การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)

มักจะมีคำถามที่ว่า การควบคุมความเสี่ยง หรือการใช้ Money Management นั้นมีความสำคัญขนาดไหนในการลงทุน และมีหลายๆคนอยากรู้ว่าการใช้กับไม่ใช้นั้นให้ผลที่ต่างกันแค่ไหน วันนี้ผมนำบทความดีๆของ Ed Seykota และ Dave Druz มาฝากให้อ่านกันครับ คิดว่าน่าจะทำให้หลายๆคนหายข้องใจ และเริ่มสนใจในการใช้ Money Management อย่างจริงจังกันขึ้นมานะครับ

วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน
นักเก็งกำไรมืออาชีพ นั้น เป็นผู้ที่รู้ซึ้งถึงความสำคัญของการควบคุมความเสี่ยง(Risk Management)เป็นอย่างดี หากคุณเสี่ยงทีละน้อย คุณจะได้กำไรไม่มากเท่าไหร่ แต่หากคุณเสี่ยงมากเกินไป สุดท้ายคุณก็จะหมดตัวนั่นเอง ความเสี่ยงที่เหมาะสมนั้น แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่อยู่ตรงกลางและพอดี โดยในบทความนี้ Ed Seykota และ Dave Druz ได้นำข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนในการลงทุน ซึ่งพวกเขาเคยได้ใช้ในการอบรมและสัมนาต่างๆทั่วประเทศอเมริกามานำเสนอให้ ทราบกันครับ
วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน
การซื้อ-ขายหุ้นโดยมีการคำนวณถึงจุดตัดขาดทุนล่วงหน้านั้น สามารถเทียบได้กับลักษณะของการวางเดิมพันต่างๆ โดยการที่ยิ่งคุณเสี่ยงมากเท่าไหร่นั้น ก็จะมีผลทำให้เดิมพันของคุณ(จำนวนเงินที่วางลงไป)มากตามขึ้นไปด้วย การเดิมพันที่เน้นความปลอดภัยนั้น ก็จะให้ผลการเล่นที่ปลอดภัยและผลตอบแทนที่ไม่มากเท่าไหร่ แต่การเดิมพันที่บ้าระห่ำนั้น ก็จะนำไปซึ่งการหมดตัวในท้ายที่สุดนั่นเอง นัก เก็งกำไรที่บ้าบิ่นนั้นมักจะเดิมพันเป็นเงินจำนวนมากและรู้สึกถึงความกดดัน ซึ่งในที่นี่เราจะเรียกว่า “ความร้อนระอุ(Heat)” ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของเงินทุนในบัญชีของเรานั่นเอง
Portfolio ที่ร้อนระอุนั้นเป็นเพราะมันมีความเสี่ยงที่มากกว่าธรรมดา แต่ Portfolio Heat นั้นก็มักที่จะมีความเกี่ยวเนื่องมาจากบุคลิกนิสัยของนักเก็งกำไรคนนั้นๆ เช่นกัน โดยนักเก็งกำไรที่บ้าบิ่นนั้น มักชอบและสามารถที่จะรับมือกับความร้อนระอุของ Portfolio ได้เป็นอย่างดี แต่ในทางตรงกันข้ามแล้ว นักเก็งกำไรที่ค่อนข้างมีความอนุรักษ์นิยม หรือเน้นความปลอดภัยส่วนใหญ่นั้น ก็มักที่จะพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้มันเกิดความร้อนระอุใน Portfolio ขึ้นมา
การบริหารเงินลงทุนใน Portfolio นั้น ก็คือการกระจายเงินเดิมพันไปตามสัดส่วน จากระดับความร้อน(Heat)สูงสุดที่ยอมรับได้ของ Portfolio นั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น Portfolio ที่มีการกระจายความเสี่ยงไปตามหน่วยลงทุนต่างๆส่วนละ 2% เป็นจำนวน 5 ส่วนนั้น จะมีความร้อนระอุ หรือ Heat อยู่ที่ 10% นั่นเอง ซึ่งมันก็จะมี Heat ที่เทียบเท่าได้กับ Portfolio ซึ่งกระจายความเสี่ยงไปยังหน่วยลงทุน 2 ส่วน โดยมีความเสี่ยงส่วนละ 5% เช่นกัน
วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน
ผลการศึกษาเกี่ยวกับระดับความร้อนระอุหรือ Heat นั้น ได้ทำให้เราพบว่า
1) ระบบการลงทุนต่างๆนั้น จะมีระดับของ Heat ที่เหมาะสมของตัวมันเอง
2) การควบคุมความร้อนระอุหรือ Heat นั้น มีความสำคัญกว่าการพยายามปรับปรุงสัญญาณการซื้อ-ขายเป็นอย่างมาก
3) นักเก็งกำไรหลายๆคนนั้น มักที่จะมองข้ามความสำคัญของตัวแปรทั้งสองข้อข้างบนไป
วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน
การสุ่มโยนเหรียญ
วิธีหนึ่งในการที่จะช่วยในการทำความเข้าใจถึงเรื่องของ Portfolio Heat ก็คือ การจินตนาการถึงลำดับของการออกหัว-ก้อยในการโยนเหรียญ โดยการที่เมื่อเหรียญออกหัวคุณจะได้ 2 และเมื่อเหรียญออกก้อยคุณจะเสีย 1 นั้น ถือเป็นการเปรียบเทียบได้กับระบบการลงทุนที่ดีระบบหนึ่ง คำถามก็คือ ระดับความเสี่ยงคงที่ของเงินทุน หรือที่เรียกว่า Fixed Fraction ที่เหมาะสมในการเดิมพันกับการสุ่มโยนเหรียญหัว-ก้อยนี้คือเท่าไหร่? { Fixed Fraction คือการกำหนดระดับความเสี่ยงของเงินทุนเป็น % ร้อยละ ให้เท่ากันในทุกๆเทรดครับ}
ความจริงแล้วปริศนาข้อนี้ได้ถูกเปิดเผยมาแล้วหลายๆครั้งในการอบรมและ สัมมนาต่างๆหลายๆที่ โดยที่มันมักที่จะถูกอธิบายออกมาในลักษณะที่ยากและซับซ้อนจนน่าตกใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆที่มักจะสามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย จากการพยายามหาคำตอบของคำถามข้อนี้ก็คือ
1) ในระยะยาวแล้ว การออกหัวและการออกก้อยนั้นจะมีสัดส่วนๆเท่าๆกัน
2) ลำดับขั้นของการออกหัว-ก้อยนั้น ไม่มีผลทำให้จำนวนเงินที่เหลืออยู่ตอนสุดท้ายต่างกัน
3) ผลของการการออกหัว-ก้อย เป็นจำนวน N รอบนั้น มีค่าเทียบเท่ากับผลของการออกหัว-ก้อยหนึ่งรอบคุณด้วยจำนวน N {พูดง่ายๆว่า ไม่ว่าเราจะโยนสัก 100 รอบ หรือ 200 รอบนั้น ความน่าจะเป็นหรือ Probability ของมันก็จะมีค่าเท่าเดิมครับ}
ดังนั้น เราจึงสามารถที่จะตอบคำถามได้โดยง่าย จากการสร้างตารางผลสรุป จากการผลของการออกหัว-ก้อยเพียงรอบเดียวเท่านั้น
clip_image002
ในรูปที่ 1 นั้น แสดงให้เห็นผลของการทดสอบความร้อนระอุหรือ Heat ของ Portfolio ในระดับต่างๆ และมันแสดงให้เราเห็นว่าระดับความเสี่ยงหรือเดิมพันที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่ 25% โดย ณ ระดับนี้นั้นการสุ่มโยนเหรียญ 1 รอบจะทำให้เกิดกำไร 12.5% ขึ้นมา ซึ่งเป็นผลจากการได้กำไร(ออกหัว)ครั้งแรกที่ 50% และขาดทุน(ออกก้อย)ในครั้งที่สองที่ 25% นั่นเอง โดย ผลของการทดสอบระดับความร้อนระอุหรือ Heat Test โดยทั่วไปนั้นแสดงให้เห็นว่า ระดับของ Heat ที่ต่ำนั้น จะทำให้ผลการเติบโตของเงินทุน จะวิ่งขึ้นเป็นสัดส่วนโดยตรง(Linearly)ตามขนาดของเดิมพันที่เพิ่มขึ้น แต่หากระดับของ Heat นั้นมากเกินไป จะเป็นผลทำให้เงินทุนนั้นลดลง เนื่องจากการขาดทุนแต่ละครั้งนั้นส่งผลที่มากเกินไปนั่นเอง โดยในการที่จะนำระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมไปใช้ในการเก็งกำไรจริงๆนั้น นักเก็งกำไรอาจเลือกที่จะเดิมพันน้อยลงกว่าระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมหรือ Optimal Test ลงมา ยกตัวอย่างเช่น ลดลงมาเป็น 15% หรือ 20% แทน โดยการลดระดับความเสี่ยงลงมาก็เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความเครียดจากระดับการลด ลงของเงินทุนหรือ Drawdown ที่มากเกินรับไหวนั่นเอง
การทำการทดสอบ Heat Test นั้น สามารถที่จะแสดงให้เราเห็นระดับของกำไรที่จะเกิดขึ้น และระดับความผันผวนตามความเสี่ยงในระดับที่ต่างๆกัน โดย Heat Test ยังสามารถที่จะช่วยให้นักเก็งกำไรสามารถที่จะอธิบายกับผู้ลงทุนของเขา เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และช่วยในการวางแผนระดับของเงินทุนในการเดิมพันก่อนที่จะเริ่มทำการซื้อ-ขาย มิเช่นนั้นแล้ว ผู้ลงทุนของเขาอาจจะรู้สึกไม่พอใจกับผลการลงทุนที่ให้กำไรน้อยเกินไปหรือมี ความผันผวนที่มากเกินไปจากที่ได้คาดหวังเอาไว้นั่นเอง
วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน
วันนี้จบตอนแรกครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อกันในตอนที่ 2 ค่อยๆอ่าน ค่อยๆทำความเข้าใจไปนะครับ ผมคิดว่าบทความนี้อธิบายได้ชัดเจนและไม่ยากเกินไป ขอให้มีกำไรจากการลงทุนกันทุกคน แล้วพรุ่งนี้เจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘