ความสัมพันธ์ระหว่างการนอนหลับและความอ้วน: การนอนหลับมีผลต่อการรับประทาน และการลดน้ำหนักอย่างไร

มีความสัมพันธ์ระหว่างการนอนไม่พอกับความอ้วนครับ คนที่นอนไม่พอ มักจะมี
แนวโน้มที่จะหาของกินมากกว่า

เป็นการตอบสนองของร่างกายครับ ถ้าคุณไม่นอน ร่างกายก็จะคิดว่าคุณยังต้องการ
พลังงานอยู่ จะทำให้เกิดความรู้สึกหิวครับ และมีการหลั่งฮอร์โมนที่มีชื่อว่าเลปตินมากขึ้น

เลปตินเป็นฮอร์โมนซึ่งถูกสร้างโดยเซลล์ไขมันและส่งสัญญาณไปที่สมองให้รับรู้ความ
รู้สึกว่า "อิ่ม"

เมื่อเรานอนหลับไม่เพียงพอ ก็แสดงว่าเราไม่พักผ่อน ร่างกายของเราจึงคิดว่าเรายังต้องการ
พลังงานอยู่ (เพราะเราไม่นอน) และต้องการอาหารมากขึ้นเพื่อนำไปใช้ในการทำกิจกรรม
จึงทำให้รับประทานอาหารมากขึ้นและทำให้เกิดความอ้วนในเวลาต่อมา

ไม่ใช่เฉพาะรับประทานมากเกินไป แต่ยังเลือกรับประทานผิดอีกด้วย

เมื่อคุณไม่นอน ร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น จะทำให้เราต้องการอาหารที่มีพลังงานสูง
ตามไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือน้ำตาล (สารอาหารน้อย แต่พลังงานสูง) แม้ว่าจะเลือก
อาหารอย่างฉลาดแล้วคุณก็ยังอ้วนอยู่เพราะคุณนอนไม่เพียงพอครับ

นอกจากนี้การที่คุณนอนไม่เพียงพอยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
ซึ่งทำให้คุณอ้วนมากขึ้นอีกด้วยครับ

การนอนไม่พอทำให้เกิดความเครียด และจะทำให้คุณหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่าคอร์ติซอลออก
มา ซึ่งจะทำให้อินซูลินหลั่งมากขึ้น และทำให้เกิดการสะสมไขมันมากขึ้น

การนอนไม่พอทำให้เพิ่มระดับกลูโคสในร่างกาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
ในเวลาต่อมาอีกด้วย สิ่งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ 1-2สัปดาห์หรอกครับ แต่จะเกิดขึ้นถ้า
คุณนอนไม่พออย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ก็จะเสี่ยงครับ

ในเมื่อการนอนอย่างไม่เพียงพอจะส่งผลต่อสุขภาพแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นวิธีการ
หนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ครับ มีการศึกษาครับว่าผู้ที่ออกกำลังกายจะนอนหลับได้ดีกว่า
ครับ และจะตื่นตัวในช่วงกลางวันได้ดีมากกว่า

ให้นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมงครับในตอนกลางคืน ก็จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และ
ช่วยควบคุมการสะสมไขมันได้ด้วยครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘