กำจัดไวรัสที่ซ่อนตัวใน Drive ให้สิ้นซาก ด้วยคำสั่ง DOS

อาจารย์บอย ค๊าบบ!….. อาจารย์ บอย ค๊าบ!….. เสียงคุ้น ๆ ตะโกนเรียกมาจากหน้าบ้านพร้อมเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้ 1 ฝูงเห่ากันให้เกรียว ผมชะงักมือกับการเงื้อดาบซามูไรเล่มยาวที่กำลังจะฟันลงไปยังต้นกล้วยที่ออก ผลสุกงอมเหลืองอร่าม “แหม่ใครนะมาเรียก อาจารย์อีก เลิกสอนไปเป็นปีแล้ว” ผมคิดในใจพลางเดินถือดาบซามูไรตรงไปยังเสียงเรียก.

“เหวออออ! อาจารย์ถึงกับต้องถืออีดาบมาฟันผมเขียวเหรอ” เจ้าของเสียงเรียกร้องแบแอ๊บตกใจเมื่อเห็นผมเดินมา

“อ๋อ นึกว่าใคร สมชัยนั่นเอง มีอะไรเหรอ?” ผมถามเมื่อเห็นหน้าลูกศิษย์ที่สนิทมากคนหนึ่ง พลางมองในมือถือกระเป๋า Note book ติดมาด้วย

“คืองี้ครับอาจารย์….ลูกค้าผมเอา Note book มาซ่อมครับมันติดไวรัส ผมก็สแกนไปหมดแล้วครับแต่พอซักพักมันก็กลับมาอีก..ทำยังไงก็ไม่หายผมเลย ตัดสินใจ Format แล้วลง windows ใหม่ครับพอลงใหม่เสร็จยังไม่ทันทำอะไรเลยติดไวรัสตัวเดิมอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าformat ผม scan d: แล้วนะครับว่ามันตายไปหมดแล้ว” ลูกศิษย์ที่มาเรียนซ่อมคอมกับผมจนได้ดิบได้ดีไปเปิดร้านของตัวเองเล่าอาการ เครื่องของลูกค้าให้ฟัง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักเพราะไวรัสเดี๋ยวนี้มันฉลาด
“แล้วสมชัยลองเปิด hiden file ดูหรือยังหล่ะว่ามันมีไฟล์อะไรแปลก ๆ อยู่ใน D: หรือเปล่าก่อนจะ format” ผมถามไปตามที่เคยสอนไว้

“ก็ดูนะครับ แต่ไม่มีอะไรเลย”
ผมเริ่มเหงื่อตก เพราะไม่ได้ซ่อมคอมมาปีกว่าแล้วหลังจากที่เลิกสอนมาเพราะปัญหาสุขภาพ แต่กลัวจะเสียหน้าต่อหน้าลูกศิษย์เลยให้สมชัยเข้ามาในบ้านเพื่อขอดูอาการ ก่อน.
หลังจากปาดเหงื่อเพราะไล่จับฝูงน้องหมาที่จ้องจะแทะน่องของศิษย์รักเข้ากรง อยู่นาน ผมก็มาเริ่มตรวจเช็ค Notebook เจ้าปัญหาทันทีเริ่มแรกก็ต้องทำการเช็ค D: ซะก่อนเพราะไวรัสประเภทที่ฝังตัวอยู่ใน Drive นี้สามารถที่จะทำงานได้ตลอดเวลาโดยอาศัยไฟล์ที่มีชื่อว่า Autorun.inf ที่จะไปแฝงและแอบซ่อนไว้ในทุก ๆ partition ของเเครื่องนั้น ผมก็ Double click ที่ my computer แล้วคลิ๊กขวาที่ d: เลือก Explore เพื่อให้เปิดข้อมูลใน D: ขึ้นมาโดยหลีกเลี่ยงไฟล์ Autorun.inf ไปที่คำสั่ง Tools>Folder options>view แล้วไปติ๊กที่ show hiden file….. ตามภาพที่ 1 แล้วกด apply แล้วกด OK เพื่อให้ windows แสดงไฟล์ที่ถูกซ่อนไว้

ภาพที่ 1 เปิดดู ไฟล์ที่ถูกซ่อนอยู่

แล้วผมก็กลับไปดูที่ d: อีกครั้งก็ ไม่ปรากฏไฟล์ซ่อนใด ๆ ตามที่ลูกศิษย์ได้ระบุไว้ แต่ก็ค่อนข้างแปลกใจที่ไม่เห็น folder “System volumn information” และ “Recycler” ที่ Windows จะต้งสร้างขึ้น อัตโนมัติหลังจากที่ลง windows เสร็จแล้ว ผมจึงกลับไปดูที่ View อีกครั้งปรากฏว่า ตัวเลือกไปมันไปอยู่ที่ “Do not show hiden files…and folders ON” ซึ่งหมายความว่าไม่ให้แสดงไฟล์ซ่อน ผมก็ตกใจนึกว่าคลิ๊กผิดหน้าแตกต่อหน้าลูกศิษย์แน่ ๆ เลยรีบติ๊กที่ Show hiden… ใหม่แล้วกด apply แล้วกด OK อีกครั้งอย่างตั้งใจ ผลปรากฏว่าเหมือนเดิมครับที่ D: ไม่มีการแสดงไฟล์ซ่อนใด ๆ และที่ View ก็เป็น Do not show… เหมือนเดิม

เอาหล่ะสิครับผมโดนไวรัสเล่นของเข้าให้แล้วและพยายามนึกวิธีการกำจัดไวรัส ตัวนี้ออกไปให้ได้ และบอกให้สมชัยกลับไปก่อนโดยผมขอเวลาหาวิธีคิดก่อน…..
หลังจากนั่งตรึกตองอยู่นาน เพราะสแกนก็ไม่เจอ เปิดไฟล์ซ่อนก็ไม่ได้ แล้วทำอย่างไรผมถึงจะเห็นตัวตนของเจ้าไวรัสตัวนี้ได้ ฉับพลันก็นึกถึงคำสั่ง Dos คำสั่งนึงขึ้นมาได้เป็นคำสั่งที่ไม่ว่าไฟล์นั้นจะถูกซ่อนแบบลึกลับซับซ้อน แค่ไหน ก็ไม่มีวันรอดพ้นสายตาไปได้ คำสั่งนั้นคือ

ATTRIB ! (แอดทริป)
Attrib เป็นคำสั่งที่ใช้ในการ ซ่อนหรือยกเว้นการซ่อนไฟล์ที่ค่อนข้างสำคัญ เช่นไฟล์ระบบ ไฟล์บูต ไฟล์ของ OS และโดยส่วนใหญ่ไวรัสที่แฝงตัวอยู่ใน partition พวกนี้จะจำลองตัวเองเป็นไฟล์ระบบและไฟล์อ่านอย่างเดียวจึงทำให้ Anti-virus ทั่วไปไม่สามารถตรวจสอบได้ ผม Restart เข้า Save mode (กด F8 ตอน บูต) แล้วเปิด command prompt ใน save mode ออกมาแล้วเปลี่ยนไปที่ D: พิมพ์ Dir/ah (ดูไฟล์ที่ซ่อนทั้งหมด) ก็ได้ตามภาพที 2 ครับ

ภาพที่ 2 ใช้คำสั่ง DIR/AH เพื่อดูไฟล์ที่ถูกซ่อนอยู่ทั้งหมดของ partition นั้น ๆ

ดังคาดผมเจอไฟล์ผิดปกติ 3 ไฟล์นั่น คือ Autorun.inf จำเลยที่ 1 และ 1ogf.exe,fbak.exe จำเลยที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ที่นี้เราจะต้องนำเจ้า Autorun.inf มาสืบสวนครับว่ามันทำงานให้ใครโดยการใช้คำสั่ง Dos อีกตัวที่ชื่อ ว่า TYPE (ไทป์) Type เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแสดงข้อมูลในฟล์ประเภท TXT ครับ โดยรูปแบบการใช้คำสั่งคือ พิมพ์ Type autorun.inf (ภาพ3)

ถาพที่ 3 คำสั่ง type

แล้วเจ้า Autorun.inf ก็จะสารภาพออกมาว่ามันทำงานให้กับไฟล์ที่มีชื่อ ว่า Fbak.exe (ซึ่งจริงๆแล้วเจ้า 1ogf.exe ก็อาจมีไฟล์ Autorun.inf แต่คลถูกเขียนทับ ด้วย Autorun.inf ของ fbak.exe

เอาหล่ะครับเมื่อทราบถึงแหล่งที่มาของตัวโปรแกรมร้ายแล้วเราก็มากำจัดด้วยพระเอกของเรา Attrib ครับ
ขั้นแรกให้คุณกำจัดไวรัสที่ไม่มีไฟล์ Autorun ก่อนเพราะมันจะไม่สามารถแพร่พันธุ์กลับมาได้ไวเหมือนตัวที่มี autorun ให้คุณพิมพ์ดังนี้ครับ
ATTRIB -H -R -S 1OGF.EXE แล้วกด enter แล้วกด enter แล้วก็ทำอย่างเดียวกันกับไฟล์ตัวร้ายที่เหลือ

ภาพที่4 Attrib -h(ยกเลิก hiden) -R (ยกเลิก Read only) -S (ยกเลิกการระบุว่าเป็นไฟล์ System)

หลังจากเรายกเลิกคุณสมับติการซ่อนไฟล์ของเจ้าตัวร้ายทั้ง 3 แล้ว ก็ให้เราทำการกำจัดทิ้งด้วยการใช้คำสั่ง DEL ครับ รูปแบบการใช้คำสั่งคือ
del autorun.inf แล้วกด enter
del 10gf.exe แล้วกด enter
del fbak.exe แล้วกด enter
หลังจากนั้นให้รีบทำการ Restart เครื่องแล้วFormat c: ลงwindows ใหม่ทันทีโดยห้ามไม่ให้มีการ boot windows ที่ติดไวรัสขึ้นมาอีก ไม่อย่างนั้น D: ของคุณก็จะโดนไวรัสอีกเพราะ เจ้าตัวร้ายที่แท้จริงตอนนี้มันฝังตัวอยู่ใน Windows เรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะสร้างไฟล์ autorun.inf และเจ้า EXE ทั้ง 2 ไฟล์กลับขึ้นมาอีกได้เสมอ
และหลังจากที่ลง windows เสร็จแล้วมาตรวจเช็ค D: ก็ปรากฏว่าไม่มีไวรัสใด ๆ หลงเหลืออยู่ใน ทั้ง C: และ D: แล้วครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับไม่ยากเลยใช่ไหมกับการกำจัดไวรัสตัวร้าย ที่ใคร ๆ ก็พากันเข็ดขยาดด้วย Dos โปรแกรมพื้น ๆ ที่หลาย ๆ คนลืมเลือนไปแล้ว แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะครับ

***หมายเหตุ Virus อาจมีชื่อและนามสกุลอื่น ต่าง ๆ กันไปเช่น v1.dll.vbs,readme.txt.exe ให้สังเกตุไฟล์ที่มีนามสกุลซ้อนกัน หรือไฟล์ .VBS แต่พวกไฟล์ระบบอย่าง

Boot.ini
IO.sys
Msdos.sys
Ntdetect.com
NTLDR
พวกนี้อย่าไปเผลอลบเข้าเขียวนะครับ เดี๋ยวจะเข้า windows ไม่ได้ไม่รู้นะครับ ****

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘