ถวายภัตตาหารพระภิกษุ-สามเณร

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธประวัติ ธรรมศึกษาชั้นตรี สอบในสนามหลวง วันจันทร์ ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘

๑. พระเจ้าสุทโธทนะเป็นพระราชโอรสของใคร ?
         ก. พระเจ้าชยเสนะ                        ข. พระเจ้าสีหหนุ
         ค. พระเจ้าอัญชนะ                        ง. พระเจ้าสุปปพุทธะ
        คำตอบ :
๒. พระมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ มีพระนามว่าอะไร ?
         ก. พระนางพิมพา                          ข. พระนางปมิตา
         ค. พระนางสิริมหามายา                   ง. พระนางอมิตา
        คำตอบ :
๓. พระบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะ มีพระนามว่าอะไร ?
         ก. พระเจ้าสุกโกทนะ                      ข. พระเจ้าสุทโธทนะ
        ค. พระเจ้าอมิโตทนะ                      ง. พระเจ้าโธโตทนะ
        คำตอบ :
๔. คำว่า “สิทธัตถะ” แปลว่าอะไร ?
         ก. สำเร็จสมปรารถนา                     ข. มีบุญมาก
         ค. มีรูปงาม                                ง. มีปัญญามาก
        คำตอบ :
๕. เมื่อประสูติแล้ว เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จดำเนินได้กี่ก้าว ?
         ก. ๓ ก้าว                                  ข. ๕ ก้าว
         ค. ๗ ก้าว                                  ง. ๙ ก้าว
        คำตอบ :
๖. เจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้กี่วัน จึงขนานพระนาม ?
         ก. ๓ วัน                                   ข. ๕ วัน
         ค. ๗ วัน                                   ง. ๙ วัน
        คำตอบ :
๗. เจ้าชายสิทธัตถะได้ปฐมฌานครั้งแรกที่ไหน ?
         ก. ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์                  ข. ใต้ต้นไทร
         ค. ใต้ต้นชมพูพฤกษ์                      ง. ใต้ต้นจิก
        คำตอบ :
๘. ใครติดตามเจ้าชายสิทธัตถะ ในวันเสด็จออกผนวช ?
         ก. พระอานนท์                             ข. นายฉันนะ
        ค. พระอัสสชิ                              ง. นายจุนทะ
        คำตอบ :
๙. เจ้าชายสิทธัตถะทรงผนวชที่ริมฝั่งแม่น้ำใด ?
         ก. แม่น้ำอโนมา                            ข. แม่น้ำคงคา
         ค. แม่น้ำเนรัญชรา                         ง. แม่น้ำโรหิณี
        คำตอบ :

๑๐. เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช เมื่อมีพระชนมายุเท่าใด ?
         ก. ๑๖ พรรษา                             ข. ๒๙ พรรษา
        ค. ๓๐ พรรษา                             ง. ๓๕ พรรษา
        คำตอบ :
๑๑. พระมหาบุรุษทรงบรรพชาแล้ว ประทับแรมชั่วคราวที่ไหน ?
         ก. ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน                ข. อนุปิยอัมพวัน
         ค. สวนลุมพินีวัน                          ง. เวฬุวัน
        คำตอบ :
๑๒. พระมหาบุรุษเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา เพราะเหตุใด ?
         ก. ทรงเบื่อหน่าย                          ข. ทรงท้อแท้
        ค. ทรงคลายความเพียร                  ง. ทรงเห็นว่าไม่ใช่ทางตรัสรู้
        คำตอบ :
๑๓. ใครถวายหญ้าแก่พระมหาบุรุษ ?
         ก. โกณฑัญญพราหมณ์                  ข. โสตถิยพราหมณ์
         ค. นางสุชาดา                              ง. นางวิสาขา
        คำตอบ :
๑๔. พระพุทธเจ้าทรงชนะมารได้ด้วยธรรมอะไร ?
         ก. อริยสัจ ๔                               ข. ปฏิจจสมุปบาท
        ค. อริยมรรค                               ง. บารมี ๑๐
        คำตอบ :

๑๕. คำว่า “สัมมาสัมโพธิญาณ” หมายความว่าอย่างไร ?
         ก. ญาณเป็นเครื่องตรัสรู้โดยชอบ        ข. ญาณเป็นเหตุให้ถึงความชอบ
         ค. ญาณเป็นมงคลส่วนที่ชอบ            ง. ญาณเป็นเครื่องสนับสนุนโดยชอบ
        คำตอบ :
๑๖. “นิโครธ” เป็นชื่อของต้นไม้อะไร ?
         ก. ต้นจิก                                   ข. ต้นไทร
        ค. ต้นโพธิ์                                  ง. ต้นรัง
        คำตอบ :
๑๗. “เนยยะ” จัดเป็นบุคคลจำพวกใด ?
         ก. มีปัญญาเฉียบแหลม                   ข. มีปัญญาปานกลาง
         ค. มีปัญญาพอแนะนำได้                 ง. ด้อยปัญญา
        คำตอบ :
๑๘. ใครเป็นพยานการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ?
         ก. พระอัญญาโกณฑัญญะ               ข. พระวัปปะ
         ค. พระภัททิยะ                            ง. พระอัสสชิ
        คำตอบ :
๑๙. อริยสัจ แปลว่าอะไร ?
         ก. ความจริงอันประเสริฐ                 ข. ทางแห่งความดับทุกข์
         ค. ทางสายกลาง                          ง. คุณเครื่องของความสำเร็จ
        คำตอบ :

๒๐. ปฐมเทศนา ชื่อว่าอะไร ?
         ก. อนัตตลักขณสูตร                      ข. อาทิตตปริยายสูตร
        ค. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร                ง. เวทนาปริคคหสูตร
        คำตอบ :
๒๑. ใครเปล่งอุทานว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” ?
         ก. ยสกุลบุตร                              ข. โกลิตมาณพ
        ค. อุปติสสมาณพ                         ง. ปิปผลิมาณพ
        คำตอบ :
๒๒. อัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า คือใคร ?
         ก. พระอานนท์                             ข. พระมหาโมคคัลลานะ
        ค. พระมหากัสสปะ                        ง. พระสารีบุตร
        คำตอบ :
๒๓. ข้อใด ไม่ใช่ชฎิล ๓ พี่น้อง ?
         ก. อุรุเวลกัสสปะ                          ข. มหากัสสปะ
        ค. คยากัสสปะ                            ง. นทีกัสสปะ
        คำตอบ :
๒๔. พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาทิตตปริยายสูตรแก่ใคร ?
         ก. ชฎิล                                     ข. ภัททวัคคีย์
        ค. ปัญจวัคคีย์                             ง. ยสกุลบุตร
        คำตอบ :

๒๕. ทีฆนขปริพาชก ทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าเปรียบด้วยอะไร ?
         ก. ดวงตะวันส่องโลก                     ข. ดวงจันทร์วันเพ็ญ
        ค. บุคคลหงายของที่คว่ำ                 ง. ธรรมโอสถ
        คำตอบ :
๒๖. พระพุทธเจ้าทรงประดิษฐานพระศาสนาครั้งแรกที่ไหน ?
         ก. แคว้นคันธาระ                          ข. แคว้นมัลละ
         ค. แคว้นมคธ                              ง. แคว้นโกศล
        คำตอบ :
๒๗. วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ชื่อว่าอะไร ?
         ก. วัดเชตวัน                               ข. วัดเวฬุวัน
        ค. วัดอัมพวัน                              ง. วัดบุพพาราม
        คำตอบ :
๒๘. เวทนาปริคคหสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ใคร ?
         ก. สุภัททปริพาชก                         ข. อุปกาชีวก
         ค. ทีฆนขปริพาชก                         ง. ราธพราหมณ์
        คำตอบ :
๒๙. อาทิตตปริยายสูตร ว่าด้วยเรื่องอะไร ?
         ก. กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ       ข. สิ่งทั้งปวงเป็นของไม่ดี
        . รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส        . ไฟ คือราคะ โทสะ โมหะ
        คำตอบ :

๓๐. พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ที่ไหน ?
        . เชตวัน                           . เวฬุวัน
         ค. อัมพวัน                                 ง. ลัฏฐิวัน
        คำตอบ :
๓๑. ปิปผลิมาณพบวชแล้ว ภายหลังนิยมเรียกท่านว่าอย่างไร ?
         ก. สุภัททะ                                 ข. อุปติสสะ
         ค. มหากัสสปะ                            ง. สารีบุตร
        คำตอบ :
๓๒. อนาถปิณฑิกเศรษฐี ได้พบพระพุทธเจ้าครั้งแรกที่ไหน ?
         ก. พาราณสี                                ข. สาวัตถี
         ค. ราชคฤห์                                ง. เวสาลี
        คำตอบ :
๓๓. พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพุทธกิจนานเท่าไร ?
         ก. ๔๕ พรรษา                             ข. ๔๖ พรรษา
         ค. ๕๐ พรรษา                             ง. ๘๐ พรรษา
        คำตอบ :
๓๔. พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาสุดท้ายที่ไหน ?
         ก. นาลันทา                                ข. เวฬุวคาม
         ค. อนุปิยอัมพวัน                          ง. กัลลวาลมุตตคาม
        คำตอบ :

๓๕. โอวาทครั้งสุดท้าย พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องอะไร ?
         ก. ความตาย                               ข. ความเพียร
         ค. ความไม่ประมาท                       ง. ความสามัคคี
        คำตอบ :
๓๖. ใครไปส่งข่าวการปรินิพพานให้มัลลกษัตริย์ทรงทราบ ?
         ก. พระอนุรุทธะ                           ข. พระอานนท์
        ค. พระนันทะ                              ง. พระฉันนะ
        คำตอบ :
๓๗. “การไม่ว่ากล่าว ไม่โอวาท ไม่สั่งสอน” เรียกว่าอะไร ?
         ก. ขับไล่                                   ข. คว่ำบาตร
         ค. หงายบาตร                             ง. ลงพรหมทัณฑ์
        คำตอบ :
๓๘. สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เรียกชื่อว่าอะไร ?
         ก. สาลวโนทยาน                          ข. อนิมิสเจดีย์
         ค. มกุฏพันธนเจดีย์                       ง. รัตนฆรเจดีย์
        คำตอบ :
๓๙. ผู้กล่าวสุนทรพจน์ห้ามศึกสงครามแย่งพระบรมสารีริกธาตุ คือใคร ?
         ก. ภารทวาชพราหมณ์                    ข. วัสสการพราหมณ์
        ค. ราธพราหมณ์                      ง. โทณพราหมณ์
        คำตอบ :

๔๐. การรวบรวมพระธรรมวินัยให้เป็นหมวดหมู่ เรียกว่าอะไร ?
         ก. สัมมนา                                 ข. สันทนา
         ค. สังคายนา                               ง. สังคหะ
        คำตอบ :

ศาสนพิธี

๔๑. แบบอย่างหรือแบบแผนที่พึงปฏิบัติทางพระศาสนา เรียกว่าอะไร ?
         ก. ศาสนพิธี                                ข. บุญพิธี
         ค. พิธีกรรม                                ง. กุศลพิธี
        คำตอบ :
๔๒. ข้อใด จัดเป็นบุญกิริยาวัตถุ ?
         ก. ทาน ศีล ภาวนา                        ข. ศีล สมาธิ ปัญญา
         ค. ศีล สมาธิ ภาวนา                      ง. อโลภะ อโทสะ อโมหะ
        คำตอบ :
๔๓. ข้อใด จัดเป็นกุศลพิธี ?
         ก. ถวายเทียนพรรษา                     ข. ทำบุญขึ้นบ้านใหม่
         ค. รักษาอุโบสถศีล                        ง. ถวายสังฆทาน
        คำตอบ :
๔๔. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรงกับวันอะไร ?
         ก. วันมาฆบูชา                             ข. วันอาสาฬหบูชา
         ค. วันวิสาขบูชา                            ง. วันอัฏฐมีบูชา
        คำตอบ :
๔๕. วันมาฆบูชา คือวันอะไร ?
         ก. วันตรัสรู้                                ข. วันถวายพระเพลิง
         ค. วันแสดงปฐมเทศนา                   ง. วันแสดงโอวาทปาฏิโมกข์
        คำตอบ :
๔๖. วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันใด ?
         ก. วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖                 ข. วันขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๖
         ค. วันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖               ง. วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
        คำตอบ :
๔๗. วันปวารณาออกพรรษา ตรงกับวันใด ?
         ก. ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐                  ข. แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐
         ค. ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑                  ง. แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
        คำตอบ :
๔๘. การประณมมือ ตรงกับคำบาลีในข้อใด ?
         ก. วันทา                                   ข. อัญชลี
         ค. อภิวาท                                  ง. นมัสการ
        คำตอบ :
๔๙. การถวายสังฆทาน หมายถึงข้อใด ?
         ก. ถวายทานเจาะจงเจ้าอาวาส            ข. ถวายภัตตาหารพระที่รู้จักกัน
         ค. ทำบุญเลี้ยงพระโดยไม่เจาะจง        ง. ถวายยาแก่ภิกษุอาพาธรูปหนึ่ง
        คำตอบ :

๕๐. การกรวดน้ำในพิธีทำบุญ ต้องทำในเวลาใด ?
         ก. เมื่อพระว่า ยถา วาริวหา...            ข. เมื่อพระรับ สัพพีติโย...
         ค. เมื่อพระขัด สัคเค...                    ง. เมื่อพระอนุโมทนาเสร็จแล้ว
        คำตอบ :
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page