DSM concept ตอนที่ 76

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I2949128/I2949128.html
สำหรับผู้ที่คิดจะใช้วิธีของพี่เด่นศรี
ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ พี่เด่นศรีที่นับถือครับ
สำหรับผู้ลงทุนด้วยวิธีนี้
ต้องเตรียมใจมากกว่าสิ่งอื่นใช่ไหมครับ
เพราะวิธีนี้เป็นดาบสองคม
โดยเฉพาะการซื้อเข้ารอบใหม่นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ถ้าซื้อเข้าแล้วหุ้นตกอีก
อันนี้มูลค่าพอร์ตจะหายไปมหาศาล
ตัวเลขขาดทุนรวมของพอร์ตก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ
หากผู้ลงทุนใจไม่นิ่ง มองไม่เห็นสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่อย่างทะลุปรุโปร่ง
ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ก็เพื่อเพิ่มหุ้นเป็นหลัก
ตัวเลขขาดทุนที่โชว์หราอยู่
จะทำให้เราหมดกำลังใจ และไม่แน่ใจในสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ
และหากเราเลิกทำไปเสียก่อน
เราก็จะขาดทุนมากถึงมากที่สุดเลยล่ะครับ ตอนนั้นน่ะ
ไม่มีวิธีใดในตลาดหุ้นที่ไม่มีความเสี่ยง
หากทุกคนคิดว่าอ่านกระทู้ของพี่อาซ้อสี่ แล้วเกิดความรู้สึกว่า เอาล่ะวิธีนี้ล่ะว้า เราจะรวยเสียที(รับประกันเลย)
แต่ไม่มีวิธีไหนหรอกครับที่รับประกันความเสี่ยงได้100%
อย่างไรก็ดี วิธีของพี่เด่นศรีคือวิธีที่ค่อนข้างจะปลอดภัยมาก
แต่สมมติฐานเบื้องต้นคือ เรากำลังลงทุนเพื่อให้ได้ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น(ถ้าตลาดไม่แย่ หรือพอร์ตสมดุลดีอย่างไรก็จะไม่ขายหุ้น)
หากเราคิดแบบนี้ การลงทุนนี้ก็จะปลอดภัยมากครับ
แต่เมื่อใดก็ตามที่เราลงทุนแล้ว
เราเกิดใจเสียขึ้นมา
เราเกิดไม่แน่ใจขึ้นมาว่ากำลังทำอะไร(ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนโลเลง่าย วิธีนี้จะเสี่ยงมากๆเลยครับ ชอบอก)
วิธีนี้จะเป็นของหินเลยล่ะครับ
ดังนั้น หากจะใช้วิธีนี้
1.สำรวจตัวเองว่าด้วยบุคลิกของเราแล้ว เหมาะสมหรือไม่( ใจเย็นพอที่จะรอดูผลงานหรือเปล่า ใจโลเลหรือเปล่า เงินเย็นอ่ะจริง แต่พอตัวเลขแดงแล้วกลายเป็นของร้อนหรือเปล่า อะไรพวกเนี้ย)
2.ใจของเราต้องนิ่งครับ (เลิกมองกำไรขาดทุน จะให้ดี หุ้นที่ซื้อเพิ่ม ลบราคาซื้อทิ้งไปเลยครับ) จุดประสงค์หลักคือการเพิ่มหุ้นครับ
3. ตลาดหุ้นต้องไม่ใช่หมีแดงสุดๆครับ สำหรับคนที่เริ่มลงทุน แล้วอยากเห็นกำไรเร็วๆจะทำใจยากถึงยากมาก พอนานเข้าเราอาจจะทนไม่ไหวครับ(เงินเย็นเริ่มร้อนแล้วอะไรทำนองเนี้ย) เพราะอาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากเกินไปในการcoverมูลค่าพอร์ตครับ 
ในกรณีที่แดงอย่างยาวนานต่อเนื่อง เช่นถ้าเราเริ่มจากตลาดเฟื่องฟูสูงสุด ลงมาจนตลาดซบเซาสุดๆ(แต่เราก็ยังไม่ออกไปจากตลาด และซื้อเข้ารอบใหม่อีก) ก็จะเกิดปัญหาตามมาอีก(ถ้าคุณลงทุนด้วยวงเงินมากๆ) คือ การซื้อขายจะติดขัด (วอลุ่มเบาบางเกินไป) เมื่อนั้นพอร์ตจะสะดุดและไม่สมดุลได้ง่ายๆครับ
4 ถ้าล้มเหลว เจ็บตัว (โอกาสน้อย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยนะครับ) เราต้องโทษตัวเองครับ อันนี้สำคัญมาก เพราะเป็นเราเท่านั้นที่เลือกวิธีนี้ขึ้นมาเอง คนที่รับผิดชอบก็คือตัวของเราเองเท่านั้นครับ
ผิดถูกอย่างไร พี่เด่นศรีช่วยแก้ไขด้วยนะครับ
ขอให้ทุกคนโชคดีครับ
อันนี้ถามพี่เด่นศรีครับ
สำหรับผมแล้วการเข้าซื้อใหม่มีความสำคัญมากที่สุดครับ(การซื้อเพิ่มที่ไม่ใช่การซื้อต่ำกว่าราคาที่เคยขายไป)
ดังนั้นต้องเข้าซื้อให้ถูกจังหวะ
พี่มีเทคนิคเข้าซื้อที่พออธิบายเป็นหลักการกว้างๆไหมครับ
ถ้าไม่มี และใช้ประสบการณ์ในการเข้าซื้อเป็นหลัก ก็ไม่เป็นไรครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
จากคุณ : ทรงกฤษฎิ์  - [ 7 ส.ค. 47 04:41:07 ] 

 ความคิดเห็นที่ 1  
ตอบคุณ ทรงกฤษฎิ์ ครับ
ผมขอสรุปแบบรวบรัดเลยนะครับสำหรับผู้ที่จะใช้วิธีนี้
1. ลงทุนระยะยาวววววววว มากกกกกกกกกกกก
2. แนวคิดคือ หารายได้จากพอร์ต ไม่ใช่กำไรจากพอร์ต
3. มีเวลาดูแลพอร์ตอย่างเอาใจใส่มากมาก
4. เน้นข้อ 1. และ 2. อีกครั้ง
..........................
ผู้ที่ไม่สามารถใช้แนวทางนี้ได้
1. นักเก็งกำไร
2. นักลงทุนระยะสั้น
3. ผู้ปล่อยปะละเลย ไม่ดูแลพอร์ต
.........................
เด่นศรี ( ยิ้ม )
......................
ขอบคุณ คุณ ทรงกฤษฎิ์ ครับ
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 7 ส.ค. 47 10:18:42 ] 

 ความคิดเห็นที่ 2  
สวัสดีครับ คุณทรงกฤษฏิ์
ความเห็นคุณให้ความกระจ่างมากเลย
...........
อยากถามคุณเด่นศรี กรณี n-park คุณเด่นศรีมี กสงสฝ มากขึ้น โดยมีหุ้นเท่าเดิม โดยไม่ซื้อเพิ่ม ถ้ามันลงจนขายไปหมด และยังลงเรื่อยๆ แสดงว่าสินค้านี้ไม่ดี เมี่อราคาเริ่มผงกขึ้น คุณก็ซื้อกลับเท่าเดิมอีก ถามว่า ทำไมไม่ขายทิ้ง แล้วไปหาสินค้าใหม่มาแทน
............
เเละ  กรณีซื้อคืนในราคาที่สูงกว่าราคาที่เคยขายไป ผิดหลักการแนวนี้หรือไม่ อย่างไร
จากคุณ : อ๋อออ  - [ 7 ส.ค. 47 10:37:21 ] 

 ความคิดเห็นที่ 3  
ตอบคุณ อ๋อออ ครับ
ที่คุณถามว่า
" ..... อยากถามคุณเด่นศรี กรณี n-park คุณเด่นศรีมี กสงสฝ มากขึ้น โดยมีหุ้นเท่าเดิม โดยไม่ซื้อเพิ่ม ถ้ามันลงจนขายไปหมด และยังลงเรื่อยๆ แสดงว่าสินค้านี้ไม่ดี เมี่อราคาเริ่มผงกขึ้น คุณก็ซื้อกลับเท่าเดิมอีก ถามว่า ทำไมไม่ขายทิ้ง แล้วไปหาสินค้าใหม่มาแทน ..... "
ผมแนะนำไปแล้วในกระทู้ที่ถามมาก่อนหน้านั้น ( ลองย้อนกลับไปอ่านให้ละเอียดนะครับ ) ว่า ถ้าเป็นไปได้ ผมแนะนำให้เปลี่ยนตัวลงทุน
เพราะผมเน้นเลยครับว่า หุ้นที่จะใช้แนวทางนี้ได้ ควรเป็นหุ้นพื้นฐานดีครับ ( เช่น หุ้นใน SET 50 )
ไม่เช่นนั้น เพื่อน ๆ จะมีแต่ความไม่สบายใจ ครับ
.....................
และ หากต้องการกำไร อย่าใช้วิธีนี้ครับ มันอันตราย
........................
เด่นศรี
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 7 ส.ค. 47 15:36:43 ] 

 ความคิดเห็นที่ 4  
ลืมตอบคุณ ทรงกฤษฎิ์ ครับ (ยิ้ม )
พอดีผมมัวแต่ไปนั่งเล่นเกมส์อยู่ครับ คือเห็นเพื่อน ๆ ถามถึงแต่ N-PARK ก็เลยไปนั่งเล่นเกมส์ N-PARKตั้งแต่เช้าครับ
คุณ ทรงกฤษฎิ์ กล่าวในหัวข้อกระทู้ได้ถูกต้องเลยครับ ทำให้ผมกังวลใจว่า จะพาเพื่อน ๆ ไปพลาด
เข้าคำถามของคุณ ทรงกฤษฎิ์ นะครับ
" ...... อันนี้ถามพี่เด่นศรีครับ
สำหรับผมแล้วการเข้าซื้อใหม่มีความสำคัญมากที่สุดครับ(การซื้อเพิ่มที่ไม่ใช่การซื้อต่ำกว่าราคาที่เคยขายไป)
ดังนั้นต้องเข้าซื้อให้ถูกจังหวะ
พี่มีเทคนิคเข้าซื้อที่พออธิบายเป็นหลักการกว้างๆไหมครับ
ถ้าไม่มี และใช้ประสบการณ์ในการเข้าซื้อเป็นหลัก ก็ไม่เป็นไรครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ ..... "
ผมไม่ได้ใช้ประสบการณ์ในการเข้าซื้อใด ๆ หรอกครับ ก็ทำตามแผนและระบบบัญชีเท่านั้น
คือ ถ้าหุ้นใดลง ( หุ้นเหลือเยอะ เพราะยังซื้อคืนได้เรื่อย ๆ ) ผมจะไม่นำ กสงสฝ ไปซื้อหุ้นนั้น
หากจะซื้อหุ้น ผมจะซื้อตัวที่แข็งกว่าตลาด ซึ่งผมก็ดูเอาง่าย ๆ คือ หุ้นตัวไหนเหลือน้อย ก็ซื้อตัวนั้น ( เพราะหุ้นเหลือน้อย เกิดจาก เราซื้อคืนไม่ได้ มันเลยน้อยลงเรื่อย ๆ )
อย่างตอนนี้ ที่ผมต้องซื้อเพิ่มคือ SSI และ PTTEP
ส่วน N-PARK ของผม ( เห็นเพื่อน ๆ เอ่ยถึงหลายท่าน สงสัยจะเป็นตัวแสบ ( ยิ้ม )) ผมไม่ได้ซื้อเพิ่มครับ คงจำนวนหุ้นไว้เท่าเดิมเพราะมันเอาแต่ลงกับลง
แต่ที่ผมไม่ไล่ออกจากพอร์ต เพราะว่า เค้าทำ กสงสฝ คืนทุนให้ผมเรียบร้อยตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วครับ ( ผมซื้อไว้ตั้งแต่ 8 บาทครับ ) ขอเพียง เค้ายังซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้น ( ไม่ถูกไล่ออกจากตลาด ) ผมก็ยังได้เงินจากเค้าอยู่ทุกวันครับ เพราะถ้าไม่ถูกไล่ออกจากตลาด เค้าไม่มีทางลงถึง 0 บาท
ถ้าลงไม่ถึง 0 บาท ผมก็ไม่เคยกังวลเลยครับ ( ยิ้ม ) ...... นี่ผมพูดจริง ๆ นะครับ ไม่ได้ล้อเล่น ( ยิ้ม )
.................................
แต่จะบอกความลับ ( แบบไม่ลับ ) ให้คุณ ทรงกฤษฎิ์ สบายใจนิดหนึ่งว่า
ถ้าหุ้นตัวใด เมื่อผมซื้อมาปุ๊ป มันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้เกิน 2 ปี นั่นคือ ผมได้กำไรจาก กสงสฝ ไปเรียบร้อยแล้วครับ
จากนั้น ยิ่งอยู่ในตลาดนานปีขึ้น ผมก็จะได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
ก็เพราะหลักการ ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ นั่นแหละครับ
นั่นคือ แม้ว่าหุ้นตัวใดจะเหลือแค่ 0 บาท ขอเพียงมันมีเวลาอยู่ในตลาดเกิน 2 ปี ผมก็ไม่ห่วงแล้วละครับ
ดังนั้น หากคุณ ทรงกฤษฎิ์ จะซื้อหุ้นเข้าพอร์ต ขอให้หาหุ้นพื้นฐานดี ที่มั่นใจได้ว่า มันยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้นานแสนนาน แล้วจะเข้าใจด้วยตัวเองครับ ( ยิ้ม และ ยิ้ม )
............................
เด่นศรี
............................
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 7 ส.ค. 47 16:26:44 ] 

 ความคิดเห็นที่ 5  
ผมเองพลาดข้อ 3 (การดูแลพอร์ต)
ผมตั้งใจลงทุนยาวตลอดชีวิต (ไว้ให้ลูก)
การเลือกตัวหุ้นไม่ค่อยพลาดนัก เป็นกิจการที่อยาก
เป็นเจ้าของ (ถ้าเป็นวัวก็มีน้ำนม และบางทีก็ออกลูก)
แต่ไม่ขยันแต่งพอร์ต
เข้าข่าย ซื้อ ถือไว้ และภาวนา
ตอนนี้ตาสว่างขึ้นเยอะ จากกระทู้คุณเด่นศรี
จากคุณ : เต่าหยวนเปียว  - [ 7 ส.ค. 47 20:16:02 ] 

 ความคิดเห็นที่ 6  
สวัสดีครับพี่เด่นศรีครับ
ไม่ได้เข้ามาอ่านแป๊บเดียว มีชื่อพี่ในกระทู้เพียบเลยนะครับ(ทุกคนคงหลงสิเหน่หากันหมดแล้ว ฮี่ๆ รวยช้าซะล่ะมั้ง เรา
แต่อ่านไปอ่านมา อ้าว ด่าก็มีนี่หว่า แต่คนที่ไม่เข้าใจก็ช่างมันเถอะครับ ถือว่ามีบุญแค่นั้น ฮี่ๆ ดีซะอีก)
ขอบคุณครับพี่เด่นศรีที่ช่วยเข้ามาตอบเรื่องการเข้าซื้อครับ
ผมจะดำเนินรอยตามวิธีของพี่อย่างเคร่งครัด
ขอบคุณที่ช่วยเปิดโลกทรรศน์การลงทุนครับ
นักลงทุนสร้างโอกาสเอง ไม่ใช่รอโอกาส
นักลงทุนได้กำไรเมื่อซื้อ
นักลงทุนทำกำไรได้มากกว่าในขาลง
ในพ่อรวยพูดไว้อย่างนั้น
พี่คิดวิธีการในการลงทุนให้แล้ว
ที่เหลือ ผมก็แค่ทำตามแผนเท่านั้น
แผนการในการไปสู่ความร่ำรวยมักเป็นแผนการง่ายๆ
น่าเบื่อ
แต่เป็นไปอย่างอัตโนมัติ
ผมไม่ชอบความเร้าใจครับ
ผมชอบความน่าเบื่อครับ
เมื่อใดที่ผมพบอิสรภาพทางการเงินแล้ว
ผมจะบอกทุกคนที่สงสัยในความรวยของผมว่า
ผมมีวันนี้ได้เพราะ
อาจารย์ทางการเงินของผมครับ
เขามีสมญานามว่า
"เด่นศรี"
ขอบคุณมหาศาล
และขอให้มีความสุขที่ยั่งยืนนะครับ
จากคุณ : ทรงกฤษฎิ์  - [ 8 ส.ค. 47 21:36:45 ] 

 ความคิดเห็นที่ 7  
..........................
( ยิ้ม ) และ ( ยิ้ม )
............................
เด่นศรี
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 8 ส.ค. 47 23:29:44 ] 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘