Psychoanalysis in Behavioral finance

จากตัวอย่างในตอนที่แล้วเราได้เห็นมุมมองของกลุ่มที่สังเกตุจาก สิ่งเร้าที่นำไปสู่การตอบสนองกันไปแล้ว
คราวนี้ลองมาดูมุมมองของกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ กระบวน(process)ของของจิตใจเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มพฤติกรรมจะมองข้ามส่วนนี้ไป
การวิเคราะห์กระบวนการที่เกิดขึ้นภายในจิตจะเป็นเรื่องละเอียดซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมาเหมือนกลุ่มพฤติกรรมนิยม ผมเชื่อว่าพอได้อ่านทฤษฎีหรือแนวคิดของกลุ่มนี้แล้วอาจมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย
เมื่อหุ้นที่ตัวเองถืออยู่เริ่มมีมูลค่าลดลงเรื่อย ๆ จิตใจของนักลงทุนจะได้รับสิ่งเร้าทางลบเกิดเป็นความคับข้องใจ ที่จุดนี้จะเป็นที่ ๆ ความกลัวในจิตใต้สำนึกของเขาต้องต่อสู้กับหลักการหรือตัวอย่างการลงทุนต่าง ๆ ที่เขาได้เรียนรู้มาซึ่งหากความกลัวชนะพวกเขาจะขายทันที
แต่หากหลักการหรือสิ่งยึดเหนี่ยวของเขาเอาชนะความกลัวได้ ความกลัวหรือความคับข้องใจของเขาจะถูกเก็บกด(Repression)เอาไว้ในระดับจิต ใต้สำนึก
นักลงทุนทุกคนไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นระยะยาว VI หรือ VS ทุกคนต่างเก็บกดความคับข้องใจเอาไว้ในลักษณะต่าง ๆ กันรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
ความคับข้องใจจากการที่หุ้นในมือมีมูลค่าลดลงนั้น หากมีในปริมาณที่พอดี จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลิคภาพ/ทักษะในการลงทุน
แต่หากมีมากเกินไปก็จะก่อให้เกิดปัญหา
เมื่อหุ้นลงหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่นักลงทุนยังคงมีหุ้นอยู่ในมือ ความกลัวความคับข้องใจของเขาจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในจุดนี้เองที่กลไกในการป้องกันตัวของจิตใจจะเข้ามามีบทบาท เมื่อความคับข้องใจของเขามีมากเกินไป
กลไกในการป้องกันตัวของจิตใจถึงแม้ชื่อจะบอกว่าเป็นการป้องกัน แต่ผมมองว่ามันกลับเป็นตัวสร้างปัญหามากกว่า ที่สำคัญคือคนเรามักไม่รู้ตัวเวลาจิตใต้สำนึกของพวกเขากำลังส่งผลต่อ พฤติกรรมของเขาเอง
บุคคลที่กำลังป้องกันจิตใจของตัวเองอยู่มักไม่รู้สึกถึงความไร้เหตุผล หรือ การแสดงออกที่ไม่ปกติ ของพฤติกรรมของพวกเขา
หากเห็นคนที่ตกรถไฟที่มักจะบอกว่าหุ้นแพงเกินพื้นฐานไปแล้ว แล้วมาเชียร์ให้หุ้นลง
หรือคนเล่นมาร์จิ้นเต็มพอร์ตออกมาเชียร์เย้ว ๆ เวลาหุ้นขึ้น หรือวาดฝันว่าดัชนีจะไปเท่านั้นเท่านี้
หรือคนที่ถัวเฉลี่ยหุ้นตัวเดียวพอมันลงต่อเรื่อย ๆ แล้วหาเหตุผลสารพันมาสนับสนุนตัวเอง
ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าพวกเขากำลังระเหิดความคับข้องใจจากจิตใต้สำนึกออกมาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว
สำหรับนักลงทุนที่ขาดความหนักแน่นในหลักการ อันได้แก่ นักลงทุนที่ไม่ได้วิเคราะห์ธุรกิจด้วยตนเอง หรือ นักเทคนิคที่ไม่ได้ทดสอบโมเดลของเขามาดีพอ มักจะพ่ายแพ้ต่อความกลัว ในกรณีของนักลงทุนเขาจะขายมันออกไปในที่สุด ในกรณีของนักเทคนิคเขาจะไม่ปฎิบัติตาม หรือ ปฎิบัตินอกเหนือจากแผนการที่วางเอาไว้ตามรูปแบบที่ควรจะเป็น โดยที่กลไกในการป้องกันตัวของเขาจะหาทางออกเป็นรูปธรรมให้ โดยเขามักจะมีเหตุผลต่าง ๆ มาสนับสนุนตัวเองเสมอ  นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยหลาย ๆ คน ที่ไม่รีบ cutloss แต่เนิ่น ๆ กลับมาขายเอาตอนที่หุ้นลงมามากแล้ว

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘