ไวรัสคอมพิวเตอร์ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด ภาค 3

ค้างพวกคุณเอาไว้ในเรื่องการทดสอบ Rootkit ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่สุดพรุ่นไปด้วยช่วงทางเจาะระบบ ลีนุกส์นั้นกลางปีนี้...ได้มีการทดสอบการแอกส์ระบบจากทั่วโลก..ระบบ ปฏิบัติการที่พรุ่นก่อนเพื่อน ไม่ต้องบอกครับ...รู้กันอยู่ ไม่ถึง 4 ชั่วโมงไม่ว่าด้วยการบล็อกโปรแกรมด้วยไฟล์วออร์ หรือวิธีใดๆ ก็ตาม...พรุ่น...ภายในไม่กี่ชัวโมง ตามมาด้วย Mac PC และ อีกตัวผมไม่แน่ใจว่า BBS หรือ OS2 แต่ที่แน่ๆ ... ระบบปฏบัติการ "ลีนุกส์" ๆๆๆๆๆ ไม่สามารถแฮกส์ได้ครับ..ภายใน 7 วันแข่งขัน...สุดยอดจริงๆ แต่ Rootkit ของพวกมันก็พรุ่นครับ...เพราะผมเองเป็นคนที่ใช้งาน "ลีนุกส์ TLE9" ถูกเจ้าแฮกส์เกอร์ประจำจังหวัดลบไฟล์ภายใน TLE ตอนเสียบแฟลชไดร์ฟ เพื่อเซฟงานในวินโดวส์โอ...เล่นอย่างนี้เลย...ปรากฎบูตไม่ขึ้นสิครับ...ต้อง อาศัย Hard ware เพื่อเสิรมการทำงานคือ CD-ROM บูต ลีนุกส์...กัน Rootkit ของวินโดวส์ทำลายเราก่อนเข้าระบบ Kernel ครับ...ที่นี้...โครตเซียนที่ต่อ NetBios เพื่อดูการทำงานของเราผ่าน IP ที่ล็อกเอาไว้...คงยิ้มไม่ออกครับ...ให้มันงงไปอย่างนั้นแหละ...ชาตินี้ทั้ง ชาตก็ไม่สามารถเขียน ROM ได้ครับ...ตามหลักสูตรที่เรียนมาเหมือนๆ กัน...

อา... ก่อนจะเข้าสู่การปูพื้นฐาน "รูทคิต" กัน...ฝากเตือนเพื่อนๆ หลายคนครับที่โดนไวรัสประเภทเดียวกับผมเล่นงานคือ...มีแฟ้มหนึ่งครับ...ที่ ผมเก็บจากเจ้าแฮกส์เกอร์ที่แกล้งผม...และเก็บไปศึกษาครับ...(เจ็บแล้วจำ) มันเล่นงานระบบปฏิบัติการของเราได้แม้ว่าเครื่องจะมีแอนตี้ไวรัสชั่น 1 ก็ตาม จาก การติดตั้งไดร์ฟเวอร์ของ .VBS เพื่อเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ทั้งในเครื่อง และเครื่องข่ายก็ตาม...ขอแค่มันทราบ User จบแล้วครับ...ไม่ต้องทราบ IP อย่างใด...มันอาศัย WMI Object รายละเอียดคำสั่งคงไม่ให้ดูนะ ครับเพราะอาจจะทำให้ระบบของคุณ พรุ่น... เพื่อเปิด Services ในแบบที่แชร์เครื่องพิมพ์ผ่านเครือข่าย...ซึ่งทำให้ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ใดบน โลกใบนี้...มันเชื่อมต่อมายังคำสั่งที่ทำเป็นว่าเป็นไดรฟ์เวอร์เครื่องพิมพ์ ...มันก็สามารถเล่นงานได้ครับ...โถ่...เล่นอย่างนี้ได้ครั้งเดียวแหละครับ ...ผมจะจำไว้ใช้งานบ้าง...เพราะในคำสั่งที่มันทิ้งไว้... -d ของพวกมันคือคำสั่งลบไวรัสของพวกมันเอง...ฮิฮิฮิ นึกว่าเราอ่าน .VBS สคริปไม่เป็นซินะ...ตอนนี้ก็เปิดเครื่องไว้รอเทคนิค ใหม่ๆ ของพวกมันอยู่...ไม่ตายอยู่แล้ว...มันไม่ใช่เครื่องของเราเอง...อีกนิดหนึ่ง ครับ...ลืมบอกไปคือ...การฆ่า Rootkit แม้คุณจะใช้โปรแกรม Hijack หรือ Deep ฟรีสเซอร์โหงกุน ก็ตาม ถ้าเป็น Sevices บริการแล้ว...ไม่สามารถลบมันออกได้ครับ...คุณต้องลงไปลึกระดับ Safe Mode เพื่อรื่อฟื้นระบบกันใหม่...แต่ไวรัสไม่ปล่อยให้คุณทำเช่นนั้นแน่นอน...ด้วย การเปลี่ยนคีย์ Safeboot ในรีจีสตีย์ให้เป็นชื่ออื่น...ทำให้บูตไม่ได้...ตายอีก...ทีนี้...ยังไม่ถึง เวลามาพูดถึงวิธีแก้ครับ...เพราะว่า...ก่อนอื่นมาไล่เรียงกันเรื่อง โครงสร้าง Rootkit กันก่อน...ดีกว่า...


การทำงานในเบื้องลึกของ Rootkit ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP (เอ็กช์พีอย่างเดียวนะครับ)
1.ดอสสตาร์ทอัป (DOS Startup)

1.1 Config.NT
DIVICE=ไวรัส.EXE
ใน ส่วนนี้สังเกตุให้ดีครับคำสั่ง Device ผู้เขียนไวรัสสามารถจะแทรกคำสั่งไวรัสในส่วนนี้...แต่โปรแกรมที่ทำงานในนี้ ส่วนใหญ่ เป็นโหมด 16 บิต ครับ...หรือเขียนเพื่อติดต่ออินเตอร์เฟสชั้นต่ำ...ไวรัสที่สามารถทำงานในนี้ ได้ต้องอาศัยประสบการณ์ชั้นเซียนอย่างมากเพื่อที่จะฮุกอินเตอร์รัพต์ ให้ได้...แต่ถ้ามันฮุกอินเตอร์รัพต์สำเร็จโปรแกรมฆ่าไวรัสบนวินโดวส์จะหมด ความหมายทันที...ไม่มีสิทธิ์จะฆ่าพวกมันเพราะมันจะหลบซ่อนตัวแบบ "สเตริช์" ครับ...และแม้พวกคุณจะเปิดแฟ้ม Config.nt มาเพื่อหาไวรัสก็ไม่พบคำสั่ง device ของไวรัสครับ...เพราะไวรัสจะทำการลบคำสั่งทิ้งทุกๆ ครั้งที่มีการอินเตอร์รัพต์ไฟล์ชื่อ config.nt และ confis.sys มือปิดแฟ้มไวรัสก็จะเขียนคำสั่งไวรัสเข้าไปใหม่อีกครั้ง...จึงต้องเทพอย่าง มากครับ...คือบูต Floppy Disk หรือ CD-ROM บูตอัปเท่านั้นเพื่อฆ่าไวรัสในนี้...หรือ ต่อฮาร์ดดิกส์ไปยังเครื่องที่ไม่ติดไวรัสเท่านั้น

1.2 Autoexec.NT
LH ไวรัส.EXE
ไวรัส ที่อาศัยคำสั่ง Autoexecute นั้นก็ทำงานเหมือนๆ กับ Config.nt ครับ...เพราะมันจะหลบซ่อนหรือ โยกย้ายหัวอ่านก่อนที่จะสแกนไวรัส และยิ่งมันบรรจุตัวเองด้วยคำสั่ง LH หรือ Load High และ หมดสิทธิ์หลบไวรัสเลยครับ...เพราะมันหน่วยความจำของไดร์ฟเวอร์ระบบ...ไม่ สามารถหลบทิ้งได้...จนกว่าปิดเครื่องครับ...รีสตาร์ทก็ไม่มีผลคับ...คำสั่ง นี้...จะเชื่อมต่อการเขียนโปรแกรมในโหมด Single Processing คือ มันทำงานแบบ DOS คือเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงานได้ทีละโปรแกรม ไม่มีหน้าต่างหรือโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมขึ้นมาทำงานพร้อมกันแบบ วินโดวส์ ได้ นอกเสียจากตัวโปรแกรมของมันจะ Shell โปรแกรมอื่นผ่านโปรแกรมของมันอีกที...กว่าคือ...วินโดวส์จะทำงานได้ต้องรอ โปรแกรมของพวกมันอนุญาติ...ให้ทำงานต่อไปเท่านั้น
คำสั่งไวรัสที่อยู่ใน Autoexec.nt นั้นก็สามารถเรียกด้วยคำสั่งได้โดยตรงทีละบรรทัดตามตัวอย่างนี้...
ไวรัส.COM
ไวรัส.EXE
หรือ
Start ไวรัสสคริป...

2.ไดร์ฟเวอร์บูตอัป (Drivers BootUp)

2.1 WIN.INI
[Windows]
Load=ไวรัส.EXE
Run=ไวรัส.EXE
กล่าว ต่อไปคือ...ไวรัสที่อาศัยไดร์ฟเวอร์ของระบบปฏิบัติการเล่นงานคุณ ตามรูปแบบคำสั่งด้านบนไวรัสที่ทำงานในส่วนนี้สามารถใช้คำสั่งแบบ 32 บิตได้...แต่ต้องเป็นคำสั่งที่ทำงานในโหมดโบราณของวินโดวส์คือ 3.11 และ 95 ได้...เพราะไดร์ฟเวอร์ในส่วนนี้...ทำงานก่อนที่ระบบปฏิบัติการณ์วินโดวส์แบบ เต็มตัวจะทำงาน...ที่สำคัญ...คือก่อนโปรแกรมฆ่าไวรัสจะทำงานด้วยซ้ำ จึงทำให้ไวรัสในส่วนนี้จะเคลื่อนย้ายตัวเองไปที่อื่นก่อนที่โปรแกรมฆ่าไวรัส จะทำการสแกนไวรัสในแฟ้มนี้ หรือ บางตัวก็เปิดแฟ้มแบบไม่ให้ใครอ่านได้คือจองไฟล์แฮนเดิล...เอาไว้เพื่อไม่ให้ โปรแกรมใดสามารถเขียนหรืออ่านแฟ้มนี้ได้นั้นเอง...ไวรัสที่อยู่ในคำสั่งนี้ ...จะทำงานได้แม้กระทั้งใน Safe Mode ทุกระดับ...นับว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะฆ่าพวกมัน


2.2 SYSTEM.INI
[Boot]
Shell=Explorer.exe ไวรัส.EXE
ส่วน ไวรัสที่อาศัยคำสั่งของ System.ini แต่ต้องเรียกตัวมันทำงานผ่าน Explorer.exe เพื่อครอบคลุมแทร็กในระดับบน...ไวรัสในข้อนี้...จะไม่สามารถทำงานบน Safe Mode Command Prompt จึงสามารถใช้คำสั่งใน CMD ฆ่าพวกมันบน Command Prompt ได้...ถ้าคุณเทพสักหน่อยก็ต้องรู้ว่าคำสั่งใดใช้เปิดอ่านแฟ้ม หรือพิมพ์ Edit windowssystem.ini เพื่อทำการอ่านและลบคำสั่งไวรัสทิ้งจากระบเสีย...
ให้สังเกตให้ดีๆ ครับไม่ใช่ลบมั่ว...ให้สังเกตคำสั่ง [Boot]

2.3 WININIT.INI
[Rename]
NUL=ไวรัส.EXE
คำ สั่งที่จะเป็นอันตรายต่อไปคือ คำสั่งนี้...มันไม่ได้เรียกไวรัสทำงานแต่มันมีไว้สำหรับซ่อนแฟ้มไวรัสไม่ให้ มองเห็น...ส่วนรายละเอียด...ผมยังศึกษาไม่กระจ่าง...เพราะก็อปชุดคำสั่งมา จากเวปต่างประเทศโดยผมอ่านภาษาอังกฤษได้แค่งูๆ ปลาๆ

3.รีจีสตรีย์สตาร์ทอัป Registry Startup

3.1 REG.EXE Query HKLM/SOFTWARE/Microsoft/Windows/CurrentVersion /v “RunServices”
คำ สั่งในส่วนนี้หลายคนก็คงรู้ว่าในระบบรีจีสตรีย์นั้นถ้าคุณจะติดตั้งโปรแกรม หรือทำให้โปรแกรททำานโดยอัตโนมัติต้องอาศัยคำสั่งเหล่านี้...ตัวแรก...คำ สั่ง Runservices คำสั่งนี้โดยทั่วไปเอาไว้สำหรับติดตั้งโปรแกรมและบริการของระบบปฏิบัติการ วินโดวส์แต่ไวรัสก็นำคำสั่งชุดนี้มาให้...เพื่อให้พวกมันทำงานได้ในระดับ Sevices จึงทำให้ไม่สามารถทำการ Kill Process ได้...จึงต้องเข้าไปปราบพวกมันผ่าน Safe Mode หรือปิด Services ของพวกมันอย่างเดียว...
3.2 REG.EXE Query HKLM/SOFTWARE/Microsoft/Windows/CurrentVersion /v “RunServicesOnce”
คำ สั่งนี้ทำงานแบบคำสั่งที่แล้ว...กล่าวคือเป็นคำสั่งเรียกใช้โปรแกรมทำงานโดย อัตโนมัติแต่...มันพิเศษตรงที่...คำสั่งใน "ฮีฟ" นี้...มันจะถูกเรียกใช้งานครั้งเดียว...จึงทำให้ไวรัสอาศัยคำสั่งนี้เรียก ทำงานในครั้งแรกที่มีติดเชื้อในระบบจากนั้นมันก็ซ่อนตัวเอง...แบบหายไปกับ กลีบเมฆ
3.3 REG.EXE Query HKLM/SOFTWARE/Microsoft/Windows/CurrentVersion /v “Run”
คำ สั่งนี้จะทำงานทุกๆ ครั้งที่เปิดเครื่อง รีสตาร์ท และ Logon ดังนั้นมันจึงมีซากไวรัสปรากฎให้พวกคุณเห็นในคำสั่ง Msconfig หรือ Hijack และถ้าลบคำสั่งไวรัสในส่วนนี้ทิ้งจะทำให้ไวรัสถูกแช่แข็งในเครื่อง...(ไวรัส กระจอก) จากนั้นก็ตามไปลบแฟ้มไวรัสที่ระบุใน "คีย์" ดังกล่าวได้ทันที
3.4 REG.EXE Query HKCU/SOFTWARE/Microsoft/Windows/CurrentVersion /v “RunServices”
จาก ตัวอย่างในข้อ 3.1 ที่กล่าวมาแล้ว "ฮีฟ" นี้ทำงานในแบบเดียวกัน...แต่ต่างกันตรงที่มันอยู่ในส่วนของ HKCU คือ ส่วนของ HKey_Current_User ซึ่งจะถูกเรียกใช้งานเฉพาะผู้ใช้งานที่กำลังเปิดอยู่เท่านั้น...จะไม่ไปยุ่ง เกียวกับ User อื่น เช่น Administrator
3.5 REG.EXE Query HKCU/SOFTWARE/Microsoft/Windows/CurrentVersion /v “RunOnce”
คำ สั่งนี้เหมือนในข้อ 3.2 แต่มันไม่ทำงานในยูสเซอร์อื่นนอกจากผู้ใช้งานที่ติดตั้งคำสั่งนี้...ที่ สำคัญ...มันจะถูกเรียกใช้งานครั้งเดียวเท่านั้น...และไม่ติดตั้งโปรแกรมใน ระดับ Services
3.6 REG.EXE Query HKCU/SOFTWARE/Microsoft/Windows/CurrentVersion /v “Run”
เหมือนกับคำสั่ง 3.3 แต่ต่างกันที่มันถูกเรียกเฉพาะผู้ใช้งาน

4.เอ็กช์โพเลอร์สตาร์ทอัป (Explorer Startup)

5.โฟลเดอร์สตาร์ทอัป (Folders Startup)
5.1 REG.EXE Query HKLM...Explorer /v “ShellFoldersStartuUp”
5.2 REG.EXE Query HKLM...ExplorerUserShellFolders /v “ShellFoldersStartuUp”
5.3 REG.EXE Query HKCU...Explorer /v “ShellFoldersStartuUp”
5.4 REG.EXE Query HKLM...ExplorerUserShellFolders /v “ShellFoldersStartuUp”

6.เชลล์โปรแกรม (Shell Programs)
6.1 HKCU(นามสกุล)ShellOpenCommand /v @
6.2 HKLMSoftwareClasses(นามสกุล)ShellOpenCommand /v @

7.แอ็กทีฟเอ็กซ์คอมโพเน้นท์ (Active X Component)
REG.EXE Query HKLMSOFTWAREMicrosolftActiveSetupInstalled ComponentsKeyName /v “StubPath”


คุณ คิดบ้างใหม...? บทภาพยนตร์ที่ถูกประพันธ์ โดยเราๆ ทุกคน...กำลังจะจบลงด้วยความเลวทรามของคนบางคนที่ชอบคิดว่าตัวเองคือ ผู้วิเศษและ สรรหาเชื้อโรคร้ายมาสู่จิตวิญญาณเราทุกคน...ไม่ใช่ในโลกแห่งชีวิต แต่ผมหมายถึงโรคแห่งจินตนาการ...โลกแห่งข้อมูล...โลกแห่งมายาทางคณิตศาสตร์ ที่เรามนุษย์ทุกๆ คน ภูมิใจที่ได้ใช้ชีวิตรวมไปกับมัน "คอมพิวเตอร์" คุณล่ะ...? คิดบ้างหรือเปล่า ทำไมคุณต้องมารับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ทำไมคนพวกนั้นเขาถึงต้องเขียนมันขึ้นมา...? สิ่งที่ผมสามารถจะตอบคำถามให้คุณได้ อยู่ในหนังสือเล่มนี้...และคุณเอง...คือผู้ปลดปล่อย...ผู้ที่จะทำให้โลกใน คอมพิวเตอร์น่าอยู่ขึ้น...คุณไม่ใช่แค่ตัวละครในเรื่อง "Matrix" แต่คุณคือคนที่มีชีวิตอยู่อันพรั่งพร้อมด้วยสติปัญญา...ความกล้าหาญ...ความ รับผิดชอบ...ที่จะใช้เวทย์มนต์ทางคณิตศาสตร์ด้วยโปรแกรมและคำสั่งเพียงไม่ กี่คำสั่งที่จะทำลาย "มัลแวร์" ซึ่งเป็นโปรแกรมชั่วร้ายที่ไม่เคยละเว้นการทำลายเครื่องของใครเลย...เอาล่ะ ...ถ้าคุณคิดว่าแน่กว่าพวกมัน...ก็ลองทำตามนี้เลย...



ปฐมบท...

กับผู้กล้าที่เราควรยกย่องพวกเขา "นักฆ่าอาร์ทีคีล ; RTKiller Antivirus" พวกเขาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ที่เขียนโปรแกรมฆ่ามาเข่นฆ่า "ไวรัสคอมพิวเตอร์" เป็นกลุ่มแรกในประเทศไทยเรา แต่ต้องยอมรับว่าเขาเหล่านั้น ต้องเป็นเพียงตำนานไป เพราะไวรัสคอมพิวเตอร์ในยุคนั้นถือว่าดุร้ายอันตรายอย่างมาก แม้แต่โปรแกรมฆ่าไวรัสเอง ก็ต้องกลายเป็นพาหะแพร่เชื้อไวรัสเช่นกัน เป็นเพราะไวรัสชั่วร้ายเหล่านี้ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทยเรา ...แต่มันมาจากทุกๆ แหล่งทั่วโลกซึ่งพวกแฮกเกอร์ชั่วร้ายเหล่านั้นเก่งเวทย์มนต์คำสั่งภาษาระดับ ต่ำอย่างมาก ทำให้ไวรัสในยุคแรก ไม่ใช่เป็นเพียงตำนาน แต่มันเหมือน "อสูรดึกดำบรรพ์" ที่มีความเก่งกาจกว่าไวรัสลูกๆ หลานยุคใหม่ๆ อย่างมาก ไวรัสที่ถูกเขียนด้วยภาษา Assembly และภาษา C นั้นมีความสามารถสูงและมีขนาดเล็ก มากๆ เพียงแต่คำสั่งในระดับนี้ต้องอาศัยผู้ที่เก่งกาจและเชี่ยวชาญด้าน DOS Interface อย่างมาก มันอาจหลับไหลอยู่ในจิตใจของคนพวกนั้นอยู่ แต่ถ้ามันถูกปลุกขึ้นมาเพื่อผสมรวมกับคำสั่งภาษารุ่นใหม่ๆ จะทำให้ไม่มีทางที่กำจัดพวกมันได้ง่าย อย่างที่หลายๆ คนคิดกัน "เหมือนตำนานแดร็กคิวล่า...บิดาแห่งผีดิบทั้งมวล"



ทุติยบท...



ผมเองครั้งหนึ่งเคยหลงไหลกับคำสั่งในสคริปแบทไฟล์ อย่างมาก เพื่อหาทางเขียนมันขึ้นมากลั่นแกล้งผู้อื่น เป็นความคิดของเด็กๆ คนหนึ่งที่มีปัญหาทางจิตใจ คำสั่งชั่วร้ายเหล่านั้นมันสามารถทำให้คนอื่นปวดหัว และสับสนในการใช้คอมพิวเตอร์อย่างมาก...เพราะเขาเหล่านั้นเองไม่เคยศึกษาการ ทำงานของพวกไวรัสเลย จึงเป็นจุดอ่อนของนักฆ่าไวรัสรุ่นใหม่ๆ ทุกคน...ที่คิดว่า นำไวรัสผู้อื่นมาทดลองฆ่า...แต่กับไม่รู้ซึ่งถึงคำสั่งของพวกมันเลย แต่ทุกวันนี้ผมอยู่ใน "เวทย์มนต์คำสั่งสายขาว" คือนำจุดอ่อนของนักฆ่าไวรัสมาปรับปรุงให้นักฆ่าไวรัสทุกๆ คน...รู้เท่าทันและปรับยุทธวิธีให้ฆ่า "คำสั่งชั่วร้ายเหล่านั้นได้...แม้มันจะเป็นคำสั่งที่กลายพันธ์ตัวมันเอง ได้"



ปัจจุบันนี้...ผมได้สร้างโปรแกรม "แคทอาย" ซึ่งเป็นฉายาของผมมาเข่นฆ่าไวรัสที่ตัวเองถนัดเขียนอย่างมาก คือ "ไวรัสสคริป" ผมหวังไว้ว่า..."ผู้ที่กล้าหาญอย่างพวกคุณ...จะเป็นบุคคลหนึ่งที่เห็นความ สำคัญในการดูแลและปกป้องข้อมูลของตนและผู้อื่น...และทำให้ชื่อเสียงของพวก คุณถูกคนทั่วๆ ไปจารึกเอาไว้ใน สาระสนเทศแห่งข้อมูลที่ไม่รู้จบบนโลกใบนี้"



ตติยบท...

พร้อมหรือยัง...จะเป็นบุคคลหนึ่งที่ถูกจารึกชื่อเอาไว้...ในสาระบบทั้งมวล...อย่างนั้นมาพบกับผู้กล้า



คนแรก "ธีระยุทธ สินล้าน" นักฆ่าไวรัสรุ่นใหม่...นักศึกษา ม.ขอนแก่น ถนัดการกำจัดไวรัสจำพวก "RootKit" ได้แก่เครื่องมือฆ่า "ไวรัส BronTok" ด้วยโปรแกรมฆ่าไวรัสตัวนี้สามารถฆ่าไวรัสที่ฝั่งอยู่ที่เครื่องของพวกคุณ บน Explorer ได้เลย...ไม่ต้องเข้าสู่ Safe Mode แต่อย่างใด



คนที่สอง "เพรช ติยะพันธ์" นักฆ่าไวรัสรุ่นใหม่ ชาวนครศรีธรรมราช... ถนัดการกำจัดไวรัสจำพวก "AutoIt" ได้สร้างโปรแกรมตรวจสอบไวรัสที่สามารถทำลายไวรัสที่ฝั่งอยู่ในอุปกรณ์บันทึก ข้อมูลที่สามารถเขียนได้ โปรแกรมของเขาสามารถทำงานได้ในระดับที่ดี...แต่ยังต้องพัฒนาต่อไปเพื่อ แข่งขันกับการแข่งขันเชิงปฏิบัติการในสมรภูมิจริง กับเครื่องของพวกคุณ

คนที่สาม ... อาจเป็นคุณที่จะสร้างชื่อและความสามารถผ่าน Web 2.0 ด้วยการใช้เวลาว่างเป็น Bloger เพื่อเขียนทางแก้ไข หรือโปรแกรมฆ่าไวรัสผ่านเวปไซด์เพื่อให้เห็นกันไปเลยว่า "ใครจะอยู่หรือจะไป" ระหว่างนักฆ่าไวรัสและนักเขียนไวรัส แม้สงครามนี้จะยาวนานตราบสิ้นสงคราม แต่ชื่อและเกียรติประวัติของพวกคุณจะคงอยู่ต่อไป...ผู้เขียนหวังว่าหนังสือ เล่มนี้...จะทำให้คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตเพื่อแกล้งชาวบ้าน หรือนักเขียนไวรัส จะกลับตัวและหันมาสื่อสารข้อมูลที่เป็นเชิงสร้างสรรให้มากยิ่งขึ้น เพื่อความสงบสุขตราบที่เวลาจะมีให้ได้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘