DSM concept ตอนที่ 44

ตอนนี้ผมยังไม่ได้เปิดพอร์ต(ก่อนนี้ใจไม่กล้ากลัวเจ๊ง) เพราะrich dad เค้ามีกฎ90/10 สำหรับการลงทุน
ผมจึงให้ความสำคัญกับ "เวลา" ในการวางแผนมากที่สุด
ผมดูแผนของคุณแล้วครับ ผมรู้สึกสบายใจกับการลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น จนพร้อมเปิดพอร์ตในไม่ช้าเลยครับ
ผมมีคำถามนิดหน่อยเกี่ยวกับ "ช่องว่าง" ที่คุณพูดถึง (คิดว่าเป็นสมมติฐานมากกว่า)
1 "ช่องว่าง" นี้ใช้เมื่อต้องการปรับพอร์ตใหม่ใช่ไหมครับ
2 "ช่องว่าง" นี้ ใช้ "ขาย" ก่อน "ซื้อ" ใช่ไหมครับ (จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ การซื้อเลย อาจจะไม่ซื้อก็ได้ เปลี่ยนตัวไปเลยก็ได้ใช่ไหมครับ)
3 ถ้าเช่นนั้นแล้ว เราไม่มีทางที่จะเป็น "รายใหญ่" ได้เลยใช่ไหมครับ เพราะคุณไม่อยากให้พอร์ตโตมากเกินไปใช่ไหมครับ อย่างนี้ก็จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดราคาไม่มากใช่ไหมครับ
4 ในทางกลับกัน ก็มีข้อดีคือ เราสามารถ "ขาย" ได้ง่ายใช่ไหมครับ นั่นคือเหตุผลที่คุณ ไม่ focus และกระจายหุ้นออกไปมากๆใช่ไหมครับ
ถ้าสมมติฐานผมผิดก็ขออภัยด้วยนะครับ ผมอยากจะลงทุนตามแนวของคุณอย่างเคร่งครัดจริงๆ ผมนับถือคุณด้วยใจจริงครับ ขอให้รวยเร็วๆนะครับ
ส่วนเรื่องจะมีคนมาเล่นวิธีนี้มากๆเนี่ยครับ ผมว่าไม่ต้องสนใจหรอกครับ กองทุนทั้งหลายเค้าไม่ชอบให้หุ้นนิ่งๆนักหรอกครับ(อันนี้ผมเดาเอง) และการเก็งกำไรมันตื่นเต้นกว่า วิธีนี้ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่สักหน่อย(ผมชมคุณนะครับ คุณเด่นศรี) และก็อยู่ที่ "ใจ" จริงๆแหละ คนส่วนใหญ่จะเขวแน่นอนครับ (กำไร กองอยู่ตรงหน้าแล้วทำไมไม่ขายอะไรแบบเนี้ย)
ผมรู้ว่าคุณเด่นศรีจะรวยแน่นอน
ผมจะดำเนินตามแผนการนี้อย่างเคร่งครัดครับ
ขอบคุณมากมายครับ
จากคุณ : tk-everton (ทรงกฤษฎิ์)  - [ 30 ก.ค. 47 12:27:36 ] 

ความคิดเห็นที่ 77  
ขอบคุณคุณเด่นศรีมากครับ
ไว้มีคำถามรบกวนถามอีก
ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ
จากคุณ : yellowman (yellowest)  - [ 30 ก.ค. 47 12:34:53 ] 
  
 ความคิดเห็นที่ 78  
ชอบ idea นี้มากครับ
เป็นสูตรสำเร็จ ที่หามานานแล้ว
ผมชอบคิดว่า การเล่นหุ้นมันเป็นศิลป
เหมือนพวกการตลาด อะไรอย่างนี้ ซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จ
แต่ผมมีคำถามนิดนึง
ว่า ถ้ามัน sideway
วันนี้ ลง 2 ช่อง พรุ่งนี้ขึ้น 3 ช่อง อีกวันลง 3 อะไรประมาณนี้
จะทำยังไงครับ
หรือกำหนด gap การซื้อขายให้กว้างขึ้นหรือแคบลงดีครับ
ขอบคุณครับ
จากคุณ : pavara  - [ 30 ก.ค. 47 12:48:19 ] 

 ความคิดเห็นที่ 79  
ความคิดเห็น
ขั้นตอนที่ 1 ต้องศึกษาหาความรู้เรื่องการลงทุน เช่น การวิเคราะห์งบการเงิน การวิเคราะห์กราฟเทคนิค ฯลฯ
ขั้นตอนที่ 2 ต่ำแหน่งที่จะขาย หรือตำแหน่งที่จะ ซื้อ......เป็นการยากที่จะหาตำแหน่งที่เหมาะสม (ตามวิธีคือทุก 10%) ถ้า...แล้ว เปลี่ยนเป็นการ ซื้อ-ขาย ตามการวิเคราะห์กราฟโดยพิจารณาจากตำแหน่งการกลับตัวของแท่งเทียน........น่าจะเป็นหลักการที่น่านำไปใช้........และ
ขั้นตอนที่ 3 ทำตามแผนการลงทุนของคุณ เด่นศรี ----> เป็นการเทรดหุ้นขาลง....จะต้องเป็นเงินลงทุนอย่างเดียวเท่านั้น (ความคิดเห็น)
ขั้นตอนเพิ่มเติมที่ 4 สิ่งที่ยังขาดอยู่...............เล่นด้วยเงินของคนอื่น.......(RETIRE YOUNG RETIRE RICH : เกษียณเร็ว เกษียณรวย โดย Robert T. Kiyosaki, Sharon L. Lechter, C.P.A. เรียบเรียงโดย ดร. สมจินต์ ศรไพศาล, ดร. ศุภกร สุนทรกิจ, ดร. วิยะดา นิตยาเกษตรวัฒน์, มัทยา ดีจริงจริง)
ผิดตก ยกเว้น
แก้ไขเมื่อ 30 ก.ค. 47 16:53:21
แก้ไขเมื่อ 30 ก.ค. 47 15:25:51
จากคุณ : นกเพนกวินอ้วน  - [ 30 ก.ค. 47 15:22:44 ] 

ความคิดเห็นที่ 80 
คุณนกเพนกวินอ้วน .. ละเมออะไรคะ .. ไม่เห็นเข้าใจซักอย่าง
จากคุณ : สงสัยจิง จิง - [ 30 ก.ค. 47 16:13:58 A:202.133.160.45 X: ] 

ความคิดเห็นที่ 81  
ตอบความคิดเห็นที่ 80
^.^
......................................
เป็นความคิดเห็นหนึ่งครับ........ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ
จากคุณ : นกเพนกวินอ้วน  - [ 30 ก.ค. 47 16:43:05 ] 

ความคิดเห็นที่ 82  
สวัสดีครับ
ผมค่อยเข้ามาตอบคำถามตอนประมาณสัก 1 ทุ่ม นะครับ
เพราะว่าเพิ่งหายเจ็บกล้ามเนื้อจากการซ้อมฟุตบอล วันนี้เลยต้องไปซ้อมเอาใจพวกพี่ ๆ เค้าหน่อยครับ
...........
แล้วจะรีบกลับมาตอบครับ
..........
เด่นศรี
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 30 ก.ค. 47 17:24:25 ] 

 ความคิดเห็นที่ 83  
ตอบพี่อาซ้อสี่ ครับ
สำหรับหุ้น KEST ที่มีอยู่ 400 หุ้น ถ้าเป็นผม ผมจะแก้ไขด้วย 2 วิธีคือ
1. ขายทีละ 100 หุ้น แต่เปลี่ยนจากทุก 3 ช่อง มาเป็น ทุก 5 ช่อง ครับ
2. หากได้เงินส่วนต่าง ( กระแสเงินสดแฝง ) สะสมจากการซื้อหุ้นอื่นคืนมา ผมจะซื้อ KEST เพิ่มให้เป็น 1000 หุ้น ครับ เพื่อให้สะดวกต่อแผนที่วางไว้
หากจะเปรียบเทียบกรณี KEST ให้เห็นชัดเจนขึ้น ผมก็จะสมมุติว่า พี่อาซ้อสี่ มีกิจการค้าขายอยู่ สินค้าในร้านของพี่ ก็มีทั้ง BEC ... KEST ... และหุ้นอื่น ๆ อีก
คราวนี้ก็มาพิจารณาว่า สินค้าในร้านตัวใดที่มีไม่พอขาย
BEC ก็มีเยอะอยู่แล้ว พอขายได้เรื่อย ๆ
KEST มีแค่ 400 น่าจะไม่พอขาย เพราะฉะนั้น ต้องซื้อเพิ่มเข้าร้าน ( แต่ไม่ต้องเพิ่มเงิน เพราะอาศัย กระแสเงินสดแฝง ที่เกิดจากการซื้อหุ้นคืน )
พอมองเห็นภาพมั้ยครับ
อะไรที่นึกภาพไม่ออก ลองนึกเปรียบเทียบว่า พอร์ตของเรา เป็นเหมือนกิจการหนึ่ง ( หรือ ร้านค้าหนึ่ง ) แล้วทำในสิ่งที่กิจการควรทำ จะทำให้เราตีความได้ง่ายขึ้นครับ
...............
พอร์ตของผมก็เช่นกัน เมื่อผมสะสมเงินสดแฝงได้ก้อนหนึ่ง ผมก็จะมาดูในพอร์ตว่า หุ้นตัวไหนที่มีปริมาณน้อย ผมก็จะเอาเงินส่วนนั้นซื้อหุ้นเติมเข้าไป ผมจะทำอย่างนี้ทุกเดือนครับ แต่ละเดือนจะดูเลยว่า เดือนนี้จะต้องเพิ่มหุ้นตัวไหนเข้าพอร์ต ( ด้วยเงินสดแฝงที่เราได้มาครับ )
....................
ตอบคุณ (ทรงกฤษฎิ์) ครับ
1 "ช่องว่าง" นี้ใช้เมื่อต้องการปรับพอร์ตใหม่ใช่ไหมครับ
ตอบ ก็ไม่เชิงว่าใช้ในการปรับพอร์ตครับ ผมว่าน่าจะเป็นการใช้แก้ปัญหาเมื่อปรับพอร์ตไม่ลงตัว จะถูกต้องกว่าครับ
นั่นคือ การปรับพอร์ตของผม ผมจะหมายถึงว่า เมื่อหุ้นที่เราซื้อมา ไม่เป็นดังที่เราหวัง คือ ซื้อแล้วราคากลับตกลง ผมก็จะใช้วิธีนี้ปรับพอร์ตของผม เพื่อหาประโยชน์จากหุ้นที่เราซื้อพลาดมา นั่นคือ ทำให้หุ้นทุกตัวในพอร์ต สามารถทำเงินให้เราได้
แต่จากนั้น จะมีหุ้นบางส่วนที่ซื้อคืนไม่ได้ ( เพราะราคาหุ้นกลับตัวขึ้นไป ) เมื่อผมแน่ใจแล้วว่า ยังงัยก็ซื้อคืนไม่ได้ ( แสดงว่า หุ้นขึ้นไปสูงกว่าที่เคยขายมาก ) ผมก็จะใช้ช่องว่างนี้ เข้ามาแก้ปัญหาครับ
2 "ช่องว่าง" นี้ ใช้ "ขาย" ก่อน "ซื้อ" ใช่ไหมครับ (จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ การซื้อเลย อาจจะไม่ซื้อก็ได้ เปลี่ยนตัวไปเลยก็ได้ใช่ไหมครับ)
ตอบ ผมอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจคำถามนะครับ แต่ไม่เกี่ยวกับการขายก่อนซื้อครับ มันเป็นตัวแก้ปัญหาความไม่สมดุลย์ของพอร์ตครับ
3 ถ้าเช่นนั้นแล้ว เราไม่มีทางที่จะเป็น "รายใหญ่" ได้เลยใช่ไหมครับ เพราะคุณไม่อยากให้พอร์ตโตมากเกินไปใช่ไหมครับ อย่างนี้ก็จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดราคาไม่มากใช่ไหมครับ
ตอบ ถ้า รายใหญ่ หมายความว่า มีเงินทุนเยอะ เราก็สามารถเป็นรายใหญ่ได้ครับ ( แต่ต้องทำไปเรื่อย ๆ )
แต่ถ้ารายใหญ่ หมายถึงว่า เราสามารถปั่นหุ้น หรือ ทุบหุ้นได้ ตรงนี้ผมคงไม่มีความสามารถถึงขนาดนั้น เพราะผมคิดว่า การจะทำอย่างนั้นได้ ต้องมีปัจจัยอื่นด้วยที่นอกเหนือจากเงินทุน ( ผมไม่กล้าเสี่ยงครับ กลัวพลาด จะเจ็บเอง )
4 ในทางกลับกัน ก็มีข้อดีคือ เราสามารถ "ขาย" ได้ง่ายใช่ไหมครับ นั่นคือเหตุผลที่คุณ ไม่ focus และกระจายหุ้นออกไปมากๆใช่ไหมครับ
ตอบ ถูกต้องเลยครับ ผมต้องกระจายหุ้นเพราะ เพราะหากผมมีหุ้นในมือแค่ตัวเดียว หากวันใดวันหนึ่ง เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ผมอาจจะต้องเทขายในไม้เดียว ตรงนี้ ผมจึงต้องกระจายหุ้นให้มากตัวครับ
แต่ถ้าหากถามว่า ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผมจะขายหุ้นทั้ง 50 ตัวได้ทันหรือเปล่า
ตรงนี้ หายห่วงครับ เพราะ มาร์ จะช่วยเททางเค้า ส่วนผมก็เท ทางผม ( พอร์ตผมสามารถคีย์ได้ด้วยผมเอง และ ด้วยมาร์อีกทางหนึ่งพร้อม ๆ กันครับ )
แต่อย่างว่าครับ ผมมักจะขายลงมาที่ละสเตร็ป ดังนั้นถ้าหุ้นมันไหลรูดอย่างรวดเร็ว ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ขายไปเรื่อย ๆ เพราะผมหวังอยู่เพียง .... ขายไปแล้ว ขอให้ลงมาเยอะ ๆ เถอะ .... เพี้ยง เพี้ยง ( ยิ้ม )
..............
วิธีนี้ ผมเดาเอาตามประสาของผมเองนะครับว่า ต่างชาติก็ทำคล้าย ๆ กันครับ
ลองสังเกตุดูครับ วันไหนเค้าขายวันนั้นหุ้นตก เพราะเค้าก็คงดูภาวะตลาดเหมือนกัน ถ้าหุ้นลง เค้าก็ขายตาม ไม่ฝืนตลาด โดยเฉพาะขายแล้วต้องลง เพราะเค้าจะได้ซื้อคืนในราคาถูกลง
วันไหนเค้าซื้อ หุ้นก็ขึ้น เพราะเค้าคิดว่า ถ้าซื้อแล้ว หุ้นต้องขึ้น
ผมก็คิดไปเรื่อย นะครับ
อีกอย่างนึงที่ผมชอบคิดเรื่อยเปื่อยคือ .... ถ้าผมซื้อหุ้นมาไว้ในมือ ผมก็ต้องอยากให้ราคามันขึ้นไปเรื่อย ๆ แม้ผมจะมีแค่ 100 หุ้น ก็ยังอยากให้ราคามันขึ้น จะได้ขายเอากำไร ยิ่งมีเป็น ล้านหุ้น ยิ่งต้องอยากให้หุ้นขึ้น
แต่ .... ต่างชาติ ที่มีหุ้นในมือมหาศาล ทำไมไม่ชอบให้หุ้นขึ้น แต่ชอบให้ขึ้น ๆ ลง ๆ และ ลงหนัก ๆ
ทำให้ผมคิดว่า .... ขาลง มันต้องมีอะไรดีกว่าขาขึ้นแน่ ๆ ถ้าขาขึ้นได้กำไร แสดงว่า ขาลงมันน่าจะอภิมหากำไรเลย
ผมคิดเล่น ๆ นะครับ
................
ตอบคุณ pavara
.....ถ้ามัน sideway
วันนี้ ลง 2 ช่อง พรุ่งนี้ขึ้น 3 ช่อง อีกวันลง 3 อะไรประมาณนี้
จะทำยังไงครับ
หรือกำหนด gap การซื้อขายให้กว้างขึ้นหรือแคบลงดีครับ.....
ถ้าเจอหุ้นอย่างนี้ ผมก็จะลองทำอย่างนี้ครับ
1. ให้เวลาเค้า ถ้าภายใน 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน มันยังทำรายได้ให้เราไม่ได้ ก็ต้องขายออกไปแล้วเปลี่ยนตัวลงทุน ( เราต้องคิดเอาไว้ก่อนด้วยว่า จะไปลงทุนตัวไหน )
2. การขาย ก็ไม่ใช่ขายทั้งหมด แต่ถ้าเป็นผม ผมก็จะขายทุกวัน วันละ 10 เปอร์เซนต์ ถ้าหากขายไปได้สักระยะ แล้วราคามันเกิดเคลื่อนไหว ผมก็จะกลับมาหามัน
นั่นคือ ถ้าไม่จำเป็นผมจะไม่เปลี่ยนตัว เพราะผมเลือกแล้วว่าผมต้องการกิจการนี้ นอกจากมันจะไม่สามารถทำรายได้ให้ผม ผมจึงจะไล่ออกจากพอร์ต ครับ
3. การเปลี่ยน gap ให้กว้างหรือแคบเข้า ถ้าเป็นผมผมคงไม่ทำครับ เพราะมันน่าอึดอัดมาก ผมถือว่าหุ้นตัวนี้ไม่น่าเสียเวลากับมันครับ
ของผมก็มีอยู่ตัวหนึ่ง .... ท่าน AOT นี่ก็ประมาณ 2 เดือนแล้ว ท่านยังจำศีลอยู่ที่ 50-53 อยู่เลยครับ
แต่ที่ยังไม่เปลี่ยน เพราะผมอยากได้กิจการนี้ ( และไม่อยากเป็นคน ... หลุด โลกกกก ) ( ยิ้ม ) ล้อเล่นครับ คือผมอยากได้กิจการนี้ และ อีกอย่าง หุ้นอีก 49 ตัวของผมมันยังขยันขันแข็ง ผมก็เลยให้โอกาส AOT เค้าพักฟื้นครับ
เผื่อวันดีคืนดี เค้าอาจจะวิ่งไปอยู่ 70 บาท หรือ บาดเจ็บกลับมาที่ 40 บาท ผมก็จะได้รีบเอาใจเค้าครับ ( ยิ้ม)
..................

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘