รู้จุดขายก่อนคุณซื้อ จะได้ไม่ซื่อบื้อ เวลาซื้อแล้วขายไม่ลง

รู้จุดขายก่อนคุณซื้อ จะได้ไม่ซื่อบื้อ เวลาซื้อแล้วขายไม่ลง “Know When to Sell Before You Buy” (One Night Stand Discussion #25)

เคย บ้างมั๊ย ตอนที่คุณเข้าซื้อหุ้นที่คุณมั่นใจว่ากำไรแน่ๆอย่างน้อย 10-20% แต่คุณดัน “ขายหมู” ไปตั้งแต่กำไรได้ 1-3% แล้วหุ้นตัวนั้นก็วิ่งทะลุปล้องบวก 10-20% ได้จริงๆ

เคยบ้างมั๊ย เวลาที่หุ้นที่คุณซื้อ ได้ทะยานขึ้นไป 5% แล้วคุณไม่ขาย เพราะคุณโลภ แต่พอมันร่วงดิ่งลงมาจนขาดทุนย่อยยับ คุณกลับขายมันซะอย่างงั้น

และเคยบ้างมั๊ยครับ ที่คุณซื้อหุ้นโดยที่คุณไม่รู้เลยว่าราคาขายทำกำไรที่เหมาะสมนั้นคือราคาใด
และอีกหลายๆเหตุการณ์ที่ทำให้คุณต้องนั่งเซ็งเป็ด เซ็งจิต และเซ็งกับสิ่งที่คุณได้พลาดไป

เชื่อแน่ครับว่านักลงทุนทุกคน ต้องเคยประสบพบกับเหตุการณ์เช่นนี้กันถ้วนหน้า ผมเองก็เป็นอยู่บ่อยครั้ง (ตอนนี้พยายามแก้ไขอยู่ หุหุ)

ถามว่า..แล้วต้องทำอย่างไร เราถึงจะไม่ “ขายหมู” หรือ “ขาดทุนอ่วม” จากการเข้าซื้อหุ้นในแต่ละครั้ง?

ง่ายๆ เลยครับ!! นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ย่อมต้องมี “ยุทธศาสตร์การขาย” ที่ดี (อันนี้ไม่ใช่กลยุทธ์ทางการตลาดน่ะครับ) แต่มันคือ “หลักเกณฑ์การขายหุ้น” ของนักลงทุนครับ

แล้ว...หลักเกณฑ์การขายหุ้นที่ดีนั้นเป็นอย่างไร? มันจำเป็นต้องมีสูตรหรือหลักการที่ตายตัวหรือไม่?

คำตอบคือ..ไม่ครับ!! เกณฑ์การขายหุ้นที่ดีนั้น ควรจะปรับให้เข้ากับลักษณะนิสัยของนักลงทุนหรือเทรดเดอร์จะดีที่สุดครับ

เช่น สุดยอดนักลงทุนของโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ นั้นได้เชื่อว่าเป็นนักลงทุนที่แทบจะไม่ขายหุ้นที่มีเลย แต่ก็มียกเว้นกับบางกรณีที่หุ้นที่เค้ามีอยู่นั้น ไปตรงตามเกณฑ์การขายของเค้า เช่นหุ้นของบริษัท Disney เจ้าของ Disney Land และ Walt Disney อันระบือโลกนั่นเอง

หรือแม้กระทั่ง จอร์จ โซรอส เข้าพ่อเทรดเดอร์ทุกสถาบัน ที่ไม่ลังเลที่จะขายทิ้งพอร์ทลงทุนของเค้าทั้งหมดในตลาด S&P 500 futures ระหว่างวิกฤติเศรษฐกิจปี 1987 ถึงแม้จะต้องขาดทุนพอสมควร แต่เค้าก็ไม่ลังเลใจที่จะขายทิ้งทั้งหมด เนื่องจากเค้ารู้ว่า สิ่งที่เค้าได้ลงทุนไปนั้น อยู่ผิดทางและตรงกับเกณฑ์การขายที่เค้าได้ตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรก

ทีนี้เรามาดูหลักเกณฑ์ในการขายหุ้นง่ายๆของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ 6 วิธีกันครับ

1.) เมื่อหุ้นที่ถือดันแหกกฎที่คุณวางไว้ เช่นเดียวกับกรณีที่ จอร์จ โซรอซ และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ทำการขายหุ้นอย่างไม่ลังเล เมื่อหุ้นที่มีดันไปโดนเกณฑ์การขายเข้า

2.) เมื่อเกิดเหตุการณ์ตรงกันข้ามกับที่คุณคิดไว้ กรณีนี้อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่นเกิดข่าวลือรุนแรง แรงขายกระหน่ำจนผิดสังเกตุ อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องโกยเถอะโยมครับ แต่ถ้าจะให้ดี ยังไงก็ควรจะขายได้ในช่วงแรกๆน่ะครับ ไม่ใช่ไปขายตอนตลาดร่วงไป 7-8% แล้วเพิ่งมาขาย ไม่ดีๆ

3.) เมื่อได้ราคาตามเป้าหมายที่วางไว้ อันนี้เข้าใจง่ายที่สุดแล้วครับ ไม่ว่าคุณจะวางเป้าหมายกำไรไว้ที่เท่าไหร่ก็ตาม เมื่อถึงเป้าหมาย คุณขาย!! แค่นี้แหล่ะครับ ไม่ใช่โลภถือต่อไปเพราะเห็นว่าจะได้กำไรอีก (บางกรณีอาจจะได้ครับ) ยังไงซะก็ให้คิดเสมอว่า กำไรคือกำไร ถ้าได้ทำตามเป้าหมายแล้ว นั้นแหล่ะคือสุดยอดของนักลงทุนแล้วครับ

4.)เมื่อระบบการเทรดส่งสัญญาณขาย อันนี้แนะนำอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ที่เชื่อมั่นใน Technical Analysis หรือกราฟเทคนิค กราพช่างกล กราฟเทคโนทั้งหลายนั้นแหล่ะครับ เมื่อเกิดสัญญาณขายขึ้น ไม่ว่าตอนนั้นหุ้นจะดีเพียงใด จะไปต่อหรือไม่ ถ้าเครื่องมือส่งสัญญาณขาย คุณก็ต้องขาย!!

5.) เมื่อราคาหุ้นมาแตะจุดขาดทุนที่คุณจะรับได้ (จุด Cut Loss) อันนี้ก็เป็นวินัยในการ Cut Loss หรือการตัดเนื้อร้ายนั้นเองครับ เช่นคุณวางจุด Stop Loss ไว้ที่ 10% จากราคาซื้อขาย ถ้าหุ้นร่วงมาแตะ 10% เมื่อไหร่ คุณก็ต้องทำตามวินัย ก็คือการขายตัดเนื้อร้ายทิ้งทันที อยากให้รู้ว่าการที่มีจุด Stop Loss ทุกครั้งนั้น จะทำให้เราการันตีได้ว่า การลงทุนในแต่ละครั้ง เราจะขาดทุนไม่เกินจำนวนเปอร์เซนต์ที่วางไว้ มันก็เท่ากับปิดประตูแพ้ครับ ที่เหลือก็ค่อยไปดูความสามารถในการทำกำไรหรือการ Let Profit Runs นั้นเอง

6.) เมื่อนักลงทุนรู้ตัวว่ากำลังอยู่ผิดที่ผิดทาง หรือเรียกว่า “รู้ตัวว่าผิด” นั้นเองครับ ข้อนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์พอสมควรครับ อาจจะเกิดโดย “สัญชาตญาณ” หรือ “สิ่งที่เคยพบเจอในอดีต” จึงทำให้นักลงทุนเหล่านี้ รู้ว่าต้องขายทำกำไรหรือขายทิ้งเอาตัวรอดครับ
หาก นักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าทำได้ตามเกณฑ์ที่ตนเองได้วางไว้อย่างเคร่ง ครัดแล้วหล่ะก็ คุณย่อมจะประสบความสำเร็จในเส้นทางการลงทุนในตลาดหุ้นหรือตลาดทางการเงินใดๆ ก็ตามอย่างแน่นอนครับ

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
ถือหุ้นไปเรื่อยๆ จะขายทำกำไร เมื่อถึงเกณฑ์การขายที่ตั้งไว้
จึงมักจะทำกำไร “รอบใหญ่” ได้อยู่เรื่อยๆ

เทรดเดอร์ที่ประสบความล้มเหลว
ไม่มีเกณฑ์การขายเป็นของตัวเอง กังวลว่ากำไรที่ได้เล็กๆน้อยๆ จะกลายเป็นขาดทุน จึงมักจะ “ขายหมู” อยู่ร่ำไป

สิ่ง ที่ยากที่สุดสำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนแนวไหน ไม่ใช่อยู่ที่การ “ซื้อ” ครับ แต่เป็นการ “ขาย” ต่างหากที่ยากยิ่งนัก แต่มันจะง่ายทันทีถ้านักลงทุนวางกฏเกณฑ์ในการขายหุ้นอย่างเป็นระบบ อย่างถูกวิธีและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘