บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น Nicholas Darvas : The only interview with Nicholas Darvas (3)

I: แล้วการวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกำไรของบริษัท, รายได้หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทล่ะ? หรือแม้กระทั่งการติดตามถึงการซื้อขายหุ้นของเหล่า “วงใน” ภายในบริษัทต่างๆล่ะครับ?
Nic: หากว่าคุณได้เคยอ่านหนังสือของผมแล้ว ผมมักจะพูดเสมอว่า ผมจะซื้อหุ้นที่มีผลการดำเนินงานในอดีตที่โดดเด่นอยู่เสมอ จากการศึกษาเรียนรู้ที่ยาวนานในตลาดหุ้นของผม นี่คือสิ่งที่ผมจะสนใจทั้งหมด สำหรับปัจจัยทางด้านพื้นฐานของบริษัทครับ

แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ความว่า ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในอดีต จะเป็นสิ่งที่รับประกันว่าราคาของหุ้นเหล่านี้จะวิ่งขึ้นไปในอนาคต แต่เนื่องจากว่ากองทุนส่วนใหญ่นั้น จะคอยติดตามหุ้นดีๆเหล่านี้อยู่เสมอ และ สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างมากก็คือ “ศักยภาพ” หรือ “ความตื่นเต้น” เกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นต่างหาก และยิ่งหากว่ามันอยู่ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ พร้อมทั้งมีผลการดำเนินงานในอดีตที่โดดเด่น รวมถึงการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขายที่เหมาะสมแล้วล่ะก็ มันก็คือหุ้นสำหรับผมนั่นเองครับ
I: คุณได้กล่าวเอาไว้ในหนังสือ “You Can Still Make It In The Stock Market” ของคุณว่า สัญญาณในการเข้าซื้อหุ้นของคุณได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย หลังจากที่หนังสือ “How I Made Million In The Stock Market” ของคุณประสบความสำเร็จขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คำถามของผมก็คือ ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อยได้ไหมครับ?
Nic: ไช่แล้วครับ หลังจากที่หนังสือเล่มก่อนของผมขายไปได้กว่า 500,000 เล่มนั้น ผมสังเกตุได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ผมเดาเอาว่ามันคงจะคล้ายกับว่า เมื่อนักลงทุนซึ่งมีเงินทุนมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์หลายๆคน เริ่มที่จะมองหาหุ้นในรูปแบบเดียวกัน และสัญญาณการเข้าซื้อเหมือนๆกันนั้น นี่จะต้องเป็นเหมือนกับ “ไฟแดง” สำหรับพวก Floor Trader ที่มักจะหากินในการทำกำไร จากการไล่ราคาให้หุ้นทะลุจุดตัดขายหรือ Stop ลงมาแล้วซื้อกลับคืนในราคาต่ำๆ จากคนที่ขายของหลุดมือออกมา
คุณน่าจะจิตนาการถึงคำสั่งการซื้อ-ขายหุ้น ในราคาเดียวและรูปแบบเดียวกันเป็นหมื่นๆคำสั่งพร้อมๆกันได้นะครับ มันจะทำให้เกิดสถานการณ์ราวกับมีคนปั่นหุ้นในช่วงเวลาสั้นๆเลยทีเดียว และนั่นทำให้สัญญาณการเข้าซื้อหุ้นเมื่อ Breakout ไช้ไม่ได้ผลอีกสักเท่าไหร่ เนื่องจากผมมักจะเจอกับ Whipsawed อยู่ตลอดเวลา และเมื่อวิธีการของผมเริ่มที่จะใช้ไม่ได้ ผมจึงทำการเปลี่ยนแปลงมันเล็กน้อย โดยการเข้าซื้อมัน “หลังจาก” ที่มัน Breakout ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันก็ดูไม่ยากจนเกินไปใช่ไหม ผมก็แค่ต้องรอนานขึ้นอีกหน่อยสำหรับการเข้าซื้อ ส่วนสิ่งอื่นๆนั้นยังคงเหมือนเดิมครับ
I: คุณกำลังจะบอกผมว่าแนวทางดั้งเดิมนั้น ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้วใช่ไหม? แล้วคุณคิดที่จะทำการปรับปรุงรายละเอียดในหนังสือ และตีพิมพ์มันออกมาใหม่อีกครั้งหรือไม่ครับ?
Nic: ไม่ ผมไม่มีความคิดอย่างนั้นเลยครับ แนว ทางดั้งเดิมในการเล่นหุ้นของผมนั้น ไม่มีวันที่มันจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป มันเปรียบได้กับคุณกำลังถามผมว่าตลาดหุ้นจะไม่เปิดอีกแล้วไช่ไหมเลยทีเดียว ครับ เพราะแนวทางการเล่นหุ้นของผมนั้น เกิดขึ้นจากหลักที่ว่า ตลาดหุ้นนั้นมีวิถีการดำเนินไปของมัน “อย่างไร” และถ้าหากมันใช้ไม่ได้อีกต่อไปล่ะก็ นั่นก็แปลว่าตลาดหุ้นก็ต้องพบกับจุดจบของมันด้วยเช่นกัน แต่ในแง่ของรายละเอียดบางอย่างในสัญญาณการเข้าซื้อ-ขายนั้น อาจจะถูกเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลานั่นเอง
เมื่อคนกลุ่มใหญ่เริ่มที่จะใช้สัญญาณการเข้าซื้อในรูปแบบเดียวกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะถูกใช้ประโยชน์จากพวก floor trader จนเริ่มที่จะใช้การไม่ได้ ผมขอให้คุณลองได้ลองสังเกตุและค่อยๆเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ในสัญญาณการเข้าซื้อสักเล็กน้อยครับ และต้องจำไว้ให้ดีอย่างหนึ่งว่า นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่นั้น มักที่จะต้องการวิธีการในการที่จะเอาชนะตลาดอย่างง่ายดาย พวกเขาไม่ต้องการ “คิด” วิเคราะห์เกี่ยวกับรายละเอียดของมันสักเท่าไหร่ พวกเขาจะใช้มันจนมันเริ่มที่จะใช้ไม่ได้ แต่เมื่อไหร่ที่สัญญาณบางอย่างเริ่มที่จะใช้ไม่ได้ ผมขอให้คุณถามตัวเองว่า “ผมจะทำอย่างไร ให้แนวทางการเล่นหุ้นแบบนี้กลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง?” แล้วจึงค่อยกลับไปใช้มัน คุณจะต้องคอยปรับเปลี่ยนสัญญาณบ้างเล็กน้อยในทุกๆหลายปีหรือมากกว่านั้นครับ
I: Nic คุณยังประสบความสำเร็จอยู่เช่นเคย เหมือนกับในช่วงปีค.ศ. 1950 ใช่ไหม?
Nic: ใช่ครับ! แต่ตลาดก็ไม่ได้ใจดีอยู่เสมอสักเท่าไหร่นัก เช่นในขณะนี้ก็กำลังดูเหมือนว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของตลาดหมีอีกครั้ง อย่างที่พวกเราเคยได้ก้าวเข้าสู่ตลาดกระทิงอยู่บ่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะทำก็คือ ผมจะถอยออกมาอยู่ห่างๆจากตลาดหมี และรอคอยที่จะเข้าซื้อหุ้นในแบบของผมเมื่อตลาดกระทิงกลับมา มันยังคงที่จะมีหุ้นแบบ Darvas อยู่เช่นเดิมในตลาดหุ้นแห่งนี้ มันยังคงจะเป็นอย่างนั้นเรื่อยไป ซึ่งนั่นก็คือหุ้นที่จะวิ่งขึ้นไปได้มากกว่า 100% ด้วยปริมาณการซื้อขายที่มากมาย ภายในเวลาน้อยกว่า 6 เดือนเท่านั้นครับ
I: คุณแย่งคำถามผมไปพอดีเลย ผมกำลังที่จะถามคุณว่า คุณทำการ Short หุ้นในตลาดขาลงบ้างไหรือไม่ครับ?
Nic: ไม่ครับ! สิ่งที่ผมจะทำก็เพียงแค่ ถอยออกมาจากตลาดหุ้นแล้วมองดูมันอยู่หางๆ ผมไม่ Short หุ้น หรือเล่นสั้นๆ หรือกระโดดไปมาในตลาดหุ้น พูดง่ายๆก็คือ ผมปฎิเสธที่จะ “เสียเงิน” ของผมไป นอกเสียจากการที่จะตามหาหุ้นแบบ Darvas ของผม
I: เมื่อพูดโดยสรุปย่อๆ แนวทางการลงทุนของคุณคือแบบนี้ใช่ไหม?
รอคอยให้ถึงช่วงเวลาของตลาดกระทิง แล้วมองไปยังอุตสาหกรรมที่เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ หลังจากนั้น จงมองหาหุ้นที่เป็นผู้นำตลาดจากอุตสาหกรรมนั้น และคอยติดตามว่า มันได้ส่งสัญญาณในการเข้าซื้อที่ดีออกมาบ้างหรือไม่?
Nic: ถ้าพูดโดยสรุปย่อๆแล้วล่ะก็ ผมก็เห็นด้วยเช่นนั้นครับ
I: Nic ทำไมดูราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่แสนจะง่ายดายสำหรับคุณ ในการสร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาลจากตลาดหุ้น แต่ผู้คนมากมายกลับไม่สามารถทำได้อย่างคุณล่ะ? มันช่างแปลกประหลาดใจสำหรับผมจริงๆ ที่ดูเหมือนว่าสำหรับคุณแล้ว มันดูแทบไม่ต้องออกแรงเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ผมคงจะต้องบอกตามตรงว่าร้อยละ 99% ของนักลงทุนส่วนใหญ่นั้น มักที่จะขาดทุนในตลาดหุ้นอยู่เป็นประจำครับ
darvas บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น 3-1 Nic: ผมอยากจะบอกคุณว่า ถึงแม้ผมจะทำเงินได้จากตลาดหุ้น แต่ผมไม่เคยคิดว่ามันง่ายสำหรับผมเลยสักครั้ง ผมก็เป็นคนๆหนึ่ง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำผิดได้อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าในขณะนี้ ผมจะอยู่ในตลาดหุ้นมาอย่างยาวนาน แต่ผมก็ยังมักที่จะแหกระบบของผมบ้างในบ้างครั้ง หรือขาดทุนจากข่าวลืออยู่ในบางครั้ง พวกเราทุกคนนั้นมีความเป็นมนุษย์ และมีแนวโน้มที่จะทำผิดพลาดอยู่เสมอครับ อย่าลืมว่าผมต้องผ่านช่วงเวลาในการเรียนรู้ที่เจ็บปวดถึง 5 ปี ตั้งแต่ช่วงปี 1953-1958 ซึ่งผมได้สูญเสียเงินทุนของผมเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ก่อนที่ผมจะสามารถแยกแยะได้ว่า สิ่งไหนที่ใช้ได้ สิ่งไหนที่ใช้ไม่ได้ แล้วผมก็โชคดีพอที่จะทำมันได้ในช่วงปี 1958-1960 ในขณะที่ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะกระทิงของมันนั่นเอง ผม ยังคงได้รับจดหมายหลายร้อยฉบับจากนักลงทุนต่างๆ และสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้ก็คือ ผมมักจะเห็นรูปแบบของความล้มเหลวเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งมาจากเหตุผลหลักอย่างหนึ่งก็คือ.. พวกเขาไม่อุทิศหรือทุ่มเทเวลาให้กับระบบการลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งจนมากเพียงพอ
พวกเขามักที่จะพนันกับข่าวลือต่างๆ หรือจากคำแนะนำการลงทุนในหุ้นราคาถูก พวก เขาขาด “วินัย” ในการที่จะทำตามระบบการลงทุนรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อรอให้ถึงเวลาสำหรับโอกาสที่ดีที่สุดในการทำกำไร ซึ่งก็เป็นผลมาจาก “ความโลภ” จนมากเกินไปของพวกเขานั่นเอง พวกเขาไม่ได้เรียน รู้ว่าอะไรคือพื้นฐานของการเก็งกำไรที่ดี หรือไม่ก็อาจที่จะมีเงินทุนน้อยเกินไป และที่สำคัญ พวกเขามักไม่ได้ทุ่มเทเวลาและความพยายาม ในการที่จะทำความเข้าใจถึงกลไกลการทำงาน ของหุ้นและตลาดหุ้นอย่างเต็มที่อีกด้วย
I: โอเคครับคุณ Nic ขอบคุณมากสำหรับการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คำถามสุดท้ายก่อนที่เราจะจากกัน.. คุณยังคงลงทุนในตลาดอยู่หรือไม่ครับ?
Nic: ขอบคุณเช่นกันครับ และแน่นอนว่าผมยังคงลงทุนอยู่เช่นเคยครับ ทุกๆวันผมจะใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการกวาดตามองไปที่ตลาดและบริหารพอร์ทการลงทุนของผม มันได้กลายเป็นนิสัยที่ผมคิดว่า มันคงจะกลายเป็นความเคยชินของผมไปแล้ว และในทุกๆอาทิตย์นั้น ผมก็ยังคงที่จะตื่นเต้นเมื่อคิดขึ้นมาว่า อาจจะมีหุ้นในแบบของ Darvas กำลังเตรียมตัวที่จะพึ่งขึ้นจากฐานของมันก็เป็นได้ และนี่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมสดชื่นและกระปี้กระเป่า อย่างที่ผมเคยเป็นมาตั้งแต่ปี 1950 จนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณครับ
สำหรับบทสัมภาษณ์เซียนหุ้น Nicholas Darvas ซึ่งเป็นบทสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียวที่เคยมีมา ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้นะครับหวังว่าคงได้อะไรกันบ้างไม่มากก็น้อย ส่วนเรื่องต่อไป เดี๋ยวขอดูก่อนว่าจะลงอะไรต่อดี ใครมีอะไรก็ comment ไว้ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ :D

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘