อุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ )

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ )
 
เครื่องปรับอากาศ
( แอร์ ) ของบ้านพักอาศัย ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆ ที่สำคัญ 9 ส่วน ดังนี้
1. แผงท่อทำความเย็น        (Cooling Coil)
2. คอมเพรสเซอร์               (Compressor)
3. แผงท่อระบายความร้อน (Condenser Coil)
4. พัดลมส่งลมเย็น            (Blower)
5. พัดลมระบายความร้อน   (Condenser Fan)
6. แผ่นกรองอากาศ
( แอร์ )              (Air Filter)
7. หน้ากากเครื่องที่มีแผ่นเกล็ดกระจายลมเย็น (Louver)
8. อุปกรณ์ควบคุมสำหรับการเปิด-ปิดเครื่อง ตั้งค่าอุณหภูมิห้องตั้งความเร็วของพัดลมส่งลมเย็น ตั้งเวลาการทำงานของเครื่อง เป็นต้น อุปกรณ์ควบคุมนี้อาจติดตั้งอยู่ที่ตัวเครื่องปรับอากาศ
( แอร์ ) เอง หรือแยกเป็นอุปกรณ์ต่างหากเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการควบคุมระยะไกล (Remote Control)  จากบริเวณอื่นๆ ภายในห้องปรับอากาศ ( แอร์ )
9. อุปกรณ์ป้อนสารทำความเย็น (Metering Device) 

2. หลักการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ )
               วัฎจักรการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ )  เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้เปิดเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ )  สารทำความเย็น ซึ่งเป็นของเหลว (ไม่มีสี กลิ่นและรสในปริมาณที่พอเหมาะจะไหลผ่านอุปกรณ์ป้อนสารทำความเย็นเข้าไปยังแผงท่อทำความเย็นซึ่งติดตั้งอยู่ภายในห้องพัดลมส่งลมเย็นจะดูดอากาศ ( แอร์ ) ร้อนและชื้นภายในห้องผ่านแผ่นกรองอากาศ ( แอร์ )  ซึ่งติดตั้งอยู่ด้านหน้าของแผงท่อทำความเย็น เพื่อกรองเอาฝุ่นละอองขนาดใหญ่ออกไป  จากนั้นอากาศ ( แอร์ ) ร้อนชื้นจะคายความร้อนให้แก่สารทำความเย็นภายในแผงท่อทำความเย็น ทำให้มีอุณหภูมิและความชื้นลดลงและถูกพัดลมส่งลมเย็นกลับเข้ามาสู่ห้องอีกครั้งหนึ่ง โดยผ่านแผ่นเกล็ดกระจายลม เพื่อให้ลมเย็นแพร่ไปสู่ส่วนต่างๆ ของห้องอย่างทั่วถึง สำหรับสารทำความเย็นเหลวภายในแผงท่อทำความเย็น เมื่อได้รับความร้อนจากอากาศ ( แอร์ ) ภายในห้องจะระเหยกลายเป็นไอ และไหลเข้าสู่คอมเพรสเซอร์ ซึ่งไอที่ได้นี้จะถูกส่ง ต่อไปยังแผงท่อระบายความร้อนซึ่งติดตั้งอยู่นอกอาคาร พัดลมระบายความร้อนจะดูดอากาศ ( แอร์ )  ภายนอกมาระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็น ทำให้ไอสารทำความเย็นกลั่นตัวกลับเป็นของเหลวอีกครั้งหนึ่ง และไหลออกจากแผงท่อระบายความร้อนไปสู่อุปกรณ์ป้อนสารทำความเย็นวนเวียนเป็นวัฎจักร      เช่นนี้ตลอดเวลา จนกว่าอุณหภูมิในห้องจะถึงระดับที่ตั้งไว้ อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิก็จะส่งสัญญาณให้เครื่องคอมเพรสเซอร์หยุดทำงานชั่วขณะหนึ่ง จึงประหยัดไฟฟ้าส่วนที่ป้อนให้คอมเพรสเซอร์ทำงานได้ แต่พัดลมส่งลมเย็นยังคงทำหน้าที่ส่งลมให้ภายในห้อง จนเมื่ออุณหภูมิในห้องให้คอมเพรสเซอร์ทำงานโดยอัดสารทำความเย็นป้อนเข้าไปในแผงท่อทำความเย็นใหม่ดังนั้นถ้าเพิ่มสูงกว่าระดับที่ตั้งไว้อุปกรณ์ควบคุมก็จะส่งสัญญาณ ไม่ให้เย็นจนเกินไป ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ ซึ่งตามปกติควรตั้งไว้ที่ 25  C  
เครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) แบบแยกส่วน (Split Type) ตัวเครื่องแบ่ง เป็น 2 ส่วน คือ 

                1.)  ส่วนที่อยู่ภายในห้องเรียกว่า แฟนคอยล์ยูนิต (Fan Coil Unit) มีหน้าที่ทำความเย็น ประกอบด้วยพัดลมส่งลมเย็น แผ่นกรองอากาศ
( แอร์ )  หน้ากากพร้อมเกล็ด     กระจายลมเย็น
                2.)  อุปกรณ์ควบคุมที่ติดตั้งภายนอกห้อง เรียกว่า คอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing Unit) ประกอบด้วยคอมเพรสเซอร์แผงท่อระบายความร้อนและพัดลมระบายความร้อนทั้งสองส่วนเชื่อมต่อกันด้วยท่อสารทำความเย็น  เครื่องแบบนี้นิยมใช้กันทั่วไปสำหรับบ้านเดี่ยวตามหมู่บ้าน บ้านชานเมือง บ้านในเมืองหรือตึกแถว ซึ่งมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิต ตัวแฟนคอยล์ยูนิต โดยมีทั้งแบบติดเพดาน ติดผนัง หรือแบบตั้งพื้น เครื่องแบบติดเพดานเหมาะกับห้องที่มีขนาดใหญ่ หรือเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ค่อนข้างยาว หรือไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการติดตั้งบนพื้นห้อง เครื่องแบบติดผนังเหมาะกับห้องทั่วไป ลักษณะห้องค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ส่วนเครื่องตั้งพื้นนั้นเหมาะกับห้องขนาดเล็ก เช่น ห้องนอนขนาดเล็กหรือห้องรับแขกขนาดเล็ก

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ประหยัดพลังงาน
-          ศึกษาหลักการทำงานเพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะของเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ในแต่ละรุ่น      
-          เลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ที่ ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  
-          เลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ที่ติดฉลากแสดงว่ามีประสิทธิภาพ และรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง
-          เครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ขนาดไม่เกิน 25,000 บีทียู/ชมควรเลือกซื้อเครื่องที่ ติดฉลากแสดงค่าประสิทธิภาพหมายเลข 5
-          เครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ที่มีขนาดใหญ่กว่า 25,000 บีทียู/ชม.ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีการใช้ไฟไม่เกิน 1.40 กิโลวัตต์ต่อ 1 ตัน
-          ความเย็นหรือมีค่า EER (Energy Efficiency Ratio) ไม่น้อยกว่า 8.6 บีทียู ชม./วัตต์ โดยดูรายละเอียดได้จากผู้จำหน่าย
-          มีคู่มือการใช้งานเพื่อการประหยัดพลังงานและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ
-          เลือกขนาดให้เหมาะสมกับขนาดของครัวเรือน  และพื้นที่ใช้สอย
-          เลือกเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้องโดยทั่วไป โดยขนาดความสูงของห้องปกติสูงไม่เกิน 3 เมตร ควรเลือกดังนี้
         พื้นที่     13-15   ตร..    ควรใช้ขนาด         8,000  บีทียู
         พื้นที่     16-17   ตร..    ควรใช้ขนาด       10,000  บีทียู
         พื้นที่          20   ตร..    ควรใช้ขนาด       12,000   บีทียู
         พื้นที่     23-24   ตร..    ควรใช้ขนาด       14,000  บีทียู
         พื้นที่          30   ตร..    ควรใช้ขนาด       18,000   บีทียู
         พื้นที่          40   ตร..    ควรใช้ขนาด       24,000   บีทียู
-           หรือเลือกโดยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้งานต่าง ๆ  ของเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ที่ใช้ทำความเย็นให้แก่ห้องต่างๆ ภายในบ้าน โดยเฉลี่ย ความสูงของห้อง โดยทั่วไปที่ 2.5-3 เมตร อาจประมาณคร่าวๆ จากค่าต่อไปนี้
-          ห้องรับแขก ห้องอาหาร ประมาณ 15 ตร../ตันความเย็น
-          ห้องนอนที่เพดานห้องเป็นหลังคา ประมาณ 20 ตร../ตันความเย็น
-          ห้องนอนที่เพดานห้องเป็นพื้นของอีกชั้นหนึ่งประมาณ 23 ตร../ตันความเย็น

การใช้เครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ให้มีการประหยัดพลังงาน

-          ศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียด ทำความเข้าใจถึงหลักการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า
-          ปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้งานเพื่อการประหยัดพลังงานอย่างเคร่งครัด 

การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ )

                การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) ที่ผิดวิธีโดยเฉพาะในเครื่องแบบแยกส่วน นอกจากจะทำให้เครื่องทำความเย็นได้น้อยลงแล้วยังสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นอีกด้วยจึงควรให้ความสนใจดังรายละเอียดต่อไปนี้
 
                1.ควรติดตั้งแฟนคอยล์ยูนิต และคอนเดนซิ่งยูนิตของเครื่องแบบแยกส่วนให้ใกล้กันมากที่สุด จะทำให้เครื่องไม่ต้องทำงานหนักในการส่งสารทำความเย็นให้ไหลไปตามท่อ ทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการเดินท่อและหุ้มฉนวนตลอดจนลดโอกาสการรั่วของสารทำความเย็น
 
                2.หุ้มท่อสารทำความเย็นจากคอนเดนเซอร์ไปยังแผงท่อทำความเย็น (Cooling Coil) ของเครื่องแบบแยกส่วนด้วยฉนวนที่มีความหนาประมาณ 0.5 นิ้ว หรือตามที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อป้องกันมิให้มีสารทำความเย็นภายในท่อแลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศ
( แอร์ ) ภายนอกตามเส้นท่อ
 
                3.ตำแหน่งติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิต(หรือเครื่องปรับอากาศ
( แอร์ ) แบบติดหน้าต่าง)ควรอยู่ในที่ร่มไม่ถูกแสงแดดโดยตรง แต่อากาศ ( แอร์ ) ภายนอกสามารถถ่ายเทได้สะดวก ไม่ควรอยู่ในที่อับลม หรือคับแคบ ที่ว่างโดยรอบเครื่องต้องเพียงพอตามที่ผู้ผลิตแนะนำ
 
               4.ในสถานที่ซึ่งมีการติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิต (หรือเครื่องแบบหน้าต่าง)หลายๆชุด ต้องระวังอย่าให้ลมร้อนที่ระบายออกจากเครื่องชุดหนึ่งเป่าเข้าหาเครื่องอีกชุดหนึ่ง ควรให้ลมร้อนจากแต่ละเครื่องเป่าออกได้โดยสะดวก

               5. ในบางสถานที่ซึ่งมีลมพัดแรงตลอดเวลาในทิศทางเดียว ควรติดตั้งคอนเดนซิ่ง ยูนิต (หรือเครื่องปรับอากาศ
( แอร์ ) แบบติดหน้าต่างให้อากาศ ( แอร์ ) ร้อนระบายออกจากตัวเครื่องอยู่ในทิศเดียวกับ กระแสลม อย่าให้ปะทะกับลมธรรมชาติ เพราะจะทำให้เครื่องระบายความร้อนได้ลำบาก
 
               6.ตำแหน่งติดตั้งแฟนคอยล์ยูนิต (หรือเครื่องปรับอากาศ
( แอร์ ) แบบติดหน้าต่างต้องให้ลมเย็นที่จ่ายออกจากตัวเครื่องสามารถกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ลักษณะอาการต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ รายละเอียดและวิธีการแก้ไข
                -               คอล์ยร้อนเสียงดัง     เสียงที่ดังมาจากคอย์ลร้อนนั้นอาจเกิดได้จากหลายกรณีเช่น โครงแอร์เสียงดัง พัดลมคอย์ล
ร้อนแตก ลูกปืนมอเตอร์เสีย ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้เรามีวิธีสังเกตและวิธีการแก้ไขดังนี้ 
1.             โครงแอร์เสียงดัง  จะมีอาการสั่นของโครงแอร์เนื่องมาจากการทำงานของคอมเพรสเซอร์ เพราะถ้าคอมเพรสเซอร์มีอายุ       การใช้งานที่นานมากก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานไม่นิ่งจึงทำให้เกิดการสั่นของโครงแอร์ได้ หรืออีกกรณีที่เป็นแอร์                 เก่าก็อาจเสียงดังได้เนื่องมาจากการขันสกรูไม่แน่นเวลาแอร์ทำงานจึงให้เกิดเสียงดังได้                                              
วิธีการแก้ไข  ถ้าแอร์สียงดังอันเกิดมาจากการทำงานของคอมเพรสเซอร์ก็ใหเราเปลี่ยนลูกยางรองฐานคอมเพรสเซอร์ใหม่ ถ้าเกิดจากการที่ขันสกรูไม่แน่นก็ให้ทำการขันสกรูใหม่ให้แน่น
2.             พัดลมคอย์ลร้อนแตก จะมีเสียงดังมากสาเหตมาจากการเสื่อมสภาพของใบพัดคอย์ลร้อนเพราะใบพัดคอย์ลร้อนนั้นจะเป็นพลาสติก หรือ อลูมิเนียม เมื่อเราใช้ไปนานๆ ก็จะทำให้ใบพัดนี้กรอบและจะแตกในที่สุดหรืออีกกรณีก็เกิดมาจากการแกว่งของมอเตอร์คอย์ลร้อนจึงทำให้ใบพัดหมุนไปโดนกับโครงแอร์ก็จะทำให้ใบพัดนั้นแตกได้เช่นกัน
วิธีการแก้ไข  ถ้าพัดลมคอย์ลร้อนแตกเนื่องมาจากการฉีกขาดของใบพัดก็ให้เราทำการปิดแอร์ทันทีเพื่อทำการเปลี่ยนใบพัดใหม่
3.        ลูกปืนมอเตอร์เสีย   จะมีเสียงดังไม่มากนักแต่ถ้าปล่อยเอาไว้นานๆ จะทำให้พัดลมคอย์ลร้อนแตกได้สาเหตเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานเพราะลูกปืนนั้นต้องหมุนตลอดเวลาและร้อนจึงทำให้ลูกปืนนั้นเสื่อมสภาพได้เร็วหรืออีกกรณีคือ จารบีที่ใส่ไว้ไม่เกิดการแห้งหรือไม่หล่อลื่นดังนั้นเวลาหมุนจึงทำให้เกิดเสียงดัง
วิธีการแก้ไข  ให้ทำการถอดโครงแอร์ออกเพื่อทำการเปลี่ยนลูกปืนใหม่แต่กรณีนี้ต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะต้องถอดอุปกรณ์หลายชิ้น
-               แอร์ไม่เย็น   สาเหตุของแอร์ที่ไม่เย็นนั้นเกิดมาจากหลายกรณีเช่น น้ำยาขาด น้ำยาเกิน คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน
พัดลมคอย์ล ร้อนไม่ทำงาน เทอร์มอมิเตอร์เสีย
1.        น้ำยาขาด   ให้เราสังเกตบริเวณท่อทองแดงที่ออกมาจากคอย์ลร้อนจะมีน้ำแข็งเกาะอยู่นั้นเป็นอาการเนื่องมาจากการรั่วของน้ำยาในระบบมีหลายกรณีที่รั่วคือ รั่วที่คอย์ลร้อน รั่วที่ท่อส่งน้ำยา รั่วที่วาวล์ หรือรั่วที่คอย์ลเย็น หากเกิดกรณีเช่นนี้ก็จะทำให้เกิดผลเสียตามมาอีกมากมายหลายกรณี หากนานเกินไปอาจะถึงขั้นต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์
วิธีการแก้ไข  ให้เราหมั่นสังเกตว่าแอร์เราเย็นตามปรกติหรือไม่ถ้าไม่เย็นเนื่องมาจากการรั่วของน้ำยาก็ให้ทำการซ่อมรั่วโดยเร่งด่วน โดยปรกติเราควรมีการเช็คแอร์ประจำปีบ้าง
2.        คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน  เกิดมาจากหลายกรณีเช่น น้ำยาในระบบขาดเนื่องมาจากเกิดการรั่วของระบบจึง  ทำให้(Low presser) ตัดเพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย หรือคอมเพรสเซอร์ร้อนจนเกินไปจึงทำให้ (Over load) ตัดเพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหายเช่นกันแต่ถ้าแอร์ตัวดังกล่าวไม่มีระบบป้องกันคอมเพรสเซอร์ก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้ และในกรณีที่เกิดการช๊อตกันระหว่างขดลวดในคอมเพรสเซอร์เนื่องมาจากน้ำยาในระบบขาดถึงขั้นวิกฤติ อีกกรณีคือน้ำมันในคอมเพรสเซอร์แห้งกรณีนี้ต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์อย่างดียว
      วิธีการแก้ไข  หากคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานในกรณีที่ตัวป้องกันคอมเพรสเซอร์ตัดก็ให้ทำการซ่อมรั่วให้เรียบร้อยก่อนการเปิดใช้แอร์ แต่ถ้าเป็นในกรณีที่เกิดจากการช๊อตของขดลวดหรือนำมันในคอมเพรสเซอร์แห้งให้ทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ใหม่
3.        พัดลมคอย์ลร้อนไม่ทำงาน เกิดมาจากหลายกรณีเช่น เกิดการช๊อตกันระหว่างขดลวด หรือตัวเก็บประจุเสียจะมีอาการคือมอเตอร์จะหมุนช้าหรือไม่หมุนเลย
วิธีการแก้ไข  หากเกิดจาการช๊อตกันของขดลวดในระบบให้ทำการเปลี่ยนมอเตอร์ตัวใหม่ ถ้าเกิดมาจากตัวเก็บเสียก็ให้ทำการเปลี่ยนตัวเก็บประจุตัวใหม่
4.        เทอร์มอมิเตอร์เสีย  เนื่องมาจากตัวเทอร์มอมิเตอร์นั้นทำมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จึงมีอายุการใช้งานได้ไม่นานเหมือนสวิตซ์ธรรมดา และเทอร์มอมิเตอร์บางรุ่นก็สามารถที่จะเปลี่ยนจากอุณหภูมิที่เป็นองศาเซลเซียสมาเป็นองศาฟาเรนไฮร์โดยอัตโนมัติ หรือบางทีลายแผ่นปริ๊นต์สกปรกหรือขาด จึงทำให้ไม่สามารถกดเทอร์มอมิเตอร์เพื่อสั่งให้แอร์ทำงงานได้
วิธีการแก้ไข   ก่อนทำการใช้เทอร์มอมิเตอร์ควรอ่านคู่มือการใช้ให้เข้าใจเสียก่อน และถ้าเกิดมาจากการเสียของเทอร์มอ -มิเตอร์ก็ให้ทำการส่งกลับศูนย์ซ่อม





โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘