ค้นหาบล็อกนี้

ป้ายกำกับ

ปัญหาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก ปริเฉทที่ ๑๐–๑๓ อบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง ณ วัดพระธรรมกาย

ปัญหาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั นเอก
ปริเฉทที ๑๐–๑๓
อบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง ณ วัดพระธรรมกาย
******************************
๑. ๑.๑ ข้อความว่า “ขออย่าให้พระภิกษุทั งหลายบวชบุตรท ีบิดามารดายังไม่
อนุญาต” เป็นคำพูดของใคร มีความเป็นมาอย่างไร ? ๒๕๔๔
๑.๒ พระราหุลได้สำเร็จพระอรหันต์ เพราะได้สดับธรรมอะไร ? ๒๕๔๔
๒. ๒.๑ เพราะเห็นอานิสงส์อะไร พระอานนท์จึงทูลขอพรข้อที ๘ ? ๒๕๔๓
๒.๒ พระอุบาลีออกบวชพร้อมใครบ้าง ที ไหน ท่านได้รับเอตทัคคะทางไหน ? ๒๕๔๓
๓. ๓.๑ พระอานนท์ได้ดวงตาเห็นธรรม ด้วยการฟังโอวาทจากใคร ? ๒๕๔๑.
๓.๒ มีเหตุผลอะไร ที พระศาสดาจึงโปรดให้บวชอุบาลีก่อนเจ้าศากยะ ? ๒๕๔๐
๔. ๔.๑ พระอนุรุทธเถระเป็นลูกใคร ? ๒๕๓๔
๔.๒ ท่านเลิศในทางไหน ? ๒๕๓๔
๕. ๕.๑ ธรรมุทเทศ ๔ ใครแสดงแก่ใคร ? ๒๕๓๕
๕.๒ ธรรมุทเทศ ๔ นั น แต่ละข้อความว่าอย่างไร ? ๒๕๓๕
๖. ๖.๑ พระโสณโกฬิวิสะ เป็นศิษย์ของใคร ? ๒๕๓๔
๖.๒ พระโสณโกฬิวิสะ มีเอตทัคคะทางไหน บรรลุพระอรหัตด้วยเทศนาอะไร ? ๔๐
๗. ๗.๑ เหตุคือความเส ือมท ีทำให้คนออกบวชนั น พระเจ้าโกรัพยะตรัสถามพระรัฐบาลว่า
อย่างไร ? ๒๕๓๙
๗.๒ พระโสณโกฬิวิสะ ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ที ไหน ? ๒๕๓๙
๘. ๘.๑ ภิกษุณีผู้มีช ือต่อไปนี ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ? ๒๕๔๔
พระนางมหาปชาบดีโคตมี นางเขมา นางอุบลวัณณาเถรี
๘.๒ พระสงฆ์เถรวาทในเมืองไทยไม่สามารถบวชภิกษุได้เพราะเหตุไร ? ๒๕๔๔
๙. ๙.๑ เม ือรวมเจดีย์ซึ งแสดงไว้ในบาลี อรรถกถา และฎีกา มีเท่าไร อะไรบ้าง ? ๒๕๔๓
๙.๒ อันตรธาน ๕ อย่าง อย่างไหนสำคัญกว่า เพราะเหตุไร ? ๒๕๔๓
๑๐. ๑๐.๑ ประมาณแห่งการตั งอยู่แห่งพระศาสนาได้แก่อะไร ? ๒๕๔๒
๑๐.๒ อจลเจดีย์คืออะไร เกิดขึ นเม ือไร ? ๒๕๔๑
.
เฉลยพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั นเอก
ปริเฉทที ๑๐–๑๓
อบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง ณ วัดพระธรรมกาย
************************
๑. ๑.๑ เป็นพระดำรัสของพระเจ้าสุทโธทนะ มีความเป็นมาอย่างนี คือเม ือพระนันทะ
พระราชโอรสขอผนวช พระเจ้าสุทโธทนะทรงโทมนัสเป็นอันมาก ครั นราหุลกุมาร
บวชแล้ว สิ นผู้ท ีจะสืบพระวงศ์ ยิง ทรงโทมนัสมากขึ น ทรงปรารภถึงทุกข์อันนี ท ี
จะพึงมีแก่มารดาบิดาในตระกูลอ ืนในเวลาเม ือบุตรออกบวชจึงทูลขอพรนี
๑.๒ เพราะได้สดับพระโอวาทซึ งสั งสอนในทางวิปัสสนา คล้ายกับโอวาทท ีตรัสสอน
พระปัญจวัคคีย์ ต่างกันแต่ทรงยกอายตนะภายนอกเป็นต้นขึ นแสดงแทนขันธ์ ๕
เท่านั น
๒. ๒.๑ เพราะเห็นอานิสงส์ว่าหากมีผู้มาถามว่า ธรรมนี พระพุทธองค์ทรงแสดงในท ีใดถ้า
ท่านตอบไม่ได้ เขาจะพูดได้ว่า ท่านตามเสด็จพระศาสดาตลอดกาลนานไม่รู้แม้
แต่เร ืองเท่านี
๒.๒ พระอุบาลีออกบวชพร้อมกับ พระภัททิยะ พระอนุรุทธะ พระอานันทะ พระภัคคุ
พระกิมพิละ พระเทวทัต ท ีอนุปิ ยนิคม ได้รับเอตทัคคะทางเลิศกว่าภิกษุทั งหลาย
ผู้ทรงพระวินัย
๓. ๓.๑ พระอานนท์ได้ฟังโอวาทจากพระปุณณมันตานีบุตร
๓.๒ กษัตริย์ศากยะมีมานะถือตัวกล้า อุบาลีเป็นคนรับใช้มานาน ให้อุบาลีบวชก่อน
เพื อเจ้าศากยะที บวชภายหลังจักได้ทำการกราบไหว้ ลุกต้อนรับ ประนมมือและ
กิจท ีสมควรอ ืนๆแก่อุบาลี เม ือเป็นเช่นนี จักละมานะความถือตัวว่าเป็นศากยะได้
๔. ๔.๑ พระอนุรุทธเถระท่านเป็นลูกของพระเจ้าอมิโตทนะ
๔.๒ ท่านได้รับยกย่องจากพระบรมศาสดาว่าเป็นผู้เลิศในทางมีทิพยจักษุ
๕. ๕.๑ ธรรมุทเทศ ๔ พระรัฏฐบาลแสดงแก่พระเจ้าโกรัพยะ
๕.๒ ใจความของธรรมุทเทศแต่ละข้อนั น คือ
๑. โลกคือหมู่สัตว์อันชราเป็นผู้นำ นำเข้าไปใกล้ ไม่ยัง ยืน
๒. โลกคือหมู่สัตว์ไม่มีผู้ป้ องกัน ไม่เป็นใหญ่จำเพาะตน
๓. โลกคือหมู่สัตว์ไม่มีอะไรเป็นของของตน จำต้องละสิ งทั งปวงไป
๔. โลกคือหมู่สัตว์พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ ม เป็นทาสแห่งตัณหา
๖. ๖.๑ พระโสณโกฬิวิสะ เป็นศิษย์ของพระมหากัจจายนะ
๖.๒ ท่านมีเอตทัคคะในทางปรารภความเพียร บรรลุอรหัตด้วยเทศนาที ว่าด้วย
อุปมาของพิณ ๓ สายท ีพระพุทธเจ้าทรงยกขึ นแสดง
๗. ๗.๑ พระเจ้าโกรัพยะตรัสถามถึงสาเหตุที ทำให้คนออกบวช คือ ความแก่๑
ความเจ็บ๑ ความสิ นไปแห่งโภคทรัพย์๑ ความสิ นญาติมิตร๑
๗.๒ ฟังธรรมที เขาคิชฌกูฏ แขวงกรุงราชคฤห์
๘. ๘.๑ พระนางมหาปชาบดีโคตมี ได้รับเอตทัคคะในทางรัตตัญHู
นางเขมาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีปัญญา
นางอุบลวัณณาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีฤทธIิ
๘.๒ เพราะมีพระพุทธานุญาตว่า “ภิกษุณีต้องบวชจากภิกษุณีสงฆ์แล้ว จึงบวชจาก
ภิกษุสงฆ์อีกครั งหนึ ง “ แล้วเวลานี ภิกษุณีสงฆ์ไม่มีแล้ว การท ีจะบวชภิกษุณี
จึงไม่สามารถทำได้
๙ ๙.๑ มี ๔ คือ ธาตุเจดีย์๑ บริโภคเจดีย์๑ ธรรมเจดีย์๑ อุทเทสิกเจดีย์๑
๙.๒ ปริยัติอันตรธานสำคัญกว่า เพราะปริยัติเสื อมลงในกาลใด พระศาสดาย่อม
เส ือมถอยในกาลนั น เม ือปริยัติยังดำรงอยู่ตราบใด พระศาสนายังดำรงอยู่
ตราบนั น เพระว่าปริยัติเป็นรากแก้วของพระศาสนา ปฏิบัติเป็นแก่น ปฏิเวธ
เป็นผล เมื อรากแก้วขาดแล้ว แก่นและผลก็พลอยหมดไปตามกัน
๑๐. ๑๐.๑ ประมาณแห่งการตั งอยู่แห่งศาสนาได้แก่ ปริยัติ คือพระไตรปิ ฎกทั ง ๓ คือ
พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก
๑๐.๒ อจลเจดีย์ คือ สถานท ีประดิษฐานเชิงบันไดทั ง ๓ คือ บันไดเงิน บัดไดทอง
บันไดแก้ว เกิดขึ น เกิดขึ นเม ือวันขึ น ๑๕ คํ า เดือน ๑๑ ในปีท ีเสด็จลงจาก
เทวโลก ฯ
************************************
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page