บทสัมภาษณ์ Mark douglas : Winning Mindset(1)

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
Mark douglasวันนี้ผมนำบทสัมภาษณ์ของ Mark Douglas เซียนหุ้นที่เป็นที่ยอมรับกันว่า เขามีความชำนาญ และแนวคิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับแง่มุมทางด้านจิตวิทยาการลงทุนเป็นอย่างสูง ในระดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวครับ โดยเขาได้เคยเขียนหนังสือหุ้นไว้สองเล่มที่โด่งดังมาก และถือเป็น Must Read! เลยทีเดียวนั่นก็คือ The Discipline Trader และ Trading in The Zone (ซึ่งผมเคยได้นำมาแนะนำไปแล้ว)
ผมคิดว่านี่เป็นบทความที่ดีมากสำหรับหลายๆคน ที่จะหันมามองถึงความสำคัญทางด้านจิตใจ หรือจิตวิทยาการลงทุนในการเล่นหุ้นครับ อ่านๆไปแรกๆอาจจะไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ เพราะไม่มีเทคนิคร้อนๆ หรือ Holy grail มาบอก แต่ขอให้อ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะพบว่าของเขาดีจริงๆครับ หรือหากใครไม่คิดอ่านหนังสือที่เขาเขียน ลองอ่านบทสัมภาษณ์สั้นๆนี้ดูก่อน คิดว่าคงจะเปลี่ยนใจครับ ผมจะทยอยลงต่อๆกันประมาณ 3-4 ตอนนะครับ

Q: Mark คุณเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเก็งกำไรได้อย่างไร
A: ผมเริ่มต้นการเก็งกำไรจากตลาด Future(อนุพันธ์ ล่วงหน้า) ตั้งแต่เมื่อปี 1978 ครับ โดยในขณะนั้น ผมทำงานเป็นผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่งอยู่ แต่ผมรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำอยู่ จนในวันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์ จากโบรคเกอร์แห่งหนึ่ง ของตลาด Commodities ผมจึงตัดสินใจ ที่จะลองเก็งกำไรดูครับ ซึ่งในที่สุดผมก็ได้เริ่มต้น กับการเก็งกำไรในทองคำ หลังจากนั้นมา ผมก็หลงใหลในการเก็งกำไรเป็นอย่างมาก อย่างที่ทุกๆคนเป็น
Q: คุณเริ่มต้นด้วยการมีกำไรหรือไม่ครับ?
A: แน่นอน! และอย่างมากด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมได้รู้จักกับหลายๆคน ส่วนใหญ่แล้ว ทุกๆคนก็มักจะเริ่มต้นด้วยการมีกำไรกันทั้งนั้น
Q: ซึ่งมันทำให้คุณคิดว่า นี่คือสิ่งที่เป็นไปได้ใช่ไหม?
A: ถูกต้องครับ ซึ่งหลังจากที่ผมทำกำไรได้หลายครั้ง แม้ผมจะจำไม่ได้ว่ามันกี่ครั้ง แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ผมติดอกติดใจ ในการเก็งกำไรเป็นอย่างมาก จนถึงจุดที่ว่า การเก็งกำไรกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว จนทำให้ผมได้ตัดสินใจลากออกจากการเป็นผู้บริหาร โดยมุ่งหน้าไปที่ชิคาโกแทน และผมก็ได้เข้าทำงานกับบริษัท Merrill Lynch ด้วยการเป็นโบรคเกอร์ที่ CBOT(Chicago Board of Trade)


Q: คุณตัดสินใจลาออก และทำในสิ่งที่คุณต้องการ แต่แล้ว..
A: เพื่อที่จะทำให้เรื่องมันสั้นลง.. ภายในเวลาเพียง 9 เดือน ผมเสียทุกอย่างไปจนหมดตัวครับ
Q: มันต้องเป็นหายนะ สำหรับคุณแน่ๆ?
A: ใช่แล้วครับ แต่มีบางสิ่งที่ค่อนข้างพิเศษเกิดขึ้นกับผม ซึ่งทำให้ผมลุกขึ้นมา และก้าวต่อไป
Q: นั่นคือ ?
A: อย่างแรกก็คือ ตั้งแต่ที่ผมได้เริ่มเข้ามาเก็งกำไร ผมรู้สึกเสมอว่า จริงๆแล้วการเก็งกำไรนั้น มันคือการต่อสู้กับจิตใจของเราเอง โดยมุมมอง และทัศนคติของผมเองนั้น มีส่วนสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดในการเก็งกำไร ซึ่งมันก็ตรงกับแนวคิด ในหนังสือเล่มแรกที่ผมได้ซื้อมาอ่านตั้งแต่ปี 1980 เขียนโดย Jake Bernstein(Investor’s Quotient) และนั่นทำให้ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมคิด คือสิ่งที่สำคัญมาก และเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเขียนบันทึกประจำวันอย่างละเอียด ตลอดช่วงเวลาที่ทำงานอยู่กับบริษัท Merrill Lynch ครับ
Q: คุณได้เขียนอะไรลงไปบ้าง?
A: ผมได้เขียนถึง พฤติกรรมการเก็งกำไรของผม, สภาวะจิตใจของผม และสภาวะจิตใจที่เกิดขึ้นกับของลูกค้าของผม โดยผมได้เขียนบันทึก เกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมที่ผมสังเกตเห็น ไม่เพียงแต่เฉพาะจากตัวของผม แต่รวมถึงทุกๆคนที่อยู่ในออฟฟิส และจากนักเก็งกำไรในห้องค้า (Floor Trader) ซึ่งผมรู้จักอีกด้วยครับ
Q: อะไรคือความลับ ที่คุณได้จากมัน?
A: เมื่อครั้งแรกที่ผมมาถึงชิคาโกนั้น ผมมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันนั้น ผมกลับเผชิญกับความกลัวที่อยู่ในใจของผมตลอดเวลา โดยในขณะนั้น ผมได้เก็งกำไรมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ จนทั้งครอบครัว และเพื่อนฝูงของผมต่างคิดว่าผมนั้นมันบ้า ที่ผมตัดสินใจออกมาจากธุรกิจที่ผมทำอยู่ แทบจะไม่มีใครที่ยอมรับผมเลย ถึงแม้ผมจะมุ่งมั่นแค่ไหน แต่ผมก็ยังมีความกลัวที่จะล้มเหลว อยู่ภายในจิตใจตลอดเวลา
Q: คุณประสบความสำเร็จ กับสิ่งที่คุณทำอยู่ก่อนหน้าใช่ไหม?
A: ใช่แล้ว ในตอนนั้น ผมพึ่งจะมีอายุแค่ 33 ปี โดยมีรายได้เป็นเลข 6 หลักต่อเดือน และได้ทำในสิ่งที่ผม คิดว่าจะทำให้ผมมีความสุขทุกอย่าง แต่ผมกลับไม่มีความสุขเอาเสียเลย ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่ชิคาโก เพื่อทำตามความฝันของผมครับ
และจากไลฟ์สไตล์ของผมนั้น ผมชินกับการอยู่ในมิชิแกน และชิคาโก ซึ่งผมได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหรามาตลอด และนั่นทำให้ผม จำเป็นต้องทำเงินให้ได้ จากการเป็นนักเก็งกำไร แต่แล้วก็มีบางสิ่ง ที่ทำให้มันไม่เป็นไปอย่างที่ผมคาดคิด มันมีบางอย่างที่ผิดพลาดไป
Q: อะไรคือบางสิ่ง ที่คอยขัดขวางคุณอยู่?
A: ในตอนนั้น ผมไม่รู้จักใครเลย ที่สามารถทำเงินได้จากการเก็งกำไร! และผมก็ไม่เจอใครเลย ที่สามารถทำความฝันของพวกเขาให้เป็นจริงได้ในตลาดแห่งนี้ นั่นทำให้ความฝันของผม กลายเป็นฝันร้ายอย่างที่สุด ผมต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวที่ทรมานที่สุดครับ
Q: โอ้!!
A: คุณรู้ไหม อะไรคือสิ่งที่น่าสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น? นั่นก็คือ ผมตกอยู่ในสถานการณ์ที่.. ถึงแม้ว่าผมจะสามารถเก็งกำไรต่อไปได้ แต่ผมกลับไม่ได้เก็งกำไรด้วยเงินของผมเอง เพราะผมหมดตัวและสูญเสียทุกอย่างไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมเลิกราจากมัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว คนที่ยอมแพ้ก็มักจะเดินจากไป อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเขาจะมีเงินก้อนใหม่ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มันคือการเดินจากไปอย่างไม่หวนกลับมาครับ
Q: แล้วคุณยังสู้ต่อหรือไม่?
A: ผมยังคงทำงานอยู่กับ Merill Lynch โดยผมสามารถจัดการกับปัญหาด้านการเงินของผมได้ เนื่องจากผมยังมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในมิชิแกน และไม่มีใครในชิคาโก ที่รู้ว่าผมได้หมดตัวไปแล้ว
Q: อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของคุณล่ะ?
A: เมื่อผมคิดได้ว่า(ซึ่งผมจำไม่ได้ว่า ต้องใช้เวลานานแค่ไหน) ผมจะต้องทำได้!! และหลังจากที่ผมรู้สึกได้อย่างนั้น ความกลัวของผมก็หายไป ผมตระหนักถึงคุณค่าในตัวของผมมากกว่าที่เคยเป็น ผมรู้สึกว่าผมยังสามารถคิดได้ ผมยังสุขภาพดีอยู่ ผมก็มีพรสวรรค์ของผมอยู่ และเมื่อผมตระหนักถึงคุณค่าในตัวของผมได้ ความกลัวทุกอย่างก็หายไปในทันทีครับ
Q: คุณกำลังบอกว่า คุณรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่จุดจบของโลกใบนี้?
A: ครับ มันไม่ได้แย่อย่างที่ผมคิดไว้ ซึ่งความจริงแล้ว มันทำให้สิ่งที่บังตาของผมอยู่หายไป และทำให้ผมรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผมต้องทำมัน และจากการที่ผมได้ผ่านช่วงชีวิตที่ตกต่ำที่สุดมาแล้ว และพบว่าผมก็ยังอยู่ได้ ผมจึงไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป ผมรู้สึกได้ว่า ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่าสิ่งที่ผมได้พบเจอมาแล้ว
Q: หลังจากสิ่งที่บังตาของคุณหายไป อะไรคือสิ่งที่คุณเห็น?
A: ผมเห็นรูปแบบพฤติกรรม ที่คอยปิดกั้นความสำเร็จของตัวผม และของนักเก็งกำไรคนอื่นๆ ซึ่งเป็นรูปแบบที่จะขัดขวางเราจากความสำเร็จ และมันทำให้ผมเห็น ในสิ่งที่นักเก็งกำไรจำเป็นต้องทำเพื่อความสำเร็จของพวกเขา หลังจากนั้นในช่วงหน้าร้อนปี 1982 ผมจึงเริ่มต้นเขียนหนังสือ The Discipline Trader และก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนของผมขึ้นครับ
Q: อะไรคือรูปแบบพฤติกรรม ที่คอยขัดขวางนักเก็งกำไรจากความสำเร็จ?
A: ผมขอยกตัวอย่างเช่น การที่คุณมักจะเข้าซื้อเร็วเกินไป ก่อนที่ตลาดจะมีสัญญาณเกิดขึ้น หรือไม่ก็ช้าเกินไป หลังจากที่ตลาดเกิดสัญญาณขึ้นนานแล้ว หรือแม้กระทั่งการขาดทุนมากขึ้นกว่าเดิม จากการที่คุณเลื่อนจุดตัดขาดทุนของคุณออกไป โดย สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงรูปแบบพฤติกรรมบางอย่างเท่านั้น ซึ่งเกิดมาจากความกลัวหลักๆ 4 ชนิด ที่นักเก็งกำไรชั้นยอดนั้นจะคอยจัดการกับมันอยู่เสมอ

Q: มีความกลัวประเภทไหนบ้าง?
A: โดย ทั่วไปแล้ว นักเก็งกำไรส่วนใหญ่ จะมีความกลัวอยู่ 4 ชนิดหลักๆ นั่นก็คือ ความกลัวที่จะผิดพลาด, ความกลัวที่จะขาดทุน, ความกลัวที่จะพลาดโอกาสไป และสุดท้ายคือความกลัวที่จะปล่อยให้กำไรหลุดลอยไป ซึ่งผมพบว่า ความกลัวทั้ง 4 ชนิดนี้คือตัวการหลักๆที่ทำให้เรา ทำในสิ่งที่ผิดสำในการเก็งกำไรมากกว่า 90%-95% เลยทีเดียว
หรือหากจะให้ยกตัวอย่างก็คือ ทำไมทั้งๆที่คุณสามารถมองเห็นโอกาส แต่อะไรคือสิ่งที่ขัดขวางคุณไม่ให้ทำมันล่ะ? ความกลัวของคุณไงล่ะครับ! ความกลัวนั่นเองที่ทำให้คุณทำอะไรไม่ได้ ความกลัวจะทำให้มุมมองของคุณแคบลง ในลักษณะที่จะทำให้คุณไม่สามารถทำในสิ่งที่คุณรู้ได้
Q: แล้วคุณคิดว่าความกลัวทั้ง 4 ชนิดนี้มาจากไหน?
A: มันถูกบ่มเพาะมาจากวัฒนธรรม และสังคมของพวกเราเอง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่ใครสักคนจะเติบโตมาโดยไม่เคยเรียนรู้ที่จะต้องกลัวบางสิ่ง เช่น กลัวที่จะผิดพลาด หรือกลัวที่จะต้องสุญเสียบางสิ่งไป อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีวิธีการบางอย่าง ที่จะช่วยให้เราแก้ไขมันได้ หรือเรียกบางอย่างที่สูญเสียไปกลับคืนมาให้เรา และนี่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเรื่องของการเงิน มันสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกอย่าง แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามีวิธีการเหล่านี้อยู่ครับ
จบตอนที่ 1
สำหรับตอนที่ 1 ผมคงจบไว้เพียงเท่านี้ก่อน ยาวไปอ่านแล้วอาจง่วงครับ ผมรู้ดี ^_^ แล้วผมจะลงต่อให้ในตอนที่ 2 ซึ่งจะเริ่มเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมครับ อยากให้ลองติดตามกันจนจบนะครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘