ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

วิเคราะห์ความจริง!!!จุดจบของมารศาสนาวันนี้...อ้างอิงพุทธกาล

อย่าคิดว่าชาวพุทธอย่างเราจะไม่รู้!!
วัตถุประสงค์แท้จริงของการประโคมข่าว..
"ใส่ร้ายป้ายสี...สร้างคดีให้พระสงฆ์"
กระพือข่าวจากปลายปากกา "คนพาล"
สบคบพวกที่ "เห็นแก่เงิน"..มุ่งหมายประโยชน์ส่วนตน
ช่างเหมือนเหตุการณ์ในพุทธกาล
ที่พญามารนำเสนามารเข้าแย่งชิงรัตนบัลลังก์
ก่อนที่พระบรมโพธิสัตว์จะตรัสรู้
อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณที่ใต้ควงไม้ศรีมหาโพธิ์


null


จากสถานการณ์ข่าวใส่ร้ายพระภิกษุสงฆ์จะยังไม่จบง่ายๆ 
แผนล้มมส. และวัดพระธรรมกาย ปรากฎฉายชัดขึ้นทุกที
สงครามบนโลก Social ทวีความรุนแรง 
ผ่านฝีปากคนพาลทั้งหลาย..ด้วยวาจาผรุสวาจา 
สรรหาศัพท์ ทั้งบัญญัติเอง หรือ copy คนอื่นมาด้วยความสะใจ
เรียกพระเป็นโยม ...สร้างสถานการณ์ให้ประชาชนที่รับสาร
ให้ทวีความเกลียดชัง และไม่เคารพพระสงฆ์
กลุ่มข่าว..กลุ่มคน ก็ตัวละครเดิมๆ ที่ออกข่าวรวดเร็วฉับไว
(สำนักข่าวเจ้าเดิมๆ หาเงินจากข่าวใส่ไข่ เติมคำ ใส่ร้าย)
คนกลุ่มนี้...มีอะไรแอบแฝงแน่นอน!!!
แต่เราในฐานะลูกของพระพุทธเจ้าคนหนึ่ง
จะไม่ยอมปล่อยให้คนพาลชั่วๆ เหล่านี้ลอยนวล

ผู้มีปัญญาโปรดพิจารณาจากเหตุการณ์ในพุทธกาล...

ท้าวปรนิมมิตวสวัตตี หรือ ท้าววสวัตตี  หรือมารผู้มีบาป 
ม้เป็นจอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี 
เป็นเทพแต่เป็นเทพบุตรมาร 
ชอบมาผจญผู้ที่จะทำความดีต่างๆ 
(คือเป็นประเภทเห็นคนทำความดีไม่ได้ต้องขัดขวาง)
....


null


เทพบุตรมาร หรือท้าวปรนิมมิตวสวัตตี 
หรือ ท้าววสวัตตี ผู้อิจฉาริษยาพระบรมโพธิสัตว์


ครั้งนั้น..เมื่อพระโพธิสัตว์เจ้า ถูกมารผจญ
พญามารพร้อมเหล่าเสนามาร ยกพลมามืดฟ้ามัวดิน
พระบรมโพธิสัตว์ทรงทราบว่ากำลังผจญมารที่
ไม่มีใครในภพ 3 สู้ได้จึงทรงนึกถึงบารมี 30 ทัศ 
ที่สั่งสมมานับภพไม่ถ้วน เป็นธรรมาวุธ
คุ้มกันภัยจากมาร...ไม่ว่าพญามารจะบันดาลฝนถ่านเพลิง, 
เครื่องประหาร ถ่านไฟ ถ่านนรก ฝนทราย 
ฝนโคลน..ฝนน้ำกรด ตกลงมา..
กลับกลายเป็นทิพยมาลาบูชาพระมหาบุรุษ 


null

(ต่อไปนี้เป็นฉากสำคัญ* เหมือนเหตุการณ์ตอนนี้มากๆ)

เมื่อพญามารไม่อาจทำอันตรายแก่มหาบุรุษก็โกรธมาก 
เร่งไพร่พลให้จับพระมหาบุรุษมาประหารให้ได้ !!!
พญามารเองก็ไสช้างคีรีเมขล์เข้าไปต้นโพธิ์
ประกาศกร้าวว่า 
"ดูก่อน!! สิทธัตถะ 
ท่านจงลุกจากบัลลังก์นี้! รัตนบัลลังก์นี้
ไม่ควรแก่ท่าน..ควรแก่เราต่างหาก" 
พวกเสนามารพากันโห่ร้องลั่นไปทั่วภพสาม
(พวกมาร..พอนายบอกว่า นั่นของเรา 
มันก็ช่วยโห่ร้องยืนยันเสียงว่า ใช่ๆๆของนายข้า)
พระมหาบุรุษ ตรัสด้วยความนิ่งสง่าว่า 
"รัตนบัลลังก์นี้ บังเกิดขึ้นด้วยบุญของเรา....
หาได้เกิดด้วยบุญของท่านไม่ ...เพราะฉะนั้น 
เราจะไม่ยอมลุกเด็ดขาด"


(และแล้วก็มาถึง...ฉากจุดจบของพญามาร)
แม้จะอ้างว่ากำลังของตน
พหลโยธามากมายอาวุธครบครัน 
ส่วนตัวพระโพธิสัตว์นั้นเล่า..
มีใครเป็นพยานยังกล้าลองดี
พระมหาบุรุษไม่เกรงกลัวพญามาร 
พยานที่รู้เห็นการกระทำไม่มี
แต่พื้นดินที่ไม่มีชีวิตนี้เป็นพยาน 
มหาทานบารมีสมัยพระเวสสันดร 7 ครั้ง
ว่าแล้วก็ทรงชี้พระหัตถ์ข้างขวาไปที่แผ่นดิน

แผ่นดินที่หนา 1,014,000 โยชน์ก็สั่นไหว 
น้ำซึ่งเกิดจากอานุภาพมหาทานบารมีของพระองค์หลั่งไหล
ท่วมท้นเสนามารทั้งหลาย..มหาปฐพีสั่นปั่นป่วน ...
มหาเมฆร้องครืนปานเขาทลาย.. 
พญามารเริ่มครั้นคร้ามในพระเดชานุภาพ 
(เอาล่ะสิ เริ่มกลัวแล้ว)

ทันใดนั้น!! สายฟ้าอสนีบาตฟาด เปรี้ยง....!!!! 
หมู่มารสะดุ้งตกใจ แม้ช้างคีรีเมขล์
ไม่อาจทัดทานกระแสน้ำ คุกเข่าล้มลง 
มารตกลงแผ่นดิน เสนามารกระจัดกระจาย 
สุดท้ายพญามารจึงรีบหลบหนีไป
ด้วยความเสียใจในความพ่ายแพ้


null

null

จะเห็นได้ว่า...สุดท้ายมาร หรือคนพาลทั้งหลาย
แม้จะหาพรรคพวกใส่ร้าย ตู่ความ โกหกคนทั้งโลก
ให้หลงเชื่อ แล้วคิดว่าตนเอง..มีกำลังเยอะ 
จะเอาชนะคนดีๆ ไปได้
คิดผิดแล้ว!!! หลักฐานมีอยู่ พยานมีอยู่

เช่นเดียวกับหมู่มารทั้งหลายไม่สามารถล้มล้าง
ความดีของพระโพธิสัตว์ได้
คนชั่ว..จะใส่หน้ากาก..เอาตำแหน่งเข้าบังหน้า
กุเรื่องว่าตนเป็นคนดี หวังดี
ใบหน้า...วาจา...หยาบคาย..
ราศีหม่นหมองด้วยความแค้น ความโลภ
ใช้เงิน...สร้างอำนาจ...กระพือข่าวมั่ว..
ข่าวชั่วที่ตนใส่ร้ายคนอื่น

3 คำเลย...สำหรับหมู่มารในยุค IT 
"นรก...รอ...อยู่"
ถ้ายังไม่ตาย...พอดีว่ามีบุญเก่าอยู่บ้าง
แต่ก็อยู่แบบไร้ความสุข ..มีแต่ความทุกข์ใจ
เหมือนตายทั้งเป็น

พวกเราชาวพุทธ...เป็นคนมีปัญญา

และที่อินเทรนด์ทุกยุค ทุกสมัย..

"ธรรมะ...ย่อมชนะ...อธรรม"

                                                                              Cr.Angkanarak

null

Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page