101 ปฏิบัติการพลิกชีวิต ตอนที่ 34 "อย่า 5 ประการ"

คนที่เคยรู้รสชาติความขมขื่นของชีวิตเพราะความไม่ประสีประสากับ เรื่องเงินๆทองๆมาแล้วอย่างผม หรืออีกหลายๆคน ย่อมรับทราบเป็นอย่างดีถึงความโหดร้ายของการไม่มีเงินกันทั้งนั้น
  
     สำหรับคนที่เคยยากลำบากเพราะเงิน รู้ดีว่า เมื่อถึงจุดนั้น เงินจะเข้ามาควบคุมชีวิตของเราอย่างไร แต่หากเรามีความมุ่งมั่นเดินไปในเส้นทางของการเปลี่ยนแปลงเพื่อพลิกชีวิต ในที่สุดปฏิบัติการเพื่อพลิกชีวิตก็จะทำให้เราสามารถที่จะกลับมาเป็นฝ่ายชนะ สามารถที่จะควบคุม และให้เงินทำงานแทนเราได้สำเร็จ

     ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่เคยมีบทเรียน โดยเฉพาะบรรดาเด็กหนุ่มๆคนรุ่นใหม่ไฟแรง ประเภทกุมารทองร้อนวิชายิ่งบรรดาคนที่พอจะมี “แบ็คอัพ” ทางการเงินจากทางบ้านทั้งหลาย ส่วนใหญ่มักจะอยากโต หรือ รวยทางลัด พร้อมที่จะกระโจน หรือพุ่งเข้าใส่โดยปราศจากความกลัว และความลังเลใดๆ

     คนเหล่านี้ หากภูมิต้านทานทางอารมณ์ไม่เพียงพอ เมื่อเกิดข้อผิดพลาด หลายคนก็อาจจะตกอยู่ในสภาพตื่นตระหนก สับสน จนงงเป็น “ไก่ตาแตก” หาทางออกไม่เจอ และอาจจะยิ่งพลาดพาตัวเองถลำลึงลงไปสู่หุบเหวแห่งหนี้สินเอาได้ง่ายๆ

     เชื่อหรือไม่ หากผมจะบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริงในการลงทุนทั้งในหุ้น และอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีจิตวิญญาณเป็น “นักพนัน” หรือ “นักเก็งกำไร” อย่างที่คุณเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์สักคน เพราะหัวใจของการลงทุน คือ “การควบคุมความเสี่ยง” คนที่คิดถึงด้านลบของการลงทุน และ ตระหนักในเรื่องของ “ความเสี่ยงที่ยอมรับได้” ต่างหากที่มักจะประสบผลสำเร็จ

     บรรดาเศรษฐีทั้งหลายกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ทุกคนล้วนแต่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงมาแล้วไม่มากก็น้อย แต่การเสี่ยงของพวกเขาไม่ได้เป็นเรื่องของการ ”เสี่ยงโชค” ที่บรรดาผู้หวังรวยทางลัดนิยมทำกัน แต่ต้องมาจากการพินิจพิจารณาอย่างละเอียดในทุกๆด้าน

     ถึงแม้จะศึกษามาอย่างละเอียด หลายครั้งก็มีโอกาสพลาด แต่ วอร์เรน บัฟเฟต์ สุดยอดเกจิ หรือ กูรูหุ้นชั้นเซียน ก็เคยแนะนำเอาไว้ว่า ถ้าคุณเป็นคน “หัวใจมด” ทนเห็นหุ้นที่ถืออยู่มีราคาตกลงมามากกว่าครึ่งไม่ไหว ก็ไม่ควรจะเล่นหุ้น  

     ต่างกับคนไม่ประสบความสำเร็จที่เรามักจะเห็นอย่างดาษดื่นตาม “ห้องค้าหุ้น” โดยทั่วไป คนเหล่านี้มักจะ “หูเบา” เลือกชื่อในสิ่งที่ตนได้ยินเสมอ ทำให้มักจะตัดสินใจในจังหวะ และ โอกาสที่ผิดพลาด

     เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นแบบนี้  ซึ่งระดับราคาของทั้งหุ้น และ อสังหาริมทรัพย์ กำลังถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีอันตรายไม่น้อย เพราะหากพลาดเพียงครั้งเดียว คุณอาจเสีย หรือพ่ายแพ้ทั้งกระดาน

     ในอดีตมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ทนกลิ่นเย้ายวนจาก การเก็งกำไรไม่ไหว และชีวิตต้องพังพินาศลงไป เนื่องจาก “ความ ไม่รู้” แต่มีความโลภ จนเต้นไปตาม “แรงเชียร์” ทั้งๆที่เมื่อถึงนาทีแห่งความสูญเสียผู้คนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีส่วนมาแชร์ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเลย

     ในภาวะที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างเด่นชัดอย่างในเวลานี้ คำถามที่ผมมักจะได้รับอยู่เป็นประจำหนีไม่พ้นว่า ควรลงทุนอะไรดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หุ้น ทองคำ หรือ แม้แต่อสังหาริมทรัพย์ ที่ เป็นคำถามยอดฮิต เพราะทุกคนต่างมีความรู้สึกคล้ายๆกันว่าไม่อยากตกขบวนรถไฟ
          
     ผมไม่อยากจะบอกว่า โอกาสทองในการลงทุนนั้นหลุดลอยไปตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ ก็ยังไม่ถึงกับหมดโอกาสไปเสียทีเดียว เพราะตามปกติในหนึ่งปีนั้น มักจะมีโอกาสดีๆเข้ามาอย่างน้อย 1-2 ครั้งเสมอ
         
     หากคุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ก็ลองคิดในใจว่า “เสียโอกาส ยังดีกว่า เสียเงิน”ซึ่งหากคุณมีการปรับแผนการลงทุนเพี่อเตรียมพร้อม และรอคอยจังหวะที่เหมาะสม โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงๆก็ยังพอมีความเป็นไปได้           
          
     สิ่งที่คุณควรเตรียมความพร้อมในเวลานี้คือ ลองกลับไปพิจารณา “พอร์ตการลงทุน”ตรง หน้าของคุณอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมหรือ ยัง สมควรที่จะมีการลดน้ำหนักในการลงทุนบางประเภทลงหรือไม่ ลองพิจารณาดูว่า มีการลงทุนประเภทใดบ้างที่สามารถทำกำไรให้กับคุณได้จนน่าพอใจแล้ว และพร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นเงินสด เพื่อนำเงินไปลงทุนในทางเลือกอื่นๆ ได้ทันทีที่โอกาสเปิดกว้างขึ้น
          
     สำคัญที่สุด คุณต้องมั่นใจว่า ก่อนจะลงทุนในทรัพย์สินใดๆ คุณได้ศึกษาและสามารถตอบคำถามกับตัวเองได้ว่า ทำไมถึงต้องซื้อหรือลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนั้นๆ

     เชื่อผมเถอะครับ โอกาสที่จะคว้ามานั้นมักจะตกกับ “ผู้รู้” และผู้ที่เตรียมพร้อมที่สุด มันจึงเป็นเรื่องที่ยังไม่สายเกินไปหรอกครับที่จะเริ่มศึกษา หาความรู้ ในเรื่องที่เรา “ไม่รู้” ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเอง แทนที่จะไปเชื่อคนอื่นที่คอยส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างสนาม

     ยิ่งไปกว่านั้น อย่าได้คิดเป็นอันขาดว่า จะ “เสี่ยง“ ทุ่มแบบหมดหน้าตักถึงขนาด กู้หนี้ยืมสินมาลงทุนเพื่อเก็งกำไรในหุ้น หรือ อสังหาริมทรัพย์

     ในเวลาเดียวกันคุณจะต้องลองคิดถึงด้านลบประเมินความเสี่ยงของการลงทุนเอาไว้ด้วย

     หากคุณไม่แน่ใจในเรื่องของความเสี่ยง ก็อย่าตั้งเป้าหมายเอาไว้จนสูงเกินไป โดยคุณอาจจะทดลองเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย และเตรียมใจที่จะรับความผิดพลาด เพื่อให้เป็นบทเรียนในอนาคตสำหรับคุณ
 
     ทั้งหมด คือ เคล็ดลับในการลงทุนสำหรับทุกคนที่ผมอยากจะฝากไว้ ซึ่งสามารถจะประมวลเป็น คัมภีร์ อย่า... 5 ประการ คือ 
     อย่า ลงทุนในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ หรือ ไม่เข้าใจ
     อย่า ลงทุน โดยเชื่อสื่อฯ เชื่อคนอื่น หรือ เชื่อแรงเชียร์
     อย่า ทุ่มเงิน หรือ ยอมกู้เงิน เพื่อเอาเงินมาเล่นหุ้น หรือ อสังหาริมทรัพย์ เพียงอย่างเดียว
     อย่า  ตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงจนเกินไป
     อย่า  กลัวความผิดพลาดจนเกินไป

     บางครั้ง คุณอาจจะไม่รู้สึกตัว หรือ มองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป แต่จากประสบการณ์ในการลงทุนที่คุณอาจจะล้มเหลวมาก่อนหน้านี้ มันมักจะมีหลายๆคำตอบให้คุณได้ลองไปค้นหา

     ทั้งหมดคุณเพียงแต่ต้องตั้ง “สติ” และ ตั้งปณิธานในใจไว้ว่า ความล้มเหลวเหล่านั้นมันน่าจะมาถึงจุดที่เพียงพอแล้ว ก้าวย่างจากนี้ไปคือ คุณต้องเดินไปอย่างรอบคอบสุขุมมากขึ้นเท่านั้นเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร