เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders (9)

หุ้น Turtle Traders Graphic ชั้นเชิงและกลยุทธ์ในการซื้อ-ขายหุ้น Tactics of Turtle Traders

ต่อกันกับวิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders ในตอนที่ 9 กันครับ วันนี้จะพูดถึงในเรื่องของชั้นเชิง และกลยุทธ์ในการซื้อ-ขายของเหล่า Turtle Traders เมื่อต้องเจอกับสภาพตลาดในรูปแบบต่างๆกันครับ


เกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับแนวทางการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า Turtle Traders
Mies van der Rohe สถาปนิกชื่อดังของโลกได้เคยกล่าวเอาไว้ เมื่อพูดถึงการออกแบบของเขาว่า “พระเจ้านั้นทรงอยู่ในรายละเอียด” และนี่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับการระบบการลงทุนด้วยเช่นกัน
การส่งคำสั่งการซื้อขาย
อย่างที่เราได้เคยกล่าวเอาไว้แล้ว Richard Dennis และ William Eckhardt ได้แนะนำเหล่า Turtle Traders ไว้ว่า พวกเราไม่ควรที่จะตั้งคำสั่งการซื้อ-ขายเอาไว้ล่วงหน้า เราได้รับการแนะนำให้จ้องมองตลาด และให้ส่งคำสั่งการซื้อ-ขายในขณะที่ตลาดวิ่งถึงจุดที่เราได้กำหนดเอาไว้ ทันที
พวกเรายังได้รับคำแนะนำอีกด้วยว่า โดยทั่วไปแล้ว มันเป็นการดีกว่าที่เราจะใช้คำสั่ง Limit Order แทนที่จะใช้คำสั่ง Market Order เนื่องจากว่าคำสั่งแบบ Limit Order นั้น จะช่วยให้เราได้ราคาที่ดีกว่า และลด Slippage(การคลาดเคลื่อนของราคาที่เราต้องการซื้อ-ขาย)ได้ดีกว่าคำสั่งแบบ Market Order
ในตลาดทุกๆตลาดนั้น จะมีฝั่งซื้อ(Bid) และฝั่งขาย(Ask)อยู่ตลอดเวลา โดยราคา Bid คือราคาที่ผู้ซื้อนั้นต้องการที่จะจ่าย และราคา Ask คือราคาที่ผู้ขายต้องการที่จะขาย หากเมื่อไหร่ที่ผู้ซื้อยอมที่จะจ่ายแพงกว่าราคาที่ต้องการขาย เมื่อนั้นก็จะเกิดการซื้อ-ขายขึ้น โดยการใช้คำสั่งแบบ Market Order นั้นจะทำให้เราได้ทุกราคาที่ตั้ง Bid หรือ Ask เอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ปริมาณการซื้อ-ขายนั้นมีน้อยมากๆ และในบางครั้งมันทำให้เราได้ราคาที่แย่ที่สุดที่เราต้องการหากเราสั่ง ซื้อ-ขาย เป็นปริมาณจำนวนมากนั่นเอง
ตามปกติแล้ว ตลาดนั้นจะมีช่วงเวลาที่จะตลาดจะเคลื่อนไหวอย่างไร้เหตุผลขึ้นมา ซึ่งบางครั้งเราเรียกมันว่าการกระเพื่อมของราคา และแนวคิดภายใต้การใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order นั้นก็เพื่อที่จะวางคำสั่งซื้อไว้ในราคาที่ต่ำกว่าการกระเพื่อมขึ้นมา แทนที่จะส่งคำสั่งการซื้อขายแบบ Market Order นั่นเอง ซึ่งการใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order นี้ หากเราซื้อในปริมาณที่น้อย มันจะช่วยไม่ให้การซื้อ-ขายของเรากระทบต่อราคาของตลาด และหากเราซื้อในปริมาณที่มาก มันจะช่วยให้มันกระทบต่อตลาดน้อยที่สุด
แน่นอนว่ามันต้องใช้ทักษะพอสมควรในการที่จะสามารถตัดสินใจได้ว่า ราคาไหนคือราคาที่ดีที่สุดในการใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order แต่ด้วยการฝึกฝนบ่อยๆนั้น คุณน่าที่จะได้ราคาที่ดีกว่าโดยการใช้ Limit Order แทนคำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order ครับ
ตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ในบางครั้ง ตลาดนั้นจะเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วมากๆ ซึ่งเป็นผลจากคำสั่งซื้อ-ขายที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว และหากคุณใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order อยู่นั้น คุณก็จะไม่สามารถที่จะซื้อ-ขายได้ทัน ซึ่งหากว่าตลาดอยู่ในช่วงที่มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ ตลาดนั้นอาจจะเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วมากๆในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่า นั้น
โดยในช่วงขณะที่ตลาด เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วนั้น เหล่า Turtle Traders ได้ถูกสอนที่จะไม่ให้ตื่นตระหนกไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น และให้รู้จักรอเวลาที่ตลาดจะเริ่มหยุดนิ่ง ก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อ-ขายเข้าไป
นักเก็งกำไรมือใหม่หลายๆคนมักจะพบว่า นี่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งที่จะปฏิบัติ พวกเขามักจะตื่นตระหนกไปกับมัน และใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order ในทันที และพวกเขามักจะทำอย่างนั้นในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดเช่นกัน และนั่นทำให้มันมักจะจบลงด้วยการที่พวกเขาได้ราคาที่ต่ำที่สุด หรือสูงที่สุดของวันนั่นเอง
ในตลาดที่เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วนั้น จะมีช่วงเวลาที่สภาพคล่องของปริมาณการซื้อขายเบาบางลงอย่างรวดเร็ว โดยในกรณีที่ตลาดเคลื่อนขึ้นไปอย่างรวดเร็วนั้น ผู้ขายมักที่จะหยุดขายและรอขายในราคาที่สูงกว่าเดิม และพวกเขาจะไม่กลับมาเริ่มขายอีกครั้งจนกว่าราคาของมันจะเริ่มหยุดนิ่ง ซึ่งในกรณีนี้นั้น ฝั่งราคาขาย(Ask)จะยกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นผลทำให้ช่วงห่างระหว่างราคาซื้อ-ขายนั้นกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะนี้นั้นฝั่งผู้ซื้อนั้น ก็จะเหมือนกับถูกบังคับให้จ่ายในราคาที่สูงขึ้น จากการที่ผู้ขาย(Ask)ยังคงเรียกราคาที่สูงขึ้นไปกว่าเดิมเรื่อยๆ โดยราคาจะวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็วจนกว่าที่จะเริ่มมีผู้ที่เริ่มขายลง มา และนั่นจะทำให้ตลาดเริ่มชะลอ และหยุดนิ่ง โดยสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาก็คือ การวกกลับของราคาอย่างรวดเร็วกลับลงมาในระดับหนึ่ง
การใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order ในตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนั้น มักจะจบลงด้วยการที่เราได้ราคาที่สูงที่สุดเมื่อตลาดนั้นวิ่งขึ้น ณ จุดที่ราคาเริ่มจะไปหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นจากการที่ผู้ขายเริ่มเข้ามาขายอีก ครั้ง
สำหรับเหล่า Turtle Traders นั้น พวกเราจะรอจนกว่าจะมีบางอย่างบ่งชี้ให้เห็นว่า เกิดการวกกลับลงมาของราคา(ถึงแม้จะเป็นเพียงระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น) ซึ่งนี่จะทำให้เราสามารถได้ราคาที่ดีกว่า แทนที่จะใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order นั่นเอง ถึง แม้ว่านั่นจะทำให้ราคาได้เคลื่อนที่ผ่านจุดตัดขาดทุนของเราไปไกลแล้วก็ตาม พวกเราก็จะขายและออกจากตลาด แต่เราจะไม่ตื่นตระหนกกับมันโดยเด็ดขาด
การเกิดสัญญาณซื้อ-ขายหลายๆสัญญาณขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ในการเป็นนักเก็งกำไรนั้น หลายต่อหลายวันตลาดอาจจะผันผวนแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งน้อยเกินกว่าที่เราจะทำอะไรไป นอกจากเพียงแค่หันไปมองหน่วยลงทุนที่มีอยู่เท่านั้น พวกเราอาจจะต้องอยู่เฉยๆเป็นเวลาหลายวันโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ในบางวันเราอาจจะต้องยุ่งวุ่นวายเป็นอย่างมาก จากการที่เกิดสัญญาณขึ้นพร้อมๆกันหลายๆสัญญาณภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่า นั้น โดยในกรณีนี้ สิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือทำการซื้อ-ขายเมื่อเกิดสัญญาณขึ้น จนกว่าที่เราจะถึงจำนวนหน่วยลงทุนที่เราจำกัดไว้(Position Limit)ในแต่ละตลาด
ในบางครั้ง มีบางวันที่ดูเหมือนว่าทุกๆอย่างดูจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้จากการที่พวกเราไม่มีหน่วยลงทุน(Position)แม้เพียงสักหน่วยเดียว นั้น กลับกลายเป็นว่าพวกเราได้ทำการซื้อเข้ามาจนเต็มจำนวนภายในเวลาเพียงแค่วัน ถึงสองวันเท่านั้น ซึ่งบ่อยครั้ง สัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆกันอย่างรวดเร็วมากๆในตลาดที่มีความเกี่ยวโยง กัน (Correlated) อีกด้วย
และนี่คือสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อตลาดต่างๆวิ่งกระโดดเปิด Gap ข้ามสัญญาณการซื้อของเราไป โดยที่คุณอาจจะเจอกับการที่ตลาดน้ำมันดิบ(Crude Oil), Heating Oil และ Unleaded Gas นั้นเกิดสัญญาณขึ้นภายในวันเดียวกันก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Future Contract)นั้น มันมักที่จะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นบ่อยๆเป็นประจำภายในช่วงเวลาพร้อมๆกันอีก ด้วย


วันนี้จบแค่นี้ครับ เดี๋ยวมาต่อกันในตอนต่อไปวันหลังนะครับ ขอให้มีกำไรกันถ้วนหน้านะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านเรื่องหุ้นดีๆกันต่อที่นี่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร