New high ! จริงหรือหลอกบอกกันอย่างไร ?

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff
วันนี้ผมนำ เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคเล็กๆน้อยมาเล่าให้ฟังกันนะครับ ซึ่งในวันนี้จะเป็นเรื่องของการดู “ความน่าจะเป็น” ว่าหุ้นที่ผ่านแนวต้านไปนั้น มี “ความน่าจะเป็น” แค่ใหนที่มันจะวิ่งต่อไป ไกลแค่ใหน และอย่างไรครับ! โดยบทความชิ้นนี้ผมนำมาแปลสรุปจากบทความของ Tim Ord นักวิเคราะห์หุ้นชื่อดังของอเมริกานะครับ ซึ่งแนวคิดการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคโดยนำวอลุ่มมาพิจรณาประกอบ ณ จุด Breakout นี้เป็นแนวทางการวิเคราะห์ที่มีรากฐานจาก Richard Wyckoff นักเล่นหุ้นระดับตำนานของ Wallstreet ตั้งแต่ยุคปี 1900 โน่นเลยครับ แต่หลักการที่ดีก็คือหลักการที่ดีครับและยังไม่ล้าสมัยไปผมเลยนำมาให้อ่านกันสักทีนะครับ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
หลักการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Wyckoff นั้นถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1930 และจะมีจุดแข็งที่นี่สนใจคือการศึกษาในเรื่องของ Volume ครับ ซึ่งผมเองคิดว่าเป็นเรื่องน่าสนใจทีเดียวหากเรามีสมมุติฐานที่ว่า “ราคานั้นวิ่งไปด้วยแรงดันของวอลุ่ม” ซึ่งในขณะที่ Wyckoff ยังมีชีวิตอยู่นั้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยกราฟยังไม่ค่อยแพร่หลายเท่าไหร่ เครื่องมือสำคัญคือ Tape หรือ บันทึกการซื้อขายประจำวันเท่านั้นครับ (อ่านเรื่อง Tape reading ได้ที่นี่ครับ) แต่ด้วยความที่ Tim Ord แกสนใจจึงนำมาประยุกต์ใช้กับการอ่านกราฟจนกลายเป็นเทคนิคเหล่านี้ครับ เริ่มกันเลยดีกว่า
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ข้อสังเกตุ:
การวิเคราะห์หุ้นด้วยวอลุ่มด้วยวิธีการแบบ Wyckoff นั้น ตัววอลุ่มอย่างเดียวนั้นไม่ไช่สิ่งที่สำคัญนักหากแต่เป็น สัดส่วนความสำพันธ์ หรือ Percentage relationship ของวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงขณะหุ้นได้เคลื่อนผ่านแนวรับ-แนวต้านสำคัญครับ และความสำพันธ์ระหว่างสัดส่วนของวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงนี่เองที่เป็นสิ่งที่จะบอก “ความน่าจะเป็น” ที่ตลาดจะเคลื่อนที่ไปยังทิศทางใดต่อไป
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
กฎการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Tim Ord ด้วยแนวทางของ Richard D. Wyckoff
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.เมื่อหุ้นได้วิ่งไปทดสอบ แนวรับ-แนวต้านเดิมโดยที่วอลุ่มนั้นลดลงตั้งแต่ประมาณ 8% ลงไปนั้นสามารถตีความหมายได้ว่า นี่คือจุดวกกลับหรือ Reversal ของราคา โดยที่การทดสอบแนวรับแนวต้านนี้หมายถึง การที่หุ้นได้เคลื่อนที่ผ่าน แนวรับหรือแนวต้านแล้ววกกลับลงมาในขอบเขตเดิม
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 1
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2.เมื่อหุ้นวิ่งไปทดสอบ แนวรับ-แนวต้านเดิมโดยที่วอลุ่มนั้นลดลงไม่เกิน 3% นั้นมีความ “น่าจะเป็น” ที่หุ้นจะพักตัวแล้วไปต่อ
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 2
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.ให้เลือกใช้การเปรียบเทียบ สัดส่วนปริมาณของวอลุ่มในการทดสอบแนวรับ-แนวต้านเดิมกับ แนวรับ-แนวต้านเดิมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าหุ้นจะเคยทดสอบแนวต้านที่เกิดเป็นครั้งแรกมาหลายครั้งแล้ว (นั่นคือแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญคือ แนวที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและหุ้นยังไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้อย่างชัดเจนครับ)
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 3.1วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 3.2วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 3.3
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4.เมื่อหุ้นสามารถเคลื่อนผ่านแนวรับ-แนวต้านเดิมไปได้ด้วยวอลุ่มที่ไกล้เคียงหรือมากกว่าครั้งเก่าแต่ราคาวกกลับมาที่ขอบเขตเดิมมี “ความน่าจะเป็น” ที่แนวรับ-แนวต้านเดิมจะถูกทดสอบอีกครั้ง
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 4
ปล. การที่เราจะบอกได้ว่า แนวรับ-แนวต้านเดิมจะถูกทดสอบอีกครั้งหรือไม่นั้นความลับอยู่ที่วอลุ่ม
-ถ้าสัดส่วนของวอลุ่มเมื่อหุ้นได้ทดสอบแนวรับ-แนวต้านเดิมนั้น น้อยกว่าหรือเท่ากับ 8% ราคาน่าจะถึงจุดวกกลับ
-ถ้าสัดส่วนของวอลุ่มเมื่อหุ้นได้ทดสอบแนวรับ-แนวต้านเดิมนั้น น้อยกว่าเดิมไม่เกิน 3% ราคาน่าจะวิ่งต่อไป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5.เมื่อหุ้นสามารถวิ่งผ่านแนวรับ-แนวต้านเดิมไปได้ ด้วยสัดส่วนของวอลุ่มที่เบาบางลงกว่าเดิม เท่ากับหรือมากกว่า 8% อาจตีความได้ว่าน่าจะเกิด False Breakout หรือการหลอกซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ราคาหุ้นจะเคลื่อนกลับลงมา ณ ขอบเขตเดิม
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
6.เมื่อราคาหุ้นกระโดดขึ้นหรือลง ที่เราเรียกว่าเปิด “Gapจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดของช่องว่างระหว่าง Gap ถือเป็นแนวรับและแนวต้านได้เช่นเดียวกับแนวรับ-แนวต้าน ที่เกิดขึ้นจากการที่หุ้นเคลื่อนที่วกกลับไปจริงๆ และสามารถใช้หลักการวิเคราะห์สัดส่วนของวอลุ่มการซื้อขายได้เช่นกัน
วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Wyckoff ข้อ 6.1
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
นี่คือ หลักการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่ Tim Ord นั้นนำมาพัฒนาต่อจาก Richard D. Wyckoff ครับหากอยากทราบรายละเอียดแบบเจาะลึกเพิ่มเติมแนะนำให้ลองหาหนังสือหุ้น The Secret Science of Price and Volume เขียนโดย Tim Ord เพิ่ม เติมนะครับ ลองนำไปประยุกต์ใช้และสังเกตุเพิ่มเติมกับตลาดบ้านเรากันดูนะครับสำหรับ วันนี้จบแล้วครับ เจอกับเรื่องราวดีๆที่ผมจะเก็บมาเล่าอย่างนี้ได้เหมือนเดิมพรุ่งนี้ที่นี่ แมงเม่าคลับ.คอม นะครับโชคดีกับการเล่นหุ้นในอาทิตย์นี้ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘