Perfect Storm-Perfect Stock

ข่าวร้ายในตลาดสำหรับคนเล่นหุ้นแล้ว   มันคือเวลาของการขายหุ้น   ยิ่งร้ายเท่าไรก็ต้องรีบขายเร็วเท่านั้น   ผลของการขายทำให้ราคาหุ้นที่เจอกับข่าวร้ายตกลงมาอย่างหนัก   หลาย ๆ  ครั้งหนักเกินความเป็นจริง   และนั่นคือโอกาสของนักลงทุนระยะยาวที่จะเข้ามาเก็บหุ้น   ประเด็นสำคัญก็คือ   คุณจะต้องมั่นใจจริง ๆ  ว่า   ข่าวร้ายนั้นเป็นเรื่องชั่วคราว   มันไม่ได้ทำให้พื้นฐานของบริษัทเปลี่ยนไปและไม่ช้าก็เร็วบริษัทก็จะสามารถกลับมาทำกำไรได้อย่างที่มันเคยเป็น   และด้วยราคาหุ้นที่ตกลงมามาก   การลงทุนจะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะไม่เกิน  3-5  ปีข้างหน้า 
                ข่าวร้ายในตลาดที่ส่งผลต่อหุ้นอย่างแรงอาจจะแบ่งได้เป็น  3  แบบด้วยกันคือ   หนึ่ง   ข่าวร้ายจากภาพรวมของเศรษฐกิจหรือตลาด    ข่าวนี้ทำให้ตลาดเกิด  Panic  หรือตกใจ   เกิดการขายหุ้นทั่วทั้งตลาด   สิ่งนี้มักจะเกิดขึ้นจากภาวะการเงินหรือเศรษฐกิจที่ขาดความสมดุลอย่างแรง   เช่น  เกิดภาวะเงินตึงตัว   เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสูง   หรือการที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างแรงอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้    ข่าวร้ายประเภทนี้มักทำให้หุ้นเกือบทั้งหมดตกลงแม้ว่าหุ้นบางตัวหรือบางกลุ่มอาจจะไม่ได้รับผลกระทบจริงหรือถูกกระทบน้อย   หน้าที่ของ  Value Investor ก็คือ  มองหาหุ้นที่ถูกกระทบน้อยแต่ราคาหุ้นตกลงมามากพอ ๆ  กับดัชนีตลาดที่ประมาณ  50%  นับตั้งแต่เกิดวิกฤติ
 
                ข่าวร้ายแบบที่สองก็คือ   ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรม    ความตกต่ำหรือถดถอยของอุตสาหกรรมทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นในกลุ่มทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ    แต่เมื่อเวลาผ่านไป   บริษัทที่แข็งแกร่งจะฟื้นตัวกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมในขณะที่บริษัทที่อ่อนแอจะล้มหายตายจากหรือลดระดับของการดำเนินงานลง    กระบวนการนี้อาจจะใช้เวลาบ้างขึ้นอยู่กับแต่ละอุตสาหกรรม   หน้าที่ของเราก็คือต้องวิเคราะห์ว่าอุตสาหกรรมจะใช้เวลาเท่าไรที่จะฟื้นตัว   แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ   ต้องหาว่าบริษัทไหนจะถูกกระทบน้อยและกลับมายิ่งใหญ่และทำกำไรได้มากแค่ไหนเมื่ออุตสาหกรรมฟื้นตัว
 
                ข่าวร้ายแบบสุดท้ายก็คือ  ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวบริษัทเอง   นี่คือข่าวร้ายที่เกิดขึ้นเฉพาะตัวบริษัทเองที่อาจจะทำอะไรบางอย่างผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือถูกกระทบโดยความโชคร้าย    แต่ความผิดพลาดนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและเป็นเรื่องชั่วคราวที่บริษัทน่าจะแก้ไขได้   เมื่อเกิดเรื่องขึ้น   นักลงทุนมักจะเทขายหุ้นกันอย่างหนักทำให้ราคาหุ้นตกลงมามาก  อย่างที่  ไม่เคยปรากฏ มาก่อน    หน้าที่ของ  VI  ก็คือ   พิจารณา ว่าเหตุการณ์นั้นไม่ได้กระทบกับธุรกิจหลักของบริษัทที่ยังสามารถทำกำไรได้ อย่างแข็งแกร่งเมื่อเหตุการณ์ชั่วคราวนั้นผ่านพ้นไปหรือบริษัทได้แก้ไขไป แล้ว   และราคาหุ้นที่ตกลงมานั้นจะทำให้การลงทุนของเราให้ผลตอบแทนสูงในช่วงเวลา  3-5 ปีข้างหน้า   นั่นก็คือ  อย่างน้อยถ้าเราซื้อหุ้นแล้วถือไว้  5  ปี  ราคาหุ้นน่าจะปรับขึ้นไปหนึ่งเท่าตัวจากราคาที่เราซื้อ
 
                หุ้นที่เราจะซื้อนั้น  ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด    เราต้องมั่นใจว่ามันจะต้อง  ฝ่าวิกฤติ  ไปได้ไม่ว่าจะด้วยอะไร   เช่น  เป็นบริษัทที่มีฐานะทางการเงินดีมีเงินสดมากและมีหนี้น้อย   เป็นกิจการที่จำเป็นและมีผู้ให้บริการที่จำกัด   เป็นกิจการที่มีผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่งสนับสนุนอย่างหุ้นรัฐวิสาหกิจบางแห่ง   หรือแม้แต่เป็นกิจการที่  ใหญ่เกินไปที่จะล้ม   นี่จะเป็นเครื่องค้ำประกันว่าเหตุร้ายแรงที่อาจจะดำเนินไปหลายปีนั้นไม่ทำให้บริษัทต้องล้มละลายไปก่อนที่สถานการณ์จะฟื้นตัว  
 
                บางที   สำหรับบางบริษัท   ข่าวร้ายนั้นเกิดเป็นชุดอย่างต่อเนื่องพร้อมกัน   โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่อย่างในปัจจุบันนั้น   โอกาสที่บริษัทจะเจอ  2  เด้ง  คือภาวะตลาดแพนิคและภาวะอุตสาหกรรมตกต่ำเกิดขึ้นพร้อมกันมีสูง    บางครั้งซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก   บางบริษัทอาจจะเจอกับข่าวร้ายทั้งด้านของภาวะตลาดหุ้น   ภาวะอุตสาหกรรม   และบริษัทเองก็เจอกับข่าวร้ายเฉพาะตัวเกิดขึ้นพร้อม ๆ  กัน   ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คือ   บริษัทประสบกับ   “Perfect  Storm   ความร้ายแรงประดังกันเข้ามาอย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้โดยบังเอิญขนาดนั้น
 
                หุ้นที่ประสบกับข่าวร้ายมาก ๆ  หลายเรื่องหรือทุกเรื่องอย่างหุ้น  Perfect Storm  นั้น    ราคาหุ้นจะตกลงไปมากจนแทบจะไม่เหลือค่าเมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจ   หุ้นเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่น่าสนใจโดยเฉพาะถ้าเราไม่มั่นใจว่ามันจะไปรอดหรือไม่   หรือรอดได้แต่ก็ไม่กลับมาเป็นอย่างเดิม     หรือรอดและกลับมาทำกำไรได้แต่ก็ต้องมีการเพิ่มทุนมหาศาลซึ่งทำลายมูลค่าหรือความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นเดิมไปหมด    ถ้าเป็นแบบนั้น   การลงทุนในหุ้น  Perfect Storm  ก็จะเป็นความเสี่ยงมหาศาล
 
                ตรงกันข้าม   ถ้าเราเจอหุ้น  Perfect Storm   และราคาหุ้นสะท้อนข่าวนั้นแล้วโดยที่ราคาตกลงไปต่ำกว่าที่เคยเป็นในภาวะปกติมาก   ในขณะเดียวกัน   พื้นฐานของกิจการของบริษัทไม่เปลี่ยนและเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งทางการตลาดมาก    ประกอบกับความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะไม่ล้มละลายและไม่ต้องเพิ่มทุนมหาศาล   และสุดท้าย   เราเชื่อว่าข่าวร้ายทุกอย่างจะต้องหมดไปเมื่อเวลาผ่านไป  3-5  ปี  และเมื่อนั้นกิจการของบริษัทก็จะกลับมาเหมือนเดิมก่อนที่ข่าวร้ายจะเกิดขึ้น    ในสถานการณ์แบบนี้   การลงทุนในหุ้น  Perfect Storm  ก็อาจจะเป็นโอกาสยิ่งใหญ่ที่จะได้ผลตอบแทนสูงกว่าปกติและหุ้นนั้นกลายเป็น  “Perfect Stock”  หรือเป็นโอกาสทองของการลงทุนในหุ้นตัวนั้น

                 แน่นอน   การลงทุนในหุ้นที่มีข่าวร้ายมาก ๆ  ย่อมมีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะในระยะสั้นเพียงปีหรือสองปี    คนที่สามารถลงทุนในหุ้นแบบนี้จะต้องมีจิตใจที่มั่นคงมาก   นั่นคือ   จะต้องทนดูหุ้นที่อาจจะตกลงไปต่ออีกมากได้   หรือต้องสามารถถือหุ้นที่อาจจะไม่ได้ผลตอบแทนเป็นเวลานานพร้อม ๆ  กับผลการดำเนินงานที่อาจจะไม่น่าประทับใจของบริษัท   และถ้าทนไม่ได้ขายหุ้นทิ้งก่อนที่หุ้นจะฟื้น   การขาดทุนก็จะกลายเป็นเรื่อง   ฝันร้ายที่จะต้องจดจำไปอีกนาน    แต่ถ้าคิดถูกต้องและมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ   นี่คือ  Perfect Stock  ที่เราจะไม่ลืมเลย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร