ที่มาแห่งสามัญญผลสูตร 3.พระเทวทัตผู้มีใจริษยา

ในช่วงที่อาชาตศัตรูราชกุมารได้เสด็จไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเอง เป็น เวลาที่พระเทวทัตผู้เป็นสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธองค์กำลังหาทางเป็นใหญ่ ทั้งที่ตนเองมิได้บรรลุมรรคผลอันใดดังเช่นที่พุทธสาวกสำคัญองค์อื่นๆ จะบรรลุก็เพียงโลกียฌานเท่านั้น พระเทวทัตมีใจริษยาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวก*ทั้งหลาย ที่มีผู้คนหลั่งไหลนำเครื่องสักการะไปน้อมถวายพร้อมบริบูรณ์ ส่วนตนเองนั้นไม่ใคร่มีโอกาสได้รับเครื่องสักการะใดๆเลย

ด้วยฤทธิ์แห่งเพลิงริษยา ที่แผดเผาใจให้ร้อนรุ่มอยู่ตลอดเวลา พระเทวทัตจึงคิดวางแผนด้วยเล่ห์เพทุบาย ให้อชาตศัตรูราชกุมารเลื่อมใสศรัทธาในตน เพื่อเป็นขุมกำลังในการล้มล้างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเห็นว่าอชาตศัตรูราชกุมารทรงอยู่ในวัยหนุ่ม มีความทะเยอทะยาน ย่อมชักจูงให้หลงเชื่อได้โดยไม่ยาก

เมื่อกำหนดแผนร้ายไว้ในใจเช่นนี้แล้ว พระเทวทัตจึงรีบเดินทางไปยังกรุงราชคฤห์ ใช้อำนาจฌานสมาบัติสำแดงฤทธิ์แปลงเพศเป็นเด็กน้อย มีงูพิษพันที่ มือ เท้า คอ ศรีษะและบ่า ปรากฏกายบนพระเพลาของอชาตศัตรูราชกุมาร เป็นเหตุให้อชาตศัตรูราชกุมารทรงตกพระทัยหวาดกลัวยิ่งนัก ครั้นต่อมาอชาตศัตรูราชกุมารทรงทราบจากเด็กน้อยนั้นว่า เขาคือ พระเทวทัต อชาตศัตรูราชกุมารจึงทรงขอร้องให้กลับกลายร่างเป็นสมณะตามเดิม

เมื่อ อชาตศัตรูราชกุมารทอดพระเนตเห็นเด็กน้อยนั้นกลับกลายร่างเป็นสมณะดูน่า เลื่อมใส จึงทรงบังเกิดความรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในปาฎิหารย์ของพระเทวทัตยิ่งนัก ทรงหลงเชื่ออย่างสนิทพระทัยว่า พระเทวทัตเป็นผู้มีอานุภาพยิ่งกว่าผู้ใดในโลก นับแต่นั้นมาจึงทรงเป็นอุปัฏฐากสำคัญของพระเทวทัต ถวายการบำรุงด้วยปัจจัยไทยทานอย่างพร้อมบริบูรณ์ อีกทั้งทรงยอมทำตามคำแนะนำของพระเทวทัตทุกอย่างโดยมิทรงไตร่ตรองให้ถ่องแท้

เมื่อได้รับลาภสักการะและพลังสนับสนุนจากเจ้าชายผู้เป็นรัชทายาทแห้งแคว้น มคธแล้ว พระเทวทัตก็มีใจกำเริบเสิบสานคิดการใหญ่อันชั่วร้าย ถึงขั้นจะยึดอำนาจการปกครองสงฆ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อำนาจกิเลสที่เข้าครอบงำใจทำให้ฌานโลกีย์ที่เคยมีอยู่กลับเสื่อมสิ้นไปหมด คุณธรรมที่พระเทวทัตได้พากเพียรปลูกฝังอบรมมาตั้งแต่เริ่มบวชได้อันตรธานไป สิ้น จิตใจในขณะนั้นศร้าหมองขุ่นมัวด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิ ** เสมือนความมืดที่เข้ามาแทนความสว่าง เพราะไฟดับฉะนั้น

วันหนึ่ง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งทรงแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางพุทธบริษัทและ พระราชาจากเมื่องต่างๆพระเทวทัตได้เข้าไปกราบทูลขอปกครองสงฆ์แทนพระพุทธองค์ โดยอ้างเหตุผลว่า พระพุทธองค์ชราภาพแล้ว ถึงเวลาที่ควรจะทรงพักผ่อนให้สบาย แม้พระพุทธองค์จะทรงปฎิเสธพระเทวทัตก็ยังดึงดันกราบทูลซ้ำถึง 3 ครั้ง การปฏิเสธในครั้งที่ 3 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า

“ดู ก่อนเทวทัต แม้แต่สารีบุตรและโมคคัลลานะ เรายังไม่มอบภิกษุสงฆ์ให้ ไฉนจะพึงมอบให้เธอ ผู้เป็นเช่นซากศพและบริโภคปัจจัยเช่นก้อนน้ำลายเล่า”***

คำปฏิเสธและคำตำหนินี้ ทำให้พระเทวทัตขุ่นเคืองยิ่งนักและผูกใจอาฆาตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่นั้นมา


* พระสาวกผู้ใหญ่ 80 รูป บางแห่งเรียกว่า พระอนุพุทธ 80 รูป

** มิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดจากคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ชั่ว มารดาบิดาไม่มีคุณเป็นต้น และความเห็น ที่ไม่นำไปสู้ความพ้นทุกข์

*** พระไตรปิฏก สำหรับเยาวชน เล่ม 3 หน้า 129

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘