และเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง ส่วนพวกที่อยู่ในตระกูลสูง (หรือเหล่าคนดีที่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม)-จะ มีฐานะที่ลำบากยากจน และไม่มีบทบาททางสังคม คำพูดของพวกที่อยู่ในตระกูลต่ำทรามจะเป็นหลักเป็นฐาน และมีน้ำหนักมากกว่าพวกที่อยู่ในตระกูลสูง เหมือนดั่งน้ำเต้าที่ปกติจะลอยน้ำ แต่มาบัดนี้กลับจมน้ำนั่นเอง
 
 พวกคนพาลตระกูลทรามจะเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง ส่วนพวกที่อยู่ในตระกูลสูงก็จะพากันตกยาก
 
        ฉะนั้น ความฝันนี้จะไม่ทำให้เกิดภัยใดๆแก่มหาบพิตรอย่างแน่นอน เพราะสิ่งนี้จักบังเกิดขึ้นในอนาคต ขอเชิญมหาบพิตรตรัสเล่าความฝันประการที่สิบสามต่อไปเถิด”
 
        เมื่อพระบรมศาสดาทรงพยากรณ์นิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสองจบแล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงเล่านิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสามให้พระบรมศาสดา ฟังต่อว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้ฝันเห็นศิลาแท่งทึบที่มีขนาดใหญ่เท่ากับบ้านเรือน อีกทั้ง ศิลาแท่งทึบนี้ยังสามารถลอยน้ำได้ราวกับเรืออีกด้วย นิมิตแห่งความฝันนี้จะมีผลเป็นอย่างไรหรือ พระเจ้าข้า”
หม่อมฉันได้ฝันเห็นศิลาแท่งทึบที่มีขนาดใหญ่ลอยน้ำได้
        ครั้นพระบรมศาสดาได้สดับตรับฟังนิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสามของพระเจ้า ปเสนทิโกศลจบแล้ว พระองค์ก็ทรงพยากรณ์ความฝันว่า “มหาบพิตร ผลของความฝันนี้จะยังไม่เกิดขึ้นในสมัยของพระองค์ และในยุคสมัยที่พระศาสนาของเราเจริญรุ่งเรืองอยู่ แต่จะบังเกิดขึ้นในอนาคตกาล เมื่อโลกถึงยุคเสื่อม (กล่าวคือ ยุคที่มนุษย์เสื่อมจากศีลธรรม เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด อีกทั้ง เป็นยุคที่พวกอลัชชีหรือภิกษุนอกรีต มีจำนวนมากกว่าภิกษุผู้เคร่งครัดในศีลและข้อวัตรปฏิบัติ)-ซึ่ง อยู่ในรัชสมัยของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม โดยพระราชาผู้โง่เขลานี้จะพระราชทานยศตำแหน่งอันทรงเกียรติให้แก่คนที่อยู่ ในตระกูลต่ำทราม (หรือเหล่าคนพาลที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม)-พวกคนพาลตระกูลทรามเหล่านี้จะเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง ส่วนพวกที่อยู่ในตระกูลสูง (หรือเหล่าคนดีที่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม)-ก็ จะพากันตกยาก และไม่มีใครเคารพยำเกรง เพราะมหาชนทั้งหลายต่างให้ความเคารพนับถือคนที่มีอำนาจทางสังคม คำพูดของเหล่าบัณฑิตนักปราชญ์ที่เคยหนักแน่นดั่งศิลาแท่งทึบ ก็จะเลื่อนลอยไร้ความหมายในยุคนั้น เหมือนดั่งศิลาแท่งทึบขนาดใหญ่ที่สามารถลอยน้ำได้
 
 ในยุคนั้นคำพูดของเหล่าบัณฑิตนักปราชญ์จะเลื่อนลอย ไร้ความหมาย
 
        ฉะนั้น ความฝันนี้จะไม่ทำให้เกิดภัยใดๆแก่มหาบพิตรอย่างแน่นอน เพราะสิ่งนี้จักบังเกิดขึ้นในอนาคต ขอเชิญมหาบพิตรตรัสเล่าความฝันประการที่สิบสี่ต่อไปเถิด”
 
        เมื่อพระบรมศาสดาทรงพยากรณ์นิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสามจบแล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงเล่านิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสี่ให้พระบรมศาสดา ฟังต่อว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้ฝันเห็นฝูงเขียดตัวเล็กๆ ขนาดเท่า1ดอกมะซาง วิ่งไล่กวดฝูงงูเห่าตัวใหญ่ๆ อีกทั้ง ฝูงเขียดเหล่านั้นยังสามารถกัดงูเห่าตัวใหญ่ๆให้ขาดออกเป็นท่อนๆได้อย่าง สบาย ราวกับตัดก้านบัวฉะนั้น นิมิตแห่งความฝันนี้จะมีผลเป็นอย่างไรหรือ พระเจ้าข้า”
 
1ดอกมะซาง จะมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยว แต่ออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่งเหนือกลุ่มใบ ขนาดประมาณ 2.5 - 3 เซนติเมตร
 
 หม่อมฉันได้ฝันเห็นฝูงเขียดตัวเล็กๆวิ่งไล่กวดฝูงงูเห่าตัวใหญ่ๆ
 
        ครั้นพระบรมศาสดาได้สดับตรับฟังนิมิตแห่งความฝันประการที่สิบสี่ของพระเจ้า ปเสนทิโกศลจบแล้ว พระองค์ก็ทรงพยากรณ์ความฝันว่า “มหาบพิตร ผลของความฝันนี้จะยังไม่เกิดขึ้นในสมัยของพระองค์ และในยุคสมัยที่พระศาสนาของเราเจริญรุ่งเรืองอยู่ แต่จะบังเกิดขึ้นในอนาคตกาล เมื่อโลกถึงยุคเสื่อม ในยุคนั้น ผู้คนจะมีราคะแรงกล้า ทั้งหญิงทั้งชายจะปล่อยตัวปล่อยใจตามอำนาจของกิเลส เหล่าบุรุษเพศจะตกอยู่ภายใต้อำนาจภรรยาของตนซึ่งมีอายุยังน้อย พวกนางจะครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดในบ้าน เมื่อสามีถามถึงเรื่องทรัพย์สินเงินทองที่ตนเองหามาได้ พวกนางก็จะด่าว่าด้วยถ้อยคำต่างๆนานา อีกทั้งยังกดขี่สามีไว้ใต้อำนาจของตนประดุจดั่งทาสในเรือนเบี้ย เหมือนดั่งฝูงเขียดตัวเล็กๆกัดกินฝูงงูเห่าซึ่งมีพิษร้ายได้อย่างง่ายดาย
 
 ในยุคนั้นภรรยาที่มีอายุน้อยกว่าจะกดขี่สามี ประดุจทาสในเรือนเบี้ย
 
        ฉะนั้น ความฝันนี้จะไม่ทำให้เกิดภัยใดๆแก่มหาบพิตรอย่างแน่นอน เพราะสิ่งนี้จักบังเกิดขึ้นในอนาคต ขอเชิญมหาบพิตรตรัสเล่าความฝันประการที่สิบห้าต่อไปเถิด”

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘