บทที่ 6.1 : แรงจูงใจและเป้าหมายในการบวช

คุณธรรมที่ทำให้เป็นผู้บริสุทธิ

ก่อน ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสอธิบายถึงสามัญญผลเบื้องสูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป พระพุทธองค์ทรงวางรากฐานความเข้าใจในเรื่องของการบวชให้กับพระเจ้าอชาตศัตรู ดังต่อไปนี้

แรงจูงใจและเป้าหมายในการบวช

กุลบุตร ที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา มิได้บวชเพราะถูกบังคับ แต่เป็นเพราะมีศรัทธาในพระธรรม และมีปัญญาไตร่ตรองถึงสภาวะอันแท้จริงของชีวิต จึงตัดสินใจเข้ามาบวชดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระเจ้าอชาตศัตรู ว่า

เมื่อ พระตถาคตทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ ให้รู้ตาม ... คฤหบดี บุตรคฤหบดี หรือผู้เกิดภายหลังในตระกูลใดตระกูลหนึ่งย่อมฟังธรรมนั้นครั้นฟัง แล้วได้ศรัทธาในพระตถาคต เมื่อได้ศรัทธาแล้ว ย่อมเห็นตระหนักว่า ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง การทีบุคคลผู้ครอง เรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ ให้บริบูรณ์บริสุทธิ์ โดยส่วนเดียวดุจสังข์ขัด ไม่ใช่ทำไ ด้ง่าย อย่ากระนั้นเลย เราพึงปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกบวชเป็นบรรพชิต สมัยต่อมา เขาละกองโภคสมบัติน้อยใหญ่ ละเครือญาติน้อยใหญ่ปลงผมและหนวดนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกบวชเป็นบรรพชิต..

จาก พระธรรมเทศนาที่ยกมานี้ จะเห็นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะแสดงให้พระเจ้าอชาตศัตรูเข้าพระทัย ว่า แรงจูงใจที่เป็นเหตุให้บุรุษเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนานั้นมี ประการ คือ

๑. มีศรัทธาในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๒. มีปัญญาตรองเห็นโทษภัยในชีวิตฆราวาสว่า ทั้งคับแคบ และเป็นที่มาของกิเลส

๓. มีปัญญาตรองเห็นคุณของชีวิตนักบวชว่า มีโอกาสประพฤติพรหมจรรย์ได้เต็มที่

ด้วยแรงจูงใจเช่นนั้นจึงตัดสินใจเข้ามาบวช ดังนั้นการบวชของพระภิกษุในพระพุทธศาสนาจึงเป็นการบวชที่มีเป้าหมายดีงาม และ สูงส่ง

จากแรงจูงใจข้อ ๒ และ ๓ ย่อมกำหนดเป็นเป้าหมายในการบวชได้ ๒ ประการ คือ

๑. บวชเพื่อละบาปอกุศลทั้งปวง หรือบวชเพื่อละกามนั่นเอง

๒. บวชเพื่อประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์บริสุทธิ์ อันเป็นการสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ชีวิตฆราวาสเป็นที่ประชุมแห่งบาปอกุศลก็คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า

ฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี

ฆราวาสคับ แคบ หมายความ ว่า การใช้ชีวิต แบบฆราวาสนั้นต้องเกี่ยวข้องพัวพันอยู่ด้วยเรึ่องกาม ฆราวาสทั้งหลายจึงตกอยู่ในอำนาจของกาม หรือตกเป็นทาสของกาม

-------------------------------------------------

พรหมจรรย์ หมายถึง การครองชีวิตที่ปราศจากเมถุน การประพฤติธรรมอันประเสริฐ การครองชีวิตอันประเสริฐ กัลยาณปุถุชนและพระอริยบุคคลที่ยังไม่บรรลุอรหัตตผล ได้ชื่อว่า กำลังอยู่พรหมจรรย์ส่วนพระอรหันต์ได้ชื่อว่า อยู่จบพรหมจรรย์ แล้วคือ เสร็จกิจที่ต้องทำในการกำจัดกิเลสอาสวะ เพราะหมดกิเลสแล้ว

สังข์ขัด หมาย ถึง หอยสังข์ที่ถูกนำมาขัดทำความสะอาดจนมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ และตกแต่งประดับประดาด้วยโลหะ เช่น เงินหรือทองจนสวยงาม เหมาะสำหรับใช้หลั่งพระพุทธมนต์หรือใช้เป่า วิธีการทำสังข์ขัดนี้ยุ่งยากและซับซ้อนมากมาย

สามัญญผลสูตร ที.สี. ๙/๑๐๒/๘๒-๘๓

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘