ว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง Expectancy : The Holy Grail of Trading

ในการที่จะอยู่รอดจากการเก็งกำไรในตลาดหุ้นนั้น มันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณจะต้องทำความเข้าใจกับสมการคณิตศาสตร์บางชนิด เพื่อที่จะเพิ่มพูนศักย์ภาพของการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวของคุณ ซึ่งนั่นก็คือเรื่องของค่าความคาดหวัง โดยเรามักจะเรียกมันในวงการเก็งกำไรว่าค่า “กำไรคาดหวัง หรือ Expectancy” นั่นเอง




แล้วอะไรคือ “กำไรคาดหวัง” น่ะหรือ?
ความหมายของค่ากำไรคาดหวังหรือ Expectancy (โดย Van Tharp Institute) ถูกอธิบายไว้ดังนี้
“ระบบการลงทุน (Trading System) แต่ละรูปแบบนั้น สามารถที่จะจำแนกหรือบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของมันได้ โดยการวิเคราะห์ถึงผลของค่า “R” (ผลกำไรขาดทุนเมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงเริ่มต้น) ที่ระบบการลงทุนนั้นๆได้ปลดปล่อยออกมาในช่วงเวลาหนึ่งๆ ดังนั้น “กำไรคาดหวัง หรือ Expectancy” จึงสามารถอธิบายอย่างง่ายๆได้ว่า มันคือค่าเฉลี่ยของค่า “R” ที่มันได้ให้ออกมาในช่วงเวลาหนึ่งนั่นเอง”
จากประโยคที่คุณได้อ่านนั้นบอกให้เรารู้ว่า ก่อนที่เราจะสามารถเข้าใจถึงค่า “Expectancy” ได้นั้น เราจึงต้องทำความเข้าใจถึงค่า “R-multiple” เสียก่อน และนี่คือความหมายของมัน
“R-multiples” คือ อัตราส่วนของผลกำไรหรือขาดทุน จากความเสี่ยงเริ่มต้นที่คุณได้กำหนดเอาไว้”
ยกตัวอย่างเช่น
หากคุณต้องการที่จะเข้าซื้อหุ้น ABC ในขณะนี้
และคุณได้ทำการเข้าซื้อหุ้น ABC เป็นจำนวน 100 หุ้นที่ราคา 10 ดอลลาร์
โดยที่คุณได้ทำการตั้งจุดขาดทุนไว้ที่ราคา 9 ดอลลาร์
ดังนั้น หากราคาหุ้นตกลงมาถึงที่ราคา 9 ดอลลาร์ คุณจะทำการขายหุ้น ABC ทิ้งทั้งหมด โดยยอมรับการขาดทุนเป็นเงิน 100 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป คุณได้ทำการขายหุ้นไปที่ราคา 13 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นกำไร 300 ดอลลาร์ออกมา
จากตัวอย่างที่คุณเห็นนี้ จะเห็นได้ว่า หากว่าราคาของหุ้นตกลงมา เราจะทำการขายหุ้น ABC ออกไปที่ราคา 9 ดอลลาร์/หุ้น ดังนั้น ความเสี่ยงเริ่มต้นของเรา (Initial Risk= “R”) จึงเท่ากับเงินจำนวน 100 ดอลลาร์ หรือ R = $100 นั่นเอง โดยผลสรุปที่ออกมาจากการเก็งกำไรครั้งนี้ก็คือ เราได้ทำการขายหุ้นไปที่ราคา 13 ดอลลาร์/หุ้น คิดเป็นกำไร 300 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่ากับกำไร +3R นั่นเอง (300/100) ในทางกลับกันนั้น หากผลที่ออกมาคือเรากลับขาดทุนเป็นเงิน 200 ดอลลาร์ นั่นจะทำให้เรามีการขาดทุนเท่ากับ -2R ขึ้นมาแทน (คุณอาจสงสัยว่า ทำไมเราถึงขาดทุน -2R ทั้งๆที่เราได้วางแผนที่จะตัดขาดทุนที่ -1R เท่านั้น? คำตอบนั้นมีได้หลายสาเหตุ เช่น บางทีราคาของหุ้นอาจเปิดกระโดดข้ามราคาที่เราตั้งไว้ลงมา หรืออาจเกิดจากการดีเลย์ของคำสั่งขาย เมื่อทำการขายจริงๆ)
ในขณะนี้ เมื่อเราได้เข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่า ค่าความเสี่ยงเริ่มต้นหรือค่า “R” นั้นคืออะไร เราจะกลับมามองย้อนกลับไปพูดถึงสมการของค่า “กำไรคาดหวัง” กันอีกครั้ง โดยที่ Dr. Van Tharp ได้อธิบายมันเอาไว้อย่างง่ายๆว่า
“ค่ากำไรคาดหวัง หรือ Expectancy นั้น คือค่าเฉลี่ยของค่า “R” ที่คุณคาดหวังจากระบบการลงทุน ภายใต้การซื้อ-ขายในหลายๆครั้ง หรือพูดอีกอย่างก็คือ ค่า Expectancy จะบอกให้คุณรู้ว่า คุณจะสามารถคาดหวังถึงกำไรจากการซื้อ-ขายหุ้นโดยเฉลี่ยในแต่ละครั้งได้มาก เท่าไหร่ โดยคิดเทียบเป็นอัตราส่วนจากความเสี่ยงเริ่มต้นที่ 1 ดอลลาร์”
ยกตัวอย่างเช่น
———————————————————————————————————————————————————–

ราคาซื้อ จุดตัดขาดทุน ค่า “1R” ราคาขายที่เกิดขึ้นจริง กำไร/ขาดทุน
Trade 1 $50.00 $45.00 $5.00 $60.00 +2R
Trade 2 $22.00 $20.00 $2.00 $16.00 -3R
Trade 3 $100.00 $80.00 $20.00 $300.00 +10R
Trade 4 $79.00 $70.00 $9.00 $70.00 +1R




กำไรสุทธิ +8R
ค่า Expectancy (เฉลี่ย=8R/4) +2R
———————————————————————————————————————————————————–
ตารางผลการลงทุน โดยมีการซื้อ-ขายเกิดขึ้นทั้งหมดจำนวน 4 ครั้ง
กำไรคาดหวัง บริหารเงินทุน หุ้นเรา จะเห็นได้ว่า หลังจากการซื้อ-ขายทั้งหมด 4 ครั้งจบลง เราสามารถที่จะบอกได้ว่าระบบการลงทุนนี้ มีค่า Expectancy อยู่ที่ +2R หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ โดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละครั้งของการซื้อ-ขาย เราจะมีกำไรโดยเฉลี่ยเท่ากับสองเท่าของความเสี่ยงเริ่มต้น หรือ 2R ในแต่ละครั้งนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผลการคำนวณจะบอกให้เรารู้ว่า นี่คือระบบการลงทุนที่มีค่า Expectancy เป็นบวก แต่ การสรุปค่าของมันจากการซื้อ-ขายเพียงแค่ 4 ครั้งนั้นถือว่าน้อยจนเกินไปมากๆ ซึ่งที่จริงแล้วนั้น มันควรที่จะถูกคำนวณจากการซื้อ-ขายอย่างน้อย 50-100 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าค่า Expectancy ที่ได้ออกมานั้นมีความเสถียรและแม่นยำจริงๆ
ในตอนนี้ เมื่อเราได้เข้าใจถึงค่า “R” และค่า “Expectancy” อย่างชัดเจนแล้วนั้น เราควรที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่า อะไรคือสิ่งที่เราควรเพ่งความสนใจไปที่มันจริงๆ หากเราต้องการที่จะทำการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบการลงทุนของเราต่อไป และนี่คือสมการของค่ากำไรคาดหวังหรือ Expectancy ในอีกรูปแบบหนึ่ง :
Expectancy=(Winning Probability x Average Win)-(Losing Probability x Average Loss)
โดยที่
Winning Probability (WP) = ความน่าจะเป็นที่จะได้กำไร
Average Win (AW) = ขนาดของกำไรโดยเฉลี่ย (กำไรทั้งหมด/จำนวนครั้งที่ได้กำไร)
Losing Probability (LP) = ความน่าจะเป็นที่จะขาดทุน (กำไรทั้งหมด/จำนวนครั้งที่ขาดทุน)
Average Loss (AL) = ขนาดของการขาดทุนโดยเฉลี่ย
จากตัวอย่างในระบบที่แล้วนั้น เราจะมี Winning Probability ที่ 2/4 ครั้ง (0.50) โดยมี Average Win เท่ากับ 12R/2R (6R) และเราจะมี Losing Probability เท่ากับ 2/4 ครั้ง (0.50) โดยมี Average Loss เท่ากับ -4R/2 (2R) นั่นเอง ดังนั้น
Expectancy = (0.5 x 6R)-(0.5 x 2R) = 3R-1R = 2R
( *เราสามารถใช้สมการนี้หากำไรโดยเฉลี่ยต่อครั้งคิดเป็นจำนวนเงินก็ได้ หรือคิดเป็นอัตราส่วน R-multiple ก็ได้เช่นกัน โดยแปลงกำไร-ขาดทุนแต่ละครั้งให้ออกมาเป็นค่า “R” ก่อนนั่นเอง)
สรุป : เราจะเห็นได้ว่า มี ตัวแปรหลักๆอยู่ 4 ตัวที่มีผลต่อค่ากำไรคาดหวังของเรา เราจึงควรที่จะให้ความสนใจกับสิ่งเหล่านี้เพื่อเพิ่มพูลประสิทธิภาพของค่า กำไรคาดหวังหรือ Expectancy ของเรา โดยเรามีทางเลือกดังนี้
1.เพิ่มความน่าจะเป็นที่จะได้กำไรของระบบ (Winning Probability)
2.เพิ่มอัตราส่วนขนาดของกำไรต่อความเสี่ยง (+R)
3.ลดความน่าจะเป็นที่จะขาดทุน (Losing Probability)
4.ลดอัตราส่วนขนาดของการขาดทุนต่อความเสี่ยง (-R)
และนี่คือตัวแปรทั้ง 4 ตัว ซึ่งเปรียบเสมือนกับ Holy Grail ที่แท้จริงของระบบการลงทุนของเรา จง พยายามที่จะปรับตัวเลขเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น เพราะการเก็งกำไรนั้น แท้จริงแล้วมันเกี่ยวกับการที่ว่า เราจะสามารถควบคุมตัวแปรเหล่านี้ได้ดีเพียงใดนั่นเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร