ค้นหาบล็อกนี้

ป้ายกำกับ

พระพากุลเถระ เอตทัคคมหาสาวกผู้มีอาพาธน้อย ตอน อานิสงส์จากการทำให้พระภิกษุหายจากอาพาธ

พระพากุลเถระ ตอน อานิสงส์จากการทำให้พระภิกษุหายจากอาพาธ
 
เรียบเรียงจาก : อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ติกนิบาต
: อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี
 

1) ส่งผลให้พระพากุลเถระได้เป็นหนึ่งในผู้สำเร็จอภิญญาใหญ่


     การที่พุทธสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งจะได้อภิญญาใหญ่ ต้องมีบุญบารมีที่ สั่งสมมาอย่างเต็มเปี่ยม เพราะในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง จะมีผู้ที่สำเร็จอภิญญาใหญ่ได้เพียง 4 ท่านเท่านั้น และพระสาวกที่เหลือแม้จะได้อภิญญา แต่ก็ไม่เรียกว่าได้อภิญญาใหญ่ เพราะสามารถระลึกชาติย้อนไปได้เพียงแสนกัปเท่านั้น แต่ท่านผู้บรรลุอภิญญาใหญ่ จะสามารถระลึกชาติได้ถึงหนึ่งอสงไขยกับอีกแสนกัป

     มาในยุคพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ผู้ที่สำเร็จอภิญญาใหญ่มีเพียง 4 ท่านเช่นกัน คือ พระสารีบุตรเถระพระมหาโมคคัลลานเถระ พระนางภัททากัจจานาเถรี (พระนางยโสธราพิมพา) และหนึ่งในนั้นก็คือ พระพากุลเถระ

2) ส่งผลให้พระพากุลเถระไม่เคยอาพาธ

 
     ชีวิตของพระพากุลเถระตลอด 160 ปี ไม่เคยป่วยหรืออาพาธใด ๆ เลย แม้เพียงจะใช้ 2 นิ้วจับก้อนของหอมสูดดม เพราะมีอาการวิงเวียนก็ไม่เคยเกิดขึ้น หรือแม้เกิดอาพาธด้วยระยะเวลาสั้น ๆ เหมือนช่วงเวลารีดนมโคเสร็จก็ไม่เคย ด้วยเหตุนี้ท่านจึงไม่เคยฉันยา แม้เพียงสมอชิ้นหนึ่ง

3) ส่งผลให้พระพากุลเถระปรินิพพานด้วยวิธีพิเศษ

 
     เนื่องจากตลอดชีวิตของท่านไม่เคยอาพาธเลย แต่ท่านรู้กาลปรินิพพานของท่านด้วยญาณทัสนะ และเมื่อท่านพบว่าได้มาถึงเวลาแล้ว จึงดำริว่า แม้เราจะมีชีวิตอยู่ก็อย่าได้เป็นภาระแก่ภิกษุเหล่าอื่นเลย สรีระของเราแม้ปรินิพพานแล้ว ก็อย่าให้ภิกษุสงฆ์ต้องเป็นกังวลเลยจากนั้นจึงเข้าเตโชธาตุปรินิพพาน โดยปรากฏเปลวไฟลุกขึ้นท่วมสรีระ ผิวหนัง เนื้อและโลหิตถูกเผาไหม้สิ้นไปเหมือนเนยใส ยังคงเหลืออยู่เพียงแต่ธาตุที่มีลักษณะดังดอกมะลิตูม

4) ส่งผลให้พระพากุลเถระเป็นผู้มีอายุขัยยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ยของอายุมนุษย์ในยุคนั้น

     ในยุคที่พระพากุลเถระมาเกิด มนุษย์ในยุคนั้นมีอายุเฉลี่ยที่ 100 ปี แต่ด้วยบุญที่พระพากุลเถระสั่งสมมาดีแล้วทำให้ท่านมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ในยุคนั้น คือ 160 ปี ซึ่งมากกว่ามนุษย์ปกติทั่วไป
 

5) ส่งผลให้พระพากุลเถระ แม้จะอายุมากถึง 80 ปีแล้ว ก็ยังแข็งแรง สามารถออกบวชได้อย่างสะดวกง่ายดายโดยไม่เป็นภาระแก่ใคร

    ปกติคนทั่วไปออกบวชตอนอายุ 80 ปี ก็จะเป็นภาระต่อผู้อื่นอย่างมาก เนื่องด้วยสภาพร่างกายไม่แข็งแรงพออีกทั้งเวลาจะบำเพ็ญสมณธรรมก็จะทุกข์ทรมาน เพราะสังขารไม่เอื้ออำนวย แต่ด้วยบุญที่พระพากุลเถระสั่งสมมาทำให้ท่านออกบวชได้แม้วัยจะถึง 80 ปี อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ(Meditation)ได้โดยไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่เมื่อย ตลอดทั้ง 80 พรรษา

6) ส่งผลให้พระพากุลเถระไม่ต้องให้สามเณรมาคอยอุปัฏฐากเลย

     เป็นธรรมดาที่คนอายุมากย่อมต้องมีคนมาคอยดูแลหรือแม้แต่พระภิกษุเองเมื่อ อายุมาก ก็ต้องมีสามเณรมาคอยอุปัฏฐากดูแล แต่ด้วยบุญที่พระพากุลเถระสั่งสมมาแม้อายุมาก ท่านก็ยังคงความแข็งแรงช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่างทุกประการ

7) ส่งผลให้พระพากุลเถระมีสุขภาพดีมาก โดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยในการบรรเทาความปวดเมื่อยตามร่างกายเลย


     โดยทั่วไปสังขารมนุษย์มักจะมีทุกขเวทนาจากการปวดเมื่อยตามร่างกาย และยิ่งอายุมากขึ้น ก็จะหลีกเลี่ยงอาการเช่นนี้ได้ยาก แต่สำหรับพระพากุลเถระแล้วท่านไม่มีความเมื่อย ฉะนั้นจึงไม่ต้องให้ใครมาบีบนวดเลย อีกทั้งยังไม่ต้องอบตัวในเรือนไฟ หรือใช้จุณอาบน้ำ (ผงขัดตัว) เพราะมีสุขภาพผิวที่ดีอยู่แล้ว
 

8) ส่งผลให้พระพากุลเถระ มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยปัจจัย 4 โดยไม่มีความขัดสนขาดแคลนใด ๆ เลย เช่น

     8.1) เป็นผู้มีจีวรใช้สอยเหลือเฟือ ทั้ง ๆ ที่ในสมัยนั้นพระภิกษุต่างได้รับความลำ บากมากในเรื่องการหาจีวรมาใช้สอย เพราะต้องบังสุกุลผ้ามาช่วยกันตัด เย็บ ย้อมและกว่าจะได้แต่ละผืนต้องเสียเวลา เสียกำลังคนไปมากแต่ด้วยบุญที่พระพากุลเถระสั่งสมมา ทำให้ท่านไม่ต้องเสียเวลาไปหา ไปตัด ไปเย็บ ไปย้อมจีวรแต่อย่างใด

     ด้วยเหตุนี้ จึงทำ ให้ท่านมีเวลานั่งสมาธิปฏิบัติธรรมเจริญสมาบัติมากกว่าภิกษุทั่วไปการที่ ท่านมีจีวรใช้อย่างเหลือเฟือ เพราะบุญที่สั่งสมมาบันดาลให้ท่านไปเกิดในตระกูลมหาเศรษฐีและมีพ่อแม่ที่มี ยศใหญ่ถึง 2 ตระกูล ซึ่งต่างมีหน้าที่ทำจีวรส่งไปถวายให้ท่านใช้สอย โดยครึ่งเดือนแรก ตระกูลของท่านที่อยู่เมืองโกสัมพีจะส่งไปถวายผืนหนึ่ง และพอเวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน คนในตระกูลที่อยู่เมืองพาราณสีก็จะทำจีวรอีกผืนหนึ่งไปถวาย สลับกันไปถวายทุกครึ่งเดือนไม่ขาดเลย อีกทั้งจีวรของท่านยังเป็นจีวรที่ประณีต ทำด้วยผ้าเนื้อละเอียด ซึ่งเอามาย้อมแล้วใส่ในผอบส่งไปถวาย โดยจะวางไว้ให้ที่ประตูห้องน้ำ ในเวลาที่พระเถระสรงน้ำเสร็จก็จะนุ่งห่มจีวรที่วางไว้ และท่านก็บริจาคจีวรเก่าให้บรรพชิตทั้งหลายไป
 

     8.2) มีภัตตาหารอุดมสมบูรณ์เลิศรส แม้จะอยู่ในป่าและไม่ได้รับกิจนิมนต์

     พระพากุลเถระ ท่านถือธุดงค์อยู่ ป่าเป็นวัตร จึงไม่รับกิจนิมนต์ไปฉันในบ้านใครเลยตลอดชีวิต แม้เป็นอย่างนี้ท่านก็ไม่ลำบากด้วยข้าวปลาอาหารใด ๆ เลย ตรงกันข้ามด้วยบุญในตัวท่าน กลับทำให้ได้ภัตตาหารอันประณีตเลิศรส โดยไม่ต้องเสียเวลารับกิจนิมนต์แล้วดึงเวลาปฏิบัติธรรมของท่านไป เพราะชาวเมืองและคนในตระกูล 2 นครของท่าน ได้เตรียมอาหารเลิศรสแล้วพากันมาใส่บาตรท่านอย่างเนืองนิตย์มิได้ขาดเลย
 

9) ส่งผลให้พระพากุลเถระสามารถถือธุดงค์ข้อ “เนสัชชิกธุดงค์” คือ นั่งเป็นวัตรอย่างอุกฤษฏ์ได้ตลอดชีวิต

 
     ปกติการที่คนทั่วไปจะถือธุดงค์ข้อนี้ได้ จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมาก เพราะไม่สามารถนอนได้เลย และที่น่าทึ่ง คือ พระพากุลเถระไม่เคยเหยียดหลังบนเตียง หรือ แม้แต่การเอนหลังพิงพนักตลอด 80 ปีที่ท่านบวช จนกระทั่งปรินิพพาน เนื่องจากพระพากุลเถระมีสุขภาพดีเป็นเลิศ แม้ไม่ได้นอน สภาพร่างกายก็ยังแข็งแรง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านได้เปรียบ คือ มีเวลานั่งสมาธิปฏิบัติธรรมสั่งสมความบริสุทธิ์หยุดนิ่งได้มากกว่าภิกษุรูป อื่น ๆ
 

10) ส่งผลให้พระพากุลเถระสามารถถือธุดงค์ข้อ “อรัญญิกธุดงค์” คือการอยู่ป่าเป็นวัตรอย่างอุกฤษฏ์ได้ตลอดชีวิต

     การถือธุดงค์ข้อนี้ก็เช่นกัน การจะอยู่ป่าโดยไม่อาศัยอยู่ในวัดเลย ก็จะต้องโดนลม โดนฝน โดนแดด โดนสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งถ้าใครสุขภาพไม่ดี ก็จะอยู่ไม่ได้แต่สำหรับพระพากุลเถระแล้ว ท่านแข็งแรงมากไม่ว่าจะเผชิญกับสภาพแวดล้อมแบบไหน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านสามารถถือธุดงค์ข้อนี้เป็นวัตรได้ตลอดชีวิต
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page